
'มาร์ค'จี้'รัฐ'แจงคนสนิท'ปู'ทำร้าย'เอกยุทธ์'
'อภิสิทธิ์' จี้ 'รัฐบาล' แจงคนใกล้ชิดนายกฯ ทำร้าย 'เอกยุทธ์' เหน็บ เอาเวลาไปจัดการปัญหาน้ำให้เรียบร้อย ดีกว่าจัดงานเลี้ยงขอบคุณ
10 ก.พ.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายเอกยุทธ์ อัญชันบุตร เจ้าของเว็ปไซด์ไทยอินไซด์เดอร์ ออกมาระบุคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีลงมือรุมทำร้าย ว่า ต้องมีการชี้แจงข้อเท็จจริงว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะเมื่อมีข้อสงสัยขึ้นมา ก็ต้องชี้แจง อีกทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังมีการทำร้าย และละเมิดสิทธิ์คนอื่น รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว ที่สำคัญมีการพูดถึงการเกี่ยวพันกับตัวนายกรัฐมนตรีหรือไม่อย่างไร ต้องชี้แจง
เหน็บ'รบ.'ควรเอาเวลาไปจัดการปัญหาน้ำมากกว่าจัดงานเลี้ยง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงการเตรียมการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ อ.เสนา และ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า จะเห็นว่า รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐ ชี้แจงไปคนละทาง ถือว่าไม่เป็นผลดี ส่วนที่มีข่าวว่านายกรัฐมนตรีไม่พอใจกรมชลประทาน ที่มีการพร่องน้ำแล้ว ไม่แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับมือได้ทัน เท่าที่ตนจำได้ ก่อนหน้านี้มีข่าวว่านายกรัฐมนตรีเป็นคนสั่งให้พร่องน้ำได้เลย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเท่ากับว่าระบบการบริหารน้ำยังไม่มีการปรับปรุง ไม่มีเอกภาพ แล้วจะทำให้ประชาชนมั่นใจได้อย่างไร ความจริงน่าจะเอาเวลาไปทำเรื่องนี้ให้เรียบร้อยมากกว่า ไปจัดงานเลี้ยงของ ศปภ. ในคืนวันเดียวกันนี้
เมื่อถามว่า ดูเหมือนนายกรัฐมนตรีจะโยนความผิดให้หน่วยราชการ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลบอกว่ามีกลไกที่ให้นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบ ในการบริหารจัดการเองแล้ว จะโยนไปที่ไหนอีก ถ้าโยนกลับไปที่หน่วยงานก็แสดงว่าคณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานก็ไม่ได้ทำงาน จึงอยากถามว่า คนทำหน้าที่ประสานในเรื่องนี้คือใคร เมื่อรัฐบาลตั้งให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในการประสานงาน จึงสะท้อนว่า เกิดความไม่พร้อมเป็นอย่างยิ่ง
ดังนั้นในสัปดาห์หน้าที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปทุกพื้นที่ หวังว่าจะมีคำตอบว่าจะบริหารจัดการอย่างไร เพราะถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ เท่ากับรัฐบาลไม่มีความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำในปีนี้ และจะมีแต่ความเสียหายรออยู่ข้างหน้า ทั้งนี้ ตนได้พบกับนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่รัฐสภา ยังได้บอกว่า ไม่น่าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ ซึ่งนายปลอดประสพ บอกว่ากำลังลงพื้นที่
'อภิสิทธิ์'ตั้งข้อสังเกตจัดงานรักประเทศไทยโยงปรองดอง
