
'กรณ์'เผยกลุ่มชินวางแผนคุมปตท.
'กรณ์' เผย 'กลุ่มชิน' วางแผนคุม ปตท. หวั่นเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน หลังพยายามเข้ามามีบทบาท
9 ก.พ.55 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม มีวาระพิจารณากระทู้ถามสดเรื่อง ปัญหานโยบายการขายหุ้นบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ของนายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ถาม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง
โดยนายกรณ์ กล่าวว่า ปตท.มีมูลค่าองค์กรสูงกว่าล้านล้านบาท เป็นบริษัทที่มีกำไรสูงสุดของประเทศ กิจการของปตท.มีผลต่อชีวิตของคนไทยทุกคนและมีอำนาจผูกกขาดในด้านพลังงาน จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าการเปลี่ยนโครงสร้างปตท.อาจมีผลกระทบต่อสินค้าพลังงานของคนไทยทุกคน วันนี้สถานะปตท.ยังคงเป็นรัฐวิสาหกิจทำให้ประชาชนอุ่นใจว่ายังเป็นของประชาชน แต่ประเด็นที่วันนี้มีความสับสน คือ ทำไมนโยบายและบทบาทของปตท.ไม่สามารถดูแลประชาชนได้เฉกเช่นนโยบายของกระทรวงพลังงาน เช่น การลอยตัวก๊าซ หรือ การไม่สามารถรักษาระดับดีเซลให้ต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร และไม่สามารถยกเลิกกองทุนน้ำมันได้ เป็นต้น
ส่วนแนวความคิดการแปรรูปปตท.มีเป้าประสงค์เพื่อต้องการปลดแอก ปตท.ให้เป็นเอกชนเต็มรูปแบบ แบบนี้เท่ากับว่าจะต้องเป็นวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไรอย่างเดียว จึงสงสัยว่าแนวคิดการขายหุ้นปตท.ของภาครัฐเพื่อลดตัวเลขหนี้สาธารณะของรัฐถึงมีความสำคัญมากกว่าปัญหาราคาพลังงานที่มีผลกระทบต่อประชาชน
นายกรณ์ กล่าวต่อไปว่า ตอนนี้ข้อกังวลเกี่ยวกับปตท.ไม่ได้มีแค่เรื่องการแปรรูปเท่านั้น เพราะผู้มีอำนาจเหนือรัฐบาลเคยมีประวัติเรื่องนี้จนถูกศาลพิพากษาในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน พยายามเข้ามามีบทบาทด้วย ส่งผลให้สัญญาณเกี่ยวกับปตท.ที่ออกมาตอนนี้ไม่ค่อยดี โดยพบว่าเดือน ต.ค.2554 มีการแต่งตั้งลูกน้องเก่าจากกลุ่มชินมาเป็นกรรมการปตท. ต่อมาในช่วงปรับคณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งลูกน้องเก่ากลุ่มชินเช่นเดียวกันมาเป็นรมว.พลังงาน
ทั้งนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้กลุ่มชินมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดนโยบายภาครัฐและเรื่องสำคัญของรัฐในด้านพลังงานเช่นกัน และความเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯในการลงทุนอุตสาหกรรมพลังงานในต่างประเทศทั้งแอฟริกาหรือการเจรจาที่เลบานอน รวมไปถึงการพบผู้นำประเทศเพื่อนบ้านเพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดเรื่องพลังงาน จึงมีความกังวลมากจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนรอบสองหรือไม่ จากโทรคมนาคมมาเป็นพลังงาน ดังนั้น รัฐบาลมีนโยบายอย่างไรเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว
'กิตติรัตน์' ยันไม่ขายหุ้นปตท.
ด้านนายกิตติรัตน์ ชี้แจงว่า ไม่เคยมีโนยบายแปรรูปปตท.ซึ่งข้อมูลที่ออกมา ไม่ได้มาจากรัฐบาลแต่เป็นเพียงการให้สัมภาษณ์ของผู้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษกิจเกี่ยวกับแนวทางการลดตัวเลขหนี้สาธาณะเท่านั้น เพราะในระดับคณะกรรมการบริหารนโยบาบรัฐวิสาหกิจไม่เคยมีการหารือกัน ซึ่งที่ผ่านมาส่วนตัวได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนไปแล้วหลายครั้งว่ารัฐบาลไม่มีความคิดนี้แน่นอน การที่รัฐบาลยังถือหุ้นปตท.เกินครึ่งยังเป็นเรื่องที่ดี เพราะปตท.เป็นรัฐวิสาหกิจที่ประสบความสำเร็จหลังจากมีการระดมทุนจนกระทั่งมีความเข้มแข็งจนถึงทุกวันนี้ ไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้เพราะรัฐบาลไม่มีนโยบาย
ส่วนกรณีของการขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวีเพราะราคา 8.50 บาทต่อกิโลกรัมนั้น เป็นราคาที่ต่ำเกินไปไม่มีความเหมาะสม เอ็นจีวีเราจำเป็นต้องขยายการบริการออกไปให้มากขึ้น แต่จะทำไม่ได้เลยถ้ากิจการในส่วนนี้ยังคงขาดทุนเหมือนในปัจจุบัน ปตท.นอกจากจะเป็นรัฐวิสาหกิจแล้วยังเป็นบริษัทมหาชนที่มีหน้าที่ดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นรายอื่นที่ไม่ใช่รัฐด้วย
นายกิตติรัตน์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลมีนโยบายการดำเนินการปรับเปลี่ยนราคาพลังงานมุ่งสู่กลไกตลาด แต่ไม่ได้ตกอยู่กับกลไกตลาดเสียทีเดียว เพราะต้องการทำให้ราคาที่ถูกกดให้ต่ำเอาไว้อย่างผิดธรรมชาติใกล้เคียงกับราคาตลาด รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ปตท.ทำธุรกิจในต่างประเทศอยู่แล้วเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับบริษัทและประเทศ ทั้งนี้การดำเนินการเหล่านี้คงไม่มีความคิดการดำเนินงานเพื่อสร้างประโยชน์ทับซ้อนแก่ผู้ใดทั้งสิ้น ทั้งหมดเป็นไปอย่างโปร่งใสภายใต้การดำเนินการของบริษัทปตท.จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย



