
เปิดบันทึกนักข่าวเคเบิลตัดพ้อชาย
คดีฆ่าเผานักข่าวสาวเคเบิลนครปฐม ส่อวุ่น พบสมุดบันทึกตัดพ้อชายชื่อ "เอ็ม" เปลี่ยนไปหