
'ปู'รับเขื่อนพร่องน้ำทำปชช.เดือนร้อน
"ยิ่งลักษณ์" ยอมรับเกิดข้อผิดพลาดเขื่อนพร่องน้ำทำให้ประชาชนเดือนร้อนเตรียมแก้ไขทั้งระบบ ย้ำทุกหน่วยงานบูรณาการแผนฟื้นฟูแหล่งน้ำตั้งแต่ต้นน้ำยังท้ายน้ำ มท.2แนะผู้บริหารท้องถิ่นเขียนแผนของบแก้ "น้ำท่วม-น้ำแล้ง" "บรรหาร" ถก "สุขุมพันธุ์" ผนึกบริหารน้ำร่วม
10ก.พ.2555 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเขือนระบายน้ำทำให้น้ำท่วมประชาชนเดือดร้อนว่า อาจเกิดจากการประสานงานและการบริหารจัดการ โดยจะมีการนำปัญหาทั้งหมดตั้งแต่วันแรกมาปรับปรุงระบบการเตือนภัย เรื่องของการปล่อยน้ำ การสำรวจหน้าดิน ความลึก ลักษณะน้ำ การเชื่อมต่อเขื่อนต่างๆ ความสามารถของการรับน้ำของเขื่อน โดยจะมีการปรับปรุงทั้งหมด คาดต้องใช้เวลาในการศึกษาพอสมควร
น.ส.ยิ่งลักษณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการการประสานงานและสนับสนุนโครงการหลวง (กปส.) เปิดเผยหลังจากการประชุม กปส.ที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการพูดคุยถึงภาพรวมของแผนการทำงานของโครงการหลวง ตลอดจนแผนที่จะดำเนินการในระยะยาว 5 ปี ตั้งแต่ปี 2555 -2559 ที่สาคัญได้ในการประชุมได้มีการพูดคุยในเรื่องของโครงการการอนุรักษ์หน้าดิน ปลูกป่า โดยเฉพาะการอนุรักษ์พืชชีวภาพ ซึ่งตรงกับแผนของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ(กยน.) ที่จะเร่งการการบริหารการพัฒนาเรื่องของการบริหารจัดการในช่วงต้นน้ำ โดยจะมีการบูรณาการร่วมกันโดยใช้แนวของประธานมูลนิธิโครงการหลวงเป็นแนวทาง
"รัฐบาลจะมีการมอบหมายให้กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้สำรวจพื้นที่และร่วมบูรณาการในการจัดการปลูกป่า ตามที่ทางโครงการหลวงได้ดำเนินการก่อนหน้านี้ และจะมีการกำหนดพื้นที่ต้นน้ำ เพื่อใช้เป็นแหล่งปลูกป่า ชะลอน้ำ หรือเป็นพื้นที่ทางการเกษตร รวมถึงการกำหนดพื้นที่ที่ให้ผู้รับผิดชอบ โดยมุ่งเน้นในพื้นที่ที่จะใช้ในการชะลอน้ำ ภายใน 3-4 เดือนนี้" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวและว่า
ได้เน้นย้ำในเรื่องของการบูรณาการที่หลายหน่วยงานได้ร่วมกันแก้ไข ทั้งเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ การปลูกป่า การอนุรักษ์หน้าดิน การชะลอน้ำ โดยจะมีการหารือในการประชุมอีกครั้งว่าจะมีการบูรณาการในการจัดการอย่างไรในพื้นที่ป่าเสริมโทรมและให้ประชาชนสามารถอยู่ได้ รวมไปถึงการสร้างฝายชะลอน้ำ จะทำการบริการต้นน้ำ กลางน้ำจะอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำ ต่างๆ ที่มีอยู่ จะใช้ประโยชน์ และใช้น้ำอย่างไรให้เพียงพอ ต้องเข้าใจธรรมชาติของแหล่งน้ำก่อน ถึงจะมาการระบายน้ำ
มท.2แนะผู้บริหารท้องถิ่นอีสานเขียนแผนของบแก้"น้ำท่วม-น้ำแล้ง"
นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รมช.มหาดไทย เปิดเผยระหว่างการประชุมเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานให้กับผู้บริหารงานท้องถิ่น และผู้บริหารงานที่ดินเพื่อบริการประชาชน 20 จังหวัดอีสาน ที่ศูนย์กาญจนาภิเษก ม.ขอนแก่นว่า รัฐบาลมีงบประมาณในการช่วยเหลือเยียวยา 1.2 แสนล้านบาท ที่พร้อมจะอนุมัติช่วยเหลือผู้ประสบภัยและแก้ไขปัญหาอุทกภัยแบบไหน ชาวบ้านถึงจะไม่ได้รับความเดือดร้อนเมื่อน้ำมาถึง ซึ่งท้องถิ่นเท่านั้นจะเป็นผู้รู้ปัญหาและการแก้ไขได้ดีที่สุด จากนั้นก็ส่งเรื่องถึงทางจังหวัดให้รับทราบ และวิจัยวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งหาทางแก้อย่างไรปัญหาน้ำท่วม หรือน้ำแล้งถึงจะหมดไป
"ดังนั้นการเดินทางลงพื้นที่พบผู้บริหารระดับท้องถิ่น 20 จังหวัดภาคอีสานในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการกำชับและแจ้งให้ผู้บริหารระดับท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ได้ทราบทั่วกันแล้วว่า ให้ท้องถิ่นสำรวจและทำแผน การป้องกันและแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้ง เพื่อเสนอให้ผู้บริหารระดับจังหวัดวิเคราะห์ก่อนที่จะส่งเรื่องให้รับบาลพิจารณาอนุมัติงบประมาณ ป้องกันและช่วยเหลือโดยด่วน "นายชูชาติ กล่าว
"บรรหาร"ถกสุขุมพันธุ์ผนึกบริหารน้ำร่วมรับห่วงกทม.
นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา และอดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพบ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เพื่อเข้าหารือในการหลักการบริหารจัดการน้ำ นายบรรหาร กล่าวก่อนการเข้าหารือว่า สถานการณ์น้ำปีนี้ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าปริมาณน้ำจะมากหรือน้อย เพราะมีปัจจัยหลายอย่างทั้งภัยธรรมชาติและการบริหารจัดการของกรมชลประทาน
ทั้งนี้ ส่วนตัวเป็นห่วงพื้นที่กรุงเทพฯ เพราะปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบอย่างหนัก จึงมาหารือถึงแนวทางร่วมกันกับกทม.ถึงจัดการน้ำได้อย่างไร โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับกรมชลประทาน ซึ่งตนเองจะให้นายนิกร จำนงค์ ที่ปรึกษา รมว.กระทรวงเกษตรฯ เป็นผู้ประสานการทำงานร่วมกัน เพราะที่ผ่านมาระหว่างกทม.กับรัฐบาลอาจมีปัญหาการทำงานร่วมกัน โดยมองว่าสาเหตุมาจากขาดการประสานงานที่ดี เชื่อว่าปีนี้จะไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมกับกทม.อย่างแน่นอน ขณะที่ตนเองก็ได้ให้นโยบายกับกรมชลประทานเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งนำข้อเสนอแนะ และผลสรุปจากการหารือร่วมกับกทม.ไปหารือกับกรมชลประทานต่อไป
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า นายบรรหารได้ให้ความรู้ในการแก้ปัญหาน้ำท่วม พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนปัญหาน้ำท่วมในภาพรวมและกทม.รวมทั้งให้ข้อคิดหลายเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งข้อคิดเห็นต่าง ๆ บางเรื่องก็อยู่ระหว่างการดำเนินการ บางเรื่องกทม.เพิ่งได้รับงบประมาณและกำลังดำเนินการ นอกจากนี้ ยังมีแผนป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ซึ่งหากมีปัญหาเกี่ยวกับการจัดการน้ำ กทม.สามารถแจ้งให้นายนิกรรับทราบได้ทันที เพื่อให้การประสานงานเป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่ง
ปภ.สรุปพื้นที่ประกาศภัยแล้ง13จังหวัด79อำเภอ
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ขณะนี้มีจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 13 จังหวัด 79 อำเภอ 495 ตำบล4,743 หมู่บ้าน แยกเป็น ภาคเหนือ 8 จังหวัด ได้แก่กำแพงเพชร(10 อำเภอ) ลำปาง(1 อำเภอ) ลำพูน(4 อำเภอ)สุโขทัย(9 อำเภอ) น่าน(15 อำเภอ) พะเยา(8 อำเภอ)พิษณุโลก(3 อำเภอ) อุตรดิตถ์(2 อำเภอ) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 จังหวัด ได้แก่ เลย(14 อำเภอ) ภาคตะวันออก 2 จังหวัดได้แก่ จันทบุรี(8 อำเภอ) ฉะเชิงเทรา(3 อำเภอ) ภาคกลาง 2 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี(1 อำเภอ) สุพรรณบุรี (1 อำเภอ)
ทั้งนี้ ผู้ประสบภัยแล้งสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 1 - 18 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป



