ข่าว

'ยงยุทธ'นิ่งแนวคิด'ปลอด'แยกธนบุรี

'ยงยุทธ'นิ่งแนวคิด'ปลอด'แยกธนบุรี

09 ก.พ. 2555

"ยงยุทธ" นิ่งแนวคิด “ปลอด” แยกธนบุรีพ้นสังกัดกทม. แนะปชช.ร่วมตัดสิน "กทม." อัดเอาประชาชนเป็นตัวประกัน ยัน กทม.มีแผนป้องกันน้ำท่วมระยะยาว

               9ก.พ.2555  นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงแนวคิดของนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสนอแนวคิดแยกฝั่งธนบุรีเป็นเขตปกครองพิเศษออกจากกรุงเทพมหานครว่า เป็นเสรีภาพของนายปลอดประสพที่จะแสดงความคิดเห็น เชื่อว่านายปลอดประสพมีข้อมูลอยู่ ที่ผ่านมารูปแบบการปกครองของฝั่งธนบุรีกลับไปกลับมา ระหว่างกรุงเทพมหานคร กรุงธนบุรี เทศบาลนครธนบุรี

               "ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยนั้น คงตอบไม่ได้ เพราะรูปแบบการปกครอง ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมเห็นด้วยหรือไม่ ดังนั้นทุกคนน่าจะทราบวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด" นายยงยุทธ กล่าว


"กทม."ค้านซัดรัฐบาลตั้ง"กนอช."ไม่ตกผลึก

               นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.)  กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของนายปลอดประสพเรื่องนี้รวมถึงก่อนหน้านี้ที่มีการเสนอให้เลือกตั้งผู้อำนวยการเขต ซึ่งเห็นว่าควรมีการศึกษาให้รอบคอบก่อนที่จะนำเสนอสู่สาธารณะ เพราะถือเป็นการเปลี่ยนเชิงโครงสร้างทางอำนาจและส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง

               “ถ้าพูดกันลอยๆ ขึ้นมาโดยไม่มีการศึกษาให้รอบด้านก็เหมือนกับเป็นการเอาประชาชนเป็นตัวประกันบนความขัดแย้งทางการเมือง แทนที่เมืองจะพัฒนากลับจะต้องสะดุดลง ” นายวสันต์ กล่าว

               อย่างไรก็ตาม นายวสันต์ กล่าวว่า ยอมรับว่าพื้นที่ กทม.มีขนาดใหญ่จริง แต่ผู้ว่าฯกทม. ก็มีการแบ่งภารกิจออกเป็น 6 กลุ่มเขต โดยกฎหมายใหม่สามารถแต่งตั้งรองผู้ว่าฯกทม. ได้ 6 คน เพื่อรับผิดชอบแต่ละกลุ่มเขต ซึ่งจะทำให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

               นายวสันต์ กล่าวว่า สำหรับข้อกล่าวหาที่นายปลอดประสพระบุว่า กทม.ไม่มีแผนจัดการน้ำท่วมในระยะยาวนั้น ยืนยันว่า กทม.ได้เสนอไปยังรัฐบาลแล้วทั้งแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งรัฐบาลก็ได้สนับสนุนงบประมาณให้แล้ว 1,900 ล้านบาท

               “ขอย้อนถามกลับไปว่า รัฐบาลเองมีแผนระยะยาวไหม นอกจากแผนเงินแล้วมีแผนงานหรือไม่ เวลานี้ประชาชนต่างวิตกจริตกันหมดว่าพื้นที่บ้านของตัวเองจะกลายเป็นพื้นที่ฟลัดเวย์หรือไม่ ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ชัดเจน” นายวสันต์ กล่าว

               นายวสันต์ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์น้ำท่วมในปีที่ผ่านมาถือเป็นผลงานส่วนหนึ่งของ กทม.ที่สามารถปกป้องไม่ให้น้ำท่วมทั้ง 50 เขต และหากรัฐบาลต้องการให้ระบบระบายน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็ควรมอบอำนาจในการควบคุมประตูระบายน้ำและเครื่องสูบน้ำของกรมชลประทานให้ กทม.ดูแล ซึ่งจะทำให้บริหารได้ง่ายขึ้น

ซัดรัฐบาลตั้ง"กนอช."ไม่ตกผลึก

               นายวสันต์  กล่าวด้วยว่า เห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาลในการตั้งคณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) ที่ให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งการแบบเบ็ดเสร็จ โดย กทม.พร้อมจะสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล หากสิ่งที่จะดำเนินการนั้นเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน อย่างไรก็ตาม แนวทางของ กอนช.จะต้องมีความชัดเจนรอบด้าน ไม่ใช่มีแค่รูปแบบโครงสร้างองค์กร แต่ต้องมีเนื้อหาสาระในเชิงปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมด้วย

               นายวสันต์ กล่าวว่า หากรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะบูรณาการหน่วยงานต่างๆ ในการแก้ปัญหาน้ำท่วม จะต้องหาวิธีประสานงานกันอย่างมีเอกภาพและประสิทธิภาพ รวมทั้งต้องทบทวนความผิดพลาดและบทเรียนในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ทุกกระทรวงต่างออกมาพูดเรื่องน้ำท่วมกันหมด ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน

               “ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องโครงสร้างการทำงาน หน่วยงานต่างๆ มีชื่อเต็มไปหมด อีกทั้งองค์กรที่ตั้งขึ้นมาก่อนหน้านี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะยุบไปหรือไม่ ซึ่งอาจเกิดปัญหาเรื่องอำนาจซ้อนอำนาจหรืออาจเกี่ยงความรับผิดชอบกันเอง นอกจากนี้ต้องดูระเบียบข้อบังคับต่างๆ ของ กนอช. ว่าจะขัดหรือแย้งกับ พ.ร.บ.ท้องถิ่นหรือไม่ ดังนั้นก่อนที่รัฐบาลจะประกาศนโยบายอะไรออกมาควรต้องตกผลึกก่อน ไม่เช่นนั้นประชาชนสันสบแน่” โฆษก กทม. กล่าว

               นอกจากนี้ รัฐบาลควรมีแผนจัดการน้ำท่วมอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยเฉพาะแผนป้องกันและรับมือในแต่ละจังหวัด ขณะที่ กทม.เป็นเพียงพื้นที่ปลายน้ำเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาหลายคนมองว่า กทม.ขัดแย้งกับรัฐบาล เพราะ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. มุ่งเน้นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนเป็นที่ตั้ง ดังนั้นจึงอาจขัดแย้งกันบ้าง

               “ที่สำคัญคือต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถจริงๆ เพราะปัญหาน้ำท่วมเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เอาใครก็ได้มาฝึกงาน ทดลองงาน หรืออาศัยสถานการณ์สร้างวีรบุรุษ ทั้งที่ไม่ได้มีความรู้จริง” โฆษก กทม. กล่าว