
ลุ้นค่าต๋งแบงก์รอศาลตีความพรก.
'กิตติรัตน์' รอฟังศาล รธน.ตีความ 2 พรก. ชะลอประกาศอัตราค่าธรรมเนียมจากแบงก์เอกชน เพื่อแก้ปัญหาหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ยันไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากแบงก์รัฐแน่นอน
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับตีความพ.ร.ก.จำนวน 2 ฉบับตามที่ฝ่ายค้านยื่น ว่าขณะนี้ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.ก. ดังกล่าวต้องชะลอออกไปก่อน เพราะต้องรอการตีความของศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงการประกาศอัตราเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากธนาคารพาณิชย์ เพื่อนำไปแก้ปัญหาหนี้สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน จากเดิมที่เคยระบุไว้ว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ สรุปตัวเลขออกมาให้ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรัฐบาลยืนยันว่าการออกพ.ร.ก.แก้ไขปัญหาหนี้สินของกองทุนฟื้นฟูนั้น มีความจำเป็นเร่งด่วนและกระบวนการดำเนินงานในเรื่องนี้ก็ยังเดินหน้าต่อไป และไม่ได้มองว่าถูกทำให้ล่าช้าออกไปมากนัก เพราะกว่าจะเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมเข้ากองทุนนั้น จะเริ่มในปลายเดือนกรกฎาคม จึงยังมีเวลาดำเนินการ โดยระหว่างที่รอศาลรัฐธรรมนูญตีความ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ทำงานในส่วนที่เกี่ยวข้องไป ทั้งการกำหนดอัตราการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมว่าจะเก็บเท่าไหร่ เก็บอย่างไร และลดการเรียกเก็บสถาบันคุ้มครองเงินฝากอย่างมีนัยสำคัญอย่างไร
"อัตราเรียกเก็บจากสถาบันการเงินเอกชนนั้น ธปท.จะเป็นผู้กำหนดและคงมีอัตราในใจแล้ว และทางธนาคารพาณิชย์ก็คงไม่มีปัญหาอะไร ส่วนแบงก์รัฐยืนยันว่าจะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเข้ากองทุนฟื้นฟูอย่างแน่นอน แม้ว่าจะทำให้เกิดการลักลั่นในการดำเนินงานระหว่างแบงก์รัฐและแบงก์เอกชนก็จะหาแนวทางการแก้ไขต่อไป เช่น การคุ้มการปล่อยสินเชื่อบางประเภท เป็นต้น” นายกิตติรัตน์กล่าว
นายกิตติรัตน์ยอมรับว่า หากสามารถประกาศอัตราเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ จากธนาคารพาณิชย์ได้เร็วก็อาจจะทำให้ธนาคารสามารถคำนวณต้นทุนเงินฝาก เงินกู้ และการดำเนินงานได้ง่ายขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมในการปฏิบัติตามที่ ธปท.กำหนดไว้ ส่วนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ในช่วงนี้เป็นไปตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. ไม่ได้มีผลมาจากการจะเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ
ด้านนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า การหารือกับสมาคมธนาคารไทยเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เพื่อนำข้อเสนอของ ธปท.ที่เสนอมา 3 แนวทาง และแนวทางของสมาคมธนาคารไทยอีก 2 แนวทางมาพิจารณา และถามความเห็นจากสมาชิก โดยแต่ละทางเลือกจะมีการเสนออัตราค่าธรรมเนียมที่จัดเก็บแตกต่างกัน ตามระยะเวลาการชำระหนี้ว่าจะใช้เวลานานเพียงใด ซึ่งอัตราที่นำเสนอส่วนใหญ่มีขั้นต่ำ 0.4% และไม่เกิน 0.6% เวลาสูงสุด 25 ปี



