ข่าว

กทม.ลั่นอุทธรณ์สู้คดีซ.ร่วมฤทัย

กทม.ลั่นอุทธรณ์สู้คดีซ.ร่วมฤทัย

10 ก.พ. 2555

กทม.เตรียมอุทธรณ์ หลังศาลตัดสินแพ้คดีซอยร่วมฤดี ขอเวลาย้อนดูคดี ด้านเอกชนค้านคำตัดสินศาล เล็งชงเรื่องอุทธรณ์

          นางภาวิณี อามาตย์ทัศน์ ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน เปิดเผยถึงกรณีศาลปกครองกลาง ตัดสินให้ชาวซอยร่วมฤดีชนะคดี ภายหลังฟ้องร้องต่อผู้ว่าฯกทม. และผู้อำนวยการเขตปทุมวัน ออกเอกสารรับรองความกว้างของถนนซอยร่วมฤดี เกินกว่าความเป็นจริงว่า เพิ่งทราบข่าว และยังไม่ทราบรายละเอียดว่า เป็นอย่างไร เพราะเอกสารอยู่ที่ฝ่ายโยธาเขต ต้องรอตรวจสอบในวันที่10ก.พ.55

          อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา เพิ่งทราบจากบริษัทลาภประทาน จำกัด ว่า ศาลปกครองกลางจะมีการตัดสิน แต่ทางเขตไม่ได้รับแจ้งจากศาล จึงไม่ได้เดินทางไปร่วมรับฟัง

          "เรื่องนี้ยืดเยื้อมานาน ผู้ที่รับทราบรายละเอียด คือ นายสุรเกียรติ ลิ้มเจริญ รองผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย กทม. ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเขตปทุมวัน ในขณะนั้น"

          นางภาวิณี กล่าวว่า เธอเพิ่งมารับตำแหน่งช่วงปี 2553 อย่างไรก็ตาม คดีนี้ ศาลหยุดนำสืบตั้งแต่มกราคมปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการฟ้องโดยตำแหน่ง หากมีการอุทธรณ์ก็น่าจะเป็นเรื่องของบริษัทลาภประทาน จำกัด

          “ถ้าที่สุดแล้ว ศาลสั่งให้รื้อ เขตก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่ขณะนี้ ยังไม่ได้หารือกับบริษัทลาภประทาน จำกัด ว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่หากพบว่า มีผู้มีความผิด ก็ต้องไล่กลับไปในช่วงนั้นว่า ใครรับผิดชอบกรณีดังกล่าว”

          ด้านนายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกกทม. กล่าวสั้น ๆ ว่า โดยหลักกทม.คงต้องอุทธรณ์อยู่แล้ว โดยต้องกลับไปไล่ดูต้นตอของคดีความ ซึ่งคาดว่า จะมีความชัดเจนในวันที่ 10 ก.พ.55

          ขณะที่ นายสัญญา จันทรัตน์ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชกรุงเทพมหานคร(กทม.) ในฐานะฝ่ายกฎหมายกทม. กล่าวว่า สำหรับ กทม. เรื่องการบริการสาธารณะให้เอกชน หลักการต้องไม่กระทบกับประชาชน และคำนึงถึงผลกระทบต่าง ๆ และกทม.จะพิจารณาโดยต้องตั้งมั่นในหลักการดังกล่าว และความสุจริต เพราะการออกใบอนุญาต ต้องผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน

          อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ ความเข้าใจกับของประชาชนที่ร้องเรียน และผู้ปฏิบัติงานของกทม.อาจไม่ตรงกัน ซึ่งต้องขอรอตรวจสอบรายละเอียดเรื่องนี้อีกครั้ง

          ด้าน นายสุรเกียรติ ลิ้มเจริญ รองผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อดีตผู้อำนวยการเขตปทุมวันในขณะนั้น ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เพียงสั้น ๆ แล้ววางสายในทันทีว่า เขาเพิ่งได้ยินข่าวมาเหมือนกัน ซึ่งขอดูรายละเอียดคำพิพากษาก่อน เพราะข้อมูลเรื่องนี้ผ่านมาหลายปีแล้ว ทั้งนี้ จะขอให้รายละเอียดอีกครั้งภายหลัง

          ขณะเดียวกัน นายสุรเชษฐ วรวงศ์วสุ กรรมการบริษัท ลาภประทาน จำกัด กล่าวว่า ในฐานะผู้บริหารโรงแรมดิเอทัส ได้แสดงความไม่เห็นด้วย กับคำพิพากษาของศาล ซึ่งจากนี้ จะปรึกษาทนายความ ให้ดำเนินการอุทธรณ์ไปยังศาลปกครองสูงสุด

          "ขอยืนยันว่า ทางบริษัทก่อนที่จะดำเนินการก่อสร้าง ได้ตรวจสอบความถูกต้องทุกขั้นตอน โดยได้ทำหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานเขตปทุมวัน โดยเฉพาะเรื่องแนวเขตทางแล้ว ซึ่งบริษัทได้รับหนังสือตอบกลับเป็นลายลักษณ์อักษรว่า มีแนวเขตทางกว้าง 10 เมตร ตั้งแต่หน้าที่ดินบริเวณโครงการจนถึงถนนใหญ่(ถ.เพลินจิต) ซึ่งบริษัทมีหลักฐานทุกประการ และได้ส่งให้ศาลพิจารณาด้วย แต่ศาลพิจารณาโดยให้น้ำหนักประเด็นเขตทางตามสภาพความเป็นจริง"

          อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า สภาพความเป็นจริงในซอยอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา พื้นที่ในซอยมีเจ้าของต่างกันหลายโฉนด และมีการรุกล้ำที่สาธารณะทำให้ซอยมีความกว้างน้อยกว่า10 เมตร ดังนั้น เขามีความเห็นว่า เจ้าหน้าที่ กทม.ควรจะต้องดำเนินการกับผู้ที่รุกล้ำที่สาธารณะ แทนที่จะมาดำเนิการเอาผิดกับทางบริษัท