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการตั้งข้อสังเกตว่า มีความพยายามแปรรูปการจัดงานรักประเทศไทย เดินหน้าประเทศไทย จากการแก้ปัญหาน้ำท่วม มาโยงในเรื่องความปองดองเป็นหลัก ว่า ตนไม่ทราบว่าวัตถุประสงค์ของงานเลี้ยงในตอนต้น และตอนนี้จะเหมือนกันหรือไม่ และทราบว่าการติดต่อประสานงานในการเชิญเข้าร่วมงานก็ไม่เรียบร้อย แต่กลับมีการอาศัยเงื่อนไขการเชิญประธานองคมนตรีและพยายามพูดว่า เป็นเรื่องของความปองดอง ตนอยากย้ำว่า ประธานองคมนตรีและคณะองคมนตรี ไม่ได้ไปขัดแย้งกับใคร และที่รับเชิญก็เป็นเพียงการไปฟังดนตรีเท่านั้น แต่ก็มีมวลชนไปวิจารณ์มากมาย แต่ตนไม่เคยได้ยินว่า ประธานองคมนตรีและคณะองคมนตรี ถือตัวเองเป็นคู่ขัดแย้ง ทุกคนมีหน้าที่ทำกันไป แต่ความพยายามในขณะนี้คือจะบอกว่า เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งหรืออย่างไร จึงจะต้องมีการปองดองโดยการพบปะกัน ขอย้ำว่า คนที่อยู่ศูนย์กลางความขัดแย้งไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนที่อยู่ในประเทศในขณะนี้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท ในการจัดงานดังกล่าว เพราะสามารถนำเงินนี้ไปช่วยเหลือประชาชนเดือดร้อนได้ และที่มากไปกว่านั้น กระทบกับความรู้สึกของคนที่มีการฉลองความสำเร็จในภาวะที่ยังไม่มีการแก้ไข และบรรเทาความเดือดร้อน จึงไม่อยากให้รัฐบาลใช้การเมืองเป็นตัวตั้งมากกว่าการแก้ไขเพื่อประชาชน
ชี้เปลี่ยนองค์กรอิสระอยู่ใต้อาณัติฝ่ายการเมืองทำรธน.ถดถอย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวกรณีที่ประธานศาลปกครอง ระบุมีความพยายามล้มศาลปกครองในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ว่า ถือเป็น 1 ใน 3 ข้อ ที่ตนเคยตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ปัญหาเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ รัฐบาลต้องยืนยันให้ชัดเจนว่า จะไม่แตะต้อง และยังเตือนเรื่องวาระการนิรโทษกรรม และองค์กรอิสระ ซึ่งที่ผ่านมามีการอ้างถึงรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่เป็นต้นตำหรับของการมีองค์กรอิสระ แต่กลับต้องการจะเปลี่ยนแปลงองค์กรอิสระให้มาอยู่ใต้อาณัติของฝ่ายที่มาจากการเลือกตั้ง ที่ขัดต่อการตั้งองค์กรอิสระ ซึ่งจะกระทบต่อการถ่วงดุลย์ต่อฝ่ายบริหาร
เมื่อถามว่า สุดท้ายแล้วโมเดลของกลุ่มนิติราษฎร์จะมาครอบงำการทำงานของสสร.หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถือเป็นกระบวนการเดียวกัน เพราะประเด็นที่มีการผลักดันจะมีการสอดรับกันเสมอ ทั้งพรรคเพื่อไทย เสื้อแดง กลุ่มนิติราษฎร์ รัฐบาล ผลัดเปลี่ยนกันเป็นคนเสนอ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่คงไม่มีความเป็นประชาธิปไตย เหนือรัฐธรรมนูญปี 2550 หรือถดถอยลงไป เพราะอ้างว่า ทุกอย่างมาจากการเลือกตั้ง จึงต้องเพิ่มอำนาจให้กับคนที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ใช่หลักของประชาธิปไตย ซึ่งความจริงการเลือกตั้งไม่ใช่ทุกอย่างของประชาธิปไตย นอกจากนี้ เท่าที่ดูท่าทีของรัฐบาลจะเห็นว่า มาตราที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เช่น มาตรา 67 ในเรื่องสิ่งแวดล้อม มาตรา 190 เรื่องการทำสนธิสัญญาและข้อตกลงกับต่างประเทศ มีแนวโน้มว่า เค้าจะพยายามยกเลิกหรือลดการมีส่วนร่วม
'อภิสิทธิ์'ถาม'นายกฯ-จตุพร'ยังสนุกเล่านิทานอยู่หรือไม่
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงกรณีที่โฆษกสถานเอกอัครทูตสหรัฐอเมริกา ออกมาปฏิเสธถึงคำพูดของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ว่าไม่เคยออกมาเตือนว่าจะมีการปฏิวัติในประเทศไทย ว่า น่าจะไปถามนายกรัฐมนตรี และนายจตุพร ว่ายังสนุกสนานกับการเล่านิทานให้บ้านเมืองเสียหายอยู่หรือไม่



