
ศก.ฉุดยอดรูดบัตรนิ่ง-ชักดาบเพิ่ม คนรัดเข็มขัดใช้จ่ายน้อยลง-แบงก์ตรวจลูกค้าเข้ม
แบงก์เผยหนี้เสียบัตรเครดิตไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น ขณะที่ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรทรงตัว เหตุประชาชนรัดเข็มขัดมากขึ้น จากปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง แบงก์กรุงเทพตั้งเป้าคุมเอ็นพีแอลไม่ให้เกิน 2% รับแบงก์เข้มในการให้บัตร
นายโชค ณ ระนอง ผู้จัดการสายบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และปัจจัยการเมืองที่ไม่สงบ มีผลให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของบัตรเครดิตในไตรมาสแรกปีนี้ปรับเพิ่มขึ้น ในขณะที่ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตยังทรงตัว เนื่องจากประชาชนมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรลดลงเหลือ 9,000 บาทต่อบัตร หรือลดลง 1-2% เมื่อเทียบกับสิ้นปีที่ผ่านมา
สำหรับเป้าหมายการควบคุมเอ็นพีแอลของธนาคารในปีนี้จะควบคุมไม่ให้เกิน 2% และตั้งเป้าว่าสิ้นปียอดบัตรเครดิตน่าจะอยู่ที่ 1 ล้านบัตร ซึ่งยอมรับว่า จากภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ธนาคารต้องเพิ่มความระมัดระวังในการให้บัตรเครดิตมากกว่าเดิม โดยได้เฝ้าติดตามดูกลุ่มธุรกิจส่วนตัวเพราะมีความเสี่ยงสูง นอกจากนี้ก็พิจารณากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มยานยนต์เป็นกรณีพิเศษอีกด้วย
นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายผลิตภัณฑ์สินเชื่อลูกค้าบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตไตรมาสแรกปีนี้ของธนาคารเติบโตเฉลี่ย 2-3% เนื่องจากมีรายการส่งเสริมการขายค่อนข้างมากบนพื้นฐานต้นทุนที่ต่ำ เพราะเน้นกลุ่มลูกค้าของธนาคารเป็นหลัก ทำให้ได้รับผลกระทบน้อยเมื่อเทียบกับกลุ่มสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ หรือนอน-แบงก์
ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของธนาคารไตรมาสแรกปีนี้ มีมูลค่ารวม กว่า 2.5 หมื่นล้านบาท ส่วนไตรมาส 2 นั้น ไม่มั่นใจว่ายอดการใช้จ่ายจะเพิ่มหรือลดลง เนื่องจากมีกรณีการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2009 เพราะยอดใช้จ่าย 20% ของลูกค้ามาจากการเดินทาง และการเติมน้ำมัน ขณะที่ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเฉลี่ยอยู่ที่ 6 พันบาทต่อบัตร หากคิดยอดบัตรที่มีการเคลื่อนไหวสม่ำเสมอ จะอยู่ที่ 1.2 หมื่นบาทต่อบัตรต่อเดือน
นายรุ่งเรือง กล่าวว่า เป้าหมายสิ้นปีนี้คาดว่ายอดบัตรเครดิตน่าจะอยู่ที่ 1.8-1.9 ล้านบัตร เพราะจะมีบางบัตรที่ลูกค้ายกเลิก แต่บัตรเครดิตที่เพิ่มจะเป็นบัตรเครดิตแฟมิลี่มากกว่า คาดว่าช่วงเวลาที่เหลือน่าจะมียอดบัตรเครดิตแฟมิลี่เพิ่มอีก 3 แสนบัตร รวมทั้งปียอดบัตรเครดิตแฟมิลี่ 6 แสนบัตร โดยลูกค้าก็ยึดถือจากฐานลูกค้าเงินฝากของธนาคารเป็นหลัก
ส่วนยอดเอ็นพีแอล ณ ปัจจุบัน อยู่ที่ 5% ซึ่งสิ้นปีนี้คาดว่ายอดสินเชื่อคงค้างน่าจะอยู่ที่ 1.4-1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งรวมสินเชื่อส่วนบุคคล Speedy Loan ซึ่งเป็นสินเชื่อที่มีการผ่อนชำระเป็นรายเดือนเท่ากันด้วย ซึ่ง ณ ปัจจุบันมียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 2 พันล้านบาท



