
2พิทบูลนำ2หมาไทยรุมขย้ำเฒ่า74ดับ
'2 พิทบูล' นำ '2 หมาไทย' ร่วม ขย้ำผู้เฒ่าวัย 74 ดับ กลางดึก เผยก่อนเกิดเหตุผู้ตายดื่มเหล้าจนเมา เดินมาหาเจ้าของหมา ให้ขับรถไปส่งบ้าน ระหว่างทางถูกรุมกัด ช่วยตัวเองไม่ได้ พบกลายเป็นศพช่วงสายอีกวัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 10 ก.พ. 55 พ.ต.ท.สุพรรณ พลภักดิ์ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ท่าตะเกียบ จ. ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งมีผู้พบศพ ชายนอนเสียชีวิต ที่บริเวณริมถนนลูกรังชายป่าสวนยาง ในหมู่บ้านเขาวง พื้นที่ ม.22 ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบก่อนเดินทางไปสอบสวนยังที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากโรงพัก สภ.ท่าตะเกียบ ไปยังเส้นทางมุ่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ประมาณ 40 กิโลเมตร
ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต สภาพตามร่างกายมีร่องรอยถูกสุนัขรุมกัดจนเป็นบาดแผลฉีกขาด ฉกรรจ์ และมีรอยเขี้ยวฝังลึกตามร่างกายเกือบ 20 แผล ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมา คือ นายคำจันทร์ กาละวงศ์ อายุ 74 ปี อาชีพเกษตรกร ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 143 /1 ม.11 ต.สถาน อ.เชียงของ จ.เชียงราย นอนเสียชีวิตลักษณะนอนหงาย ที่บริเวณชายป่าริมสวนยางฝั่งตรงข้ามหน้าบ้านของเจ้าของฝูงสุนัข มีถนนลูกรังทางเข้าหมู่บ้านขั้นกลางที่บริเวณพื้นหญ้าริมไหล่ทางพบร่องรอยกองเลือดแห้งกังอยู่เต็มพื้น และมีรอยลากศพของผู้เสียชีวิตห่างออกไปประมาณ 2-3 เมตร
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้เสียชีวิตนั้นถูกสุนัขสายพันธุ์ต่างประเทศ พิทบูล และสุนัขพันธุ์ไทย ของ นายเมียด ราชพิบูลย์ อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48/10 ม.22 ต.ท่าตะเกียบ เลี้ยงเอาไว้จำนวน 4 ตัว ได้ออกมารุมกัดผู้ตายจนเสียชีวิต ตั้งแต่ช่วงเวลา 21.00-22.00 น. ของเมื่อคืนที่ผ่านมา ก่อนที่เจ้าของสุนัขและชาวบ้านจะมาพบศพในช่วงสาย จึงได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเมื่อเวลา 11.30 น. เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้หน่วยกู้ภัยพนมสารคาม เคลื่อนย้ายศพนำส่งไปชันสูตรหารายละเอียดเบื้องต้น ที่ รพ.ท่าตะเกียบ ก่อนที่จะเชิญตัวเจ้าของสุนัขไปทำการสอบสวนปากคำต่อไป
นายเมียด ราดพิบูลย์ อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/10 ม.22 ต.ท่าตะเกียบ ผู้พบศพและแจ้งตำรวจให้การว่า รู้จักกับ นายจันคำ กาละวงศ์ ผู้ตายเป็นอย่างดี เพราะมีสวนยางอยู่ใกล้กัน ส่วนสาเหตุการตาย เกิดจาก เจ้าแรมโบ้กับนางจูลี่ สุนัขพันธุ์พิทบูล กับไอ้ดาวกับนางกี้ สุนัขพันธุ์ไทยแท้ รุมกัด ปกติกลางวันจะขังกรงไว้ ส่วนกลางคืนจะปล่อย ก่อนหน้านี้ เจ้าแรมโบ้ ก็กัดเพื่อนบ้านคนหนึ่ง ขณะเดินอยู่ข้างสวนยาง ได้รับบาดเจ็บไปครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งก็ดูแลค่ารักษาและค่าทำขวัญไป ล่าสุดก็มาร่วมกันก่อเหตุอีก
