
ลูกแชร์ไอโฟนจี้'ยธ.-ดีเอสไอ'เร่งคดี
'ลูกแชร์' ไอโฟน วอน ก.ยุติธรรม - ดีเอสไอ เร่งติดตามยึดทรัพย์สิน เพื่อจ่ายคืนให้ผู้เสียหาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนศ.เอแบค เผยรายที่สูญมากสุด 175 ล. หลายรายต้องหยุดเรียนเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 55 ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย ซึ่งถูกหลอกให้ร่วมลงทุนธุรกิจแชร์ ไอโฟน ได้รับความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท เข้าพบนายถิรชัย วุฒิธรรม เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดี ภายหลังดีเอสไอได้จับกุมนายพฤติ จารุโกคกุล โดยผู้เสียหายต้องการให้เร่งรัดติดตามทรัพย์สินของผู้ต้องหา เพื่อคืนเงินให้กับผู้เสียหายที่มีจำนวนกว่า 20 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยอัชสัมชัญ (เอแบค) และขณะนี้ได้รับความเดือนร้อนอย่างหนัก เพราะเงินที่นำไปร่วมลงทุนเป็นเงินทุนที่ต้องใช้เพื่อการศึกษา และบางรายที่ต้องหยุดเรียนเพราะไม่มีเงินค่าเทอม ทำให้เสียอนาคต โดยแต่ละรายล้วนสูญเงินเป็นหลักล้านบาท รายที่สูญเงินมากสุดคือ 175 ล้านบาท
สำหรับพฤติกรรมของผู้ต้องหาถือว่าแยบยลมาก เพราะอาศัยความสนิทสนมในฐานะรุ่นพี่ รุ่นน้องในมหาวิทยาลัยมาชักชวนให้ร่วมลงทุนขายโทรศัพท์ไอโฟน โดยอ้างว่าจะสั่งซื้อสินค้ากับบริษัทแอปเปิ้ลโดยตรง เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้า โดยเสนอส่วนแบ่งกำไรให้ตั้งแต่ร้อยละ 10 ขึ้นไป หากสนใจลงทุนก็ให้โอนเงินเข้าบัญชีผู้ต้องหา ในช่วงแรกผู้เสียหายหลายคนเห็นว่า ได้รับส่วนแบ่งกำไรกลับมาจริง จึงได้ชักชวนเพื่อนและญาติให้นำเงินมาลงทุนด้วย โดยการหลอกลวงครั้งนี้ทำต่อเนื่องมานานกว่า 2 ปี โดยที่ผู้เสียหายได้รับส่วนแบ่งมาตลอดทำให้ยิ่งหลงเชื่อมากขึ้น แต่สุดท้ายกลับพบว่าถูกหลอกเชิดเงินหายไปรวมกันกว่า 300 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้เสียหายไม่เชื่อว่าผู้ต้องหาจะกระทำความผิดเพียงลำพัง แต่น่าจะมีคนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัวร่วมรู้เห็นด้วย ดังนั้นจึงต้องการให้มีการตรวจสอบไปถึงเส้นทางการเงินของครอบครัวผู้ต้องหา เพื่อยึดหรืออายัดเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด เพื่อคืนให้กับผู้เสียหายด้วย
ด้านนายถิรชัย กล่าวว่า จะติดตามดำเนินคดีดังกล่าวจนถึงที่สุด เพราะถือว่ามีความเสียหายมาก โดยคาดว่าดีเอสไอจะสรุปสำนวนสั่งฟ้องได้ภายในสัปดาห์หน้า เบื้องต้นสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ทำการอายัดทรัพย์สินของผู้ต้องหาได้บางส่วน เป็นที่ดิน คอนโดติดจำนอง 4 แห่ง รถยนต์ 3-4 คัน ส่วนเงินในบัญชีพบว่าไม่เหลืออยู่แล้ว แต่จะกำชับให้ ปปง.ติดตามเส้นทางการเงินของคนในครอบครัว เพราะเชื่อว่าน่าจะมีการทำเป็นเครือข่าย ซึ่งตนมองว่าจำเป็นต้องติดตามอายัดทรัพย์สินที่ฉ้อโกงกลับคืนมาให้หมด ไม่ให้ผู้ต้องหาหรือเครือข่ายยังมีเงินใช้จ่ายได้อย่างสะดวกสบายหรือถูกจับกุมเพียงไม่กี่ปีเมื่อออกมาแล้วยังใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเหมือนเดิม
นายธาริต กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้เสียหายจะได้รับเงินคืนทั้งหมด ขึ้นอยู่กับทรัพย์สินที่ยังเหลือให้ยึดคืน อีกทั้งยังต้องใช้หลักการเฉลี่ยทรัพย์ตามสัดส่วนที่เสียหาย ซึ่งคดีดังกล่าวคาดว่าอัยการจะพิจารณาดำเนินคดีทั้งในส่วนของคดีอาญาและคดีแพ่ง ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการติดตามเส้นทางการเงินคนในครอบครัวของผู้ต้องหา ขอฝากเตือนไปยังประชาชนไม่ให้หลงเชื่อนำเงินไปร่วมลงทุนธุรกิจแชร์ลูกโซ่ที่เสนอผลประโยชน์ตอบแทนสูง



