
สารภาพหมดเปลือกมือฆ่าสาวเคเบิล
ตร.นำตัวมือฆ่ารัดคอนักข่าวสาวเคเบิลเผาอำพรางคดีแถลงข่าวพร้อมทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่เรียนประถม วันเกิดเหตุผู้ตายโทรไปชวนให้มาอยู่เป็นเพื่อน อยู่ๆเกิดอารมณ์ทางเพศขอมีเพศสัมพันธ์เหยื่อไม่ยอม ใช้สายเตารีดรัดคอจนเสียชีวิต และนำทรัพย์สินไปข
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 10 ก.พ. ที่ห้องประชุมกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 โดย พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ. 7,พล.ต.ต.สมบูรณ์ ฮวบบางยาง รอง ผบช.ภ. 7,พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงศ์ รองผบช.ภ. 7 ร่วมกับพล.ต.ต.เพชรัตน์ แสงไชย ผบก.ภ.จว.นคปฐม,พ.ต.อ.กษณะ แจ่มสว่าง รองผบก.ภ.จว.นครปฐม,พ.ต.อ.อนุพันธ์ จันทร์พฤกษ์ ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม,พ.ต.อ.วัฒนา พิมพ์อัฐ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม,พ.ต.ท.ยงยุทธ เกิดเรือง รองผกก.สส.,และพ.ต.ท.เมธี สงวนสัตย์ พนักงานสอบสวน(สบ.3)สภ.เมืองนครปฐมและเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจำนวนหนึ่ง
ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัวนายวีรพงษ์ หรือป้อ เสถียรวีรภาพ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96 ม.4 ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมือง จ.นครปฐม ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆ่า น.ส.ณิชมล นิ่มเดช หรือรถตู้ อายุ 23 ปี ผู้สื่อข่าวสังกัดเคเบิลทีวีนครปฐม ในห้องเช่าเลขที่ 71/169 หมู่ 3 ต.ห้วยจรเข้ อ.เมือง จ.นครปฐม พร้อมด้วยด.ช.เอ อายุ 14 ปี ,นายบี อายุ 16 ปีและนายซี อายุ16 ปี (นามสมมติ) ที่ร่วมกันวางเพลิงเผาศพของน้องรถตู้ ซึ่งเหตุเกิดเมื่อเวลา11.00 น. ของวันที่ 6 ก.พ. และเวลา 01.20 น.ของวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา
พล.ต.ต.เพชรัตน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของผู้ตาย พบว่าในวันเกิดเหตุผู้ตายได้โทรศัพท์ไปหานายวีรพงษ์ จึงได้สืบสวนติดตามจนทราบว่ามีผู้นำโทรศัพท์ของผู้ตายไปขายที่ร้านในซอยข้างห้างสรรพสินค้าจังหวัดนครปฐม จึงได้ไปตรวจสอบที่ร้านดังกล่าวจึงได้ทราบว่าผู้ที่นำโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวไปขายคือนายวีรพงษ์นั่นเอง ส่วนสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 สลึงนั้นถูกนำไปขายที่ร้านทองแห่งหนึ่งในตลาดเทศบาลนครนครปฐมเช่นกัน ตนจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภ.จว.นครปฐมและเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.เมืองนครปฐม กระจายกำลังออกติดตามและตามประกบตัวนายวีรพงษ์ทันที
ด้านพ.ต.อ.วัฒนา กล่าวว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนสอบสวนพยานแวดล้อมและพยานบุคคลพร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานอย่างแน่นหนาแล้วจึงได้ให้พนักงานสอบสวนทำการขออนุมัติศาลออกหมายจับ ก่อนที่จะกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจออกติดตามตัวนายวีรพงษ์ตามสถานที่ต่างๆ ที่คาดว่านายวีรพงษ์จะไปหลบซ่อนตัว
ต่อมาตำรวจได้รับรายงานว่านายวีรพงษ์ได้หลบหนีขึ้นรถไฟสายใต้ขบวนกรุงเทพ - ยะลา ที่สถานีรถไฟนครปฐม จึงได้ประสานไปยังตำรวจสภ.เมืองราชบุรี เพื่อสกัดจับนายวีรพงษ์ซึ่งอยู่ในรถไฟขบวนดังกล่าว จนสามารถจับกุมนายวีรพงษ์ได้ที่สถานีรถไฟราชบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐมที่ จ. 58/2555 โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา,ลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ,วางเพลิงเผาโรงเรือนและทำลายศพเพื่อปิดบังการตาย ก่อนนำตัวมาทำการสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป
นายวีรพงษ์รับสารภาพว่า ตนเป็นเพื่อนสนิทกับน้องรถตู้ โดยเคยเรียนด้วยกันตั้งแต่ชั้นประถม และเรียนอยู่มหวิทยาลัยราชภัฎนครปฐมด้วยกัน โดยตนเรียนคณะมนุษยศาสตร์ สาขา รปส. แต่ไม่จบ และในการฆาตกรรมครั้งนี้ตนเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าและเผาศพน้องรถตู้จริง โดยช่วงเช้าในวันเกิดเหตุน้องตู้ได้โทรศัพท์ไปหาให้ซื้อข้าวมาให้กินและอยู่เป็นเพื่อนที่ห้อง เนื่องจากมีผู้โทรมาแจ้งว่าอดีตผู้ร่วมงานจะมาดักทำร้าย ตนจึงได้ขับขี่รถจยย.ไปหาผู้ตายที่ห้อง จากนั้นก็นอนเล่นดูทีวีกันอยู่ในห้องจนกระทั่งน้องรถตู้หลับไปแต่ตนยังคงนอนดูทีวีอยู่ และในช่วงเวลาประมาณ 14.00 น.ตนรู้สึกมีอารมณ์ทางเพศจึงได้เดินเข้าห้องน้ำและคิดว่าจะทำอย่างไรดี ก่อนที่จะออกมาตัดสายเตารีด เตรียมไว้ว่าถ้าน้องรถตู้ไม่ยินยอมก็จะใช้สายเตารีดรัดคอ
นายวีรพงษ์สารภาพอีกว่า จากนั้นตนก็เดินไปที่เตียงและจะร่วมเพศกับผู้ตายแต่ผู้ตายไม่ยินยอมและด่าทอ ตนจึงได้ใช้สายเตารีดที่เตรียมไว้รัดคอผู้ตายจนแน่นิ่ง แต่ขณะที่ตนกำลังจะลงมือข่มขืน ผู้ตายกลับฟื้นขึ้นมาอีกก็เลยใช้สายเตารีดรัดซ้ำอีกจนเสียชีวิต ตนจึงได้หยิบโทรศัพท์มือถือและถอดสร้อยคอทองคำของผู้ตายแล้วปิดประตูห้องใช้แม่กุญแจคล้องที่สายยูแล้วขับขี่รถจยย.คันดังกล่าวออกไป จากนั้นก็ได้ไปแวะที่ร้านขายของและถามที่ร้านค้าว่าขวดน้ำ 1 ลิตร จะสามารถใส่น้ำมันเบนซินขวดเล็กได้กี่ขวด ซึ่งทางร้านตอบว่า 1 ลิตรสามารถใส่ขวดน้ำมันเบนซินได้ 1 ขวด
"จากนั้นก็กลับไปบ้านก่อนที่จะนำสร้อยคอทองคำ 1 สลึงไปขายที่ร้านทองในตลาดเทศบาลนครนครปฐมในราคา 5,000 บาท ส่วนโทรศัพท์ได้นำไปขายที่ร้านในซอยข้างห้างสรรพสินค้านครปฐม ในราคา 2,000 บาท ก่อนที่จะขับรถจยย.ไปที่ร้านเกมส์ และขณะที่อยู่ในร้านเกมส์ก็นึกได้ว่าตนได้ลืมสายเตารีดที่ใช้รัดคอน้องตู้ไว้ในที่เกิดเหตุ อีกทั้งก็ยังไม่ได้ปิดทีวีด้วย ตนจึงได้ชักชวนด.ช.เอ นายบี และนายซี เด็กรุ่นน้องที่รู้จักในร้านเกมส์ กลับไปยังห้องเช่าที่เกิดเหตุเวลาประมาณ 01.00 น. เพื่อเอาหลักฐานที่ทิ้งไว้และทำการเผาศพเพื่ออำพรางคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนนายเอ็มเบื้องต้นตกเป็นผู้ต้องสงสัยและทางตำรวจและญาติพี่น้องคิดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของน้องตู้ในครั้งนี้นั้น หลังจากมีการสืบสวนไปในเชิงลึกแล้วก็ปรากฏว่านายเอ็มเพียงแต่มีความสัมพันธ์กับผู้ตายเท่านั้น แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการถูกฆาตกรรมโหดของน้องตู้แต่อย่างใด ส่วนด.ช.เอ นายบี และนายซี ที่ดูต้นทางตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า "ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์"
ต่อมาตำรวจได้นำตัวนายวีรพงษ์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณจุดเกิดเหตุท่ามกลางประชาชนและญาติของผู้ตายที่มารอดูอยู่นับ 100 คน ตำรวจต้องตรึงกำลังเพื่อสกัดกั้น ไม่ให้เกิดความวุ่นวายหรือเกิดการทำร้ายผู้ต้องหา โดยที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนภายในห้องผู้ตาย และผู้ต้องหาได้แสดงท่าใช้เข่ากดไหล่ทั้ง 2 ข้างของผู้ตายและใช้สายเตารีดรัดคอ จากนั้นผู้ต้องหาก็แสดงท่าใช้น้ำมันราดศพผู้ตายก่อนจุดไฟเผา ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังทำแผนอยู่นั้นเอง ด้านนอกประชาชนและญาติของผู้ตายก็พยายามที่จะบุกเข้ามาทำร้ายร่างกายของผู้ต้องหา จนเกิดความวุ่นวายโกลาหล และมีการด่าทอ เจ้าหน้าที่ต้องนำแผงเหล็กมากั้นและยุติการทำแผนต่อ พร้อมกับนำผู้ต้องหาหลบหนีออกทางด้านหลัง