"ก่อนเกิดเหตุ ผมเดินทางกลับจากระยอง ก่อนถึงบ้าน พบนายคำจัน ผู้ตายอยู่ที่ร้านค้าใกล้บ้าน ก็มีการชักชวนให้ผมดื่มเบียร์ก็ดื่มกันไป 2 ขวด จากนั้น ผู้ตายเอ่ยปากชวนไปที่บ้านของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และพากันเดินกลับ เมื่อผ่านร้านค้า ผู้ตายก็ยังชักชวนให้นั่งดื่มเบียร์กันต่อ แต่ผมปฏิเสธ เพราะเห็นว่า ผู้ตายเริ่มมึนเมา เกรงว่าจะขี่รถจักรยานกลับบ้านไม่ไหว แต่ผู้ตายคะยั้นคะยออีก ก็เอ่ยปากกับผู้ตายไปว่า พอแล้ว ถ้าเมามากก็นอนพักที่ร้านค้า เพราะเป็นญาติสนิทกัน รุ่งเช้าค่อยกลับ แต่นายจันคำ ผู้ตายยังยืนยันว่ายังไม่กลับบ้าน"
"จากนั้นตนจึงขอตัวกลับไปยังบ้านพัก กระทั้งมาเกิดเหตุร้ายขึ้น เชื่อว่าผู้ตายคงจะเดินออกจากร้านค้ามาหาผมที่บ้านพัก เพื่อขอให้ไปส่งกลับบ้าน แต่ระหว่างทางพบกับเจ้าสุนัขทั้ง 4 ตัว ที่ปล่อยไว้ จึงถูกรุมกัด และเนื่องจากนายจันคำ ผู้ตายมีอาการมึนเมา จึงช่วยเหลือตัวเองไม่ไหว จึงถูกรุมกัดจนเสียชีวิต ยืนยันที่จะช่วยเหลือในส่วนที่ทำได้ ส่วนเจ้าสุนัขทั้ง 4 ตัว จะมอบให้กับตำรวจนำไปดูแล หากใครมีความประสงค์จะนำไปเลี้ยง ก็ขอให้ติดต่อมาได้"
พ.ญ.พัตราภรณ์ ปรัชญารัตนานนท์ แพทย์เวร รพ.ท่าตะเกียบ เปิดเผยว่า ผู้ตายได้เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 12-14 ชั่วโมง โดยตามร่างกายนั้นพบมีร่องรอยถูกสุนัขรุมกัดกว่า 20 แผล คือที่บริเวณน่องด้านซ้ายมีรอยเขี้ยวลึกจนถึงกระดูก 6 แผล ขาขวา 7 แผลกระดูกซี่โครงขวาหัก 2 ซี่ และมีรอยเขี้ยวฝังลึกบริเวณจุดที่ซี่โครงหัก 2 แผล รอยเขียวช้ำ 3 รอย ที่หัวไหล่ทั้งซ้ายและขวามีรอยขย้ำฉีกขาดจนเป็นแผลฉกรรจ์ และมีรอยเขี้ยวเหนือบาดแผลอีกด้านละ 2 แผล
ขณะเดียวกันยังไม่มีญาติของผู้เสียชีวิตเดินทางเข้ามาติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ โดยเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตมีบุตรชายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศนายดาบตำรวจ อยู่ที่ย่านบางนา กรุงเทพฯ ซึ่งคาดว่ายังเดินทางมาไม่ถึง
ด้านชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง ที่เดินทางมามุงดูยังที่เกิดเหตุเล่าว่า ที่ผ่านมานั้นสุนัขของนายเมียด ได้เคยกัดชาวบ้าน โดยที่เจ้าของนั้นได้ยินยอมที่จะจ่ายค่าทำขวัญให้แก่ผู้ที่ถูกกัด ครั้งละ 8,000 บาท และก็ยังคงปล่อยให้สุนัขออกมาไล่กัดชาวบ้านอยู่เช่นเดิมมาโดยตลอด เนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านหลังใหญ่ปลูกสร้างอยู่บนเนื้อที่กว่า 1ไร่ และมีทรัพย์สินมาก โดยเฉพาะรถยนต์ที่มีมากถึง 3 คัน และมักจะปล่อยสุนัขให้ออกมาจากกรงขังเป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่เวลา 21.00 น. จนถึงรุ่งเช้า โดยที่รั้วบ้านนั้นเป็นเพียงรั้วไม้เก่าๆ ที่สุนัขสามารถผ่านเข้าออกได้อยู่ตลอดเวลา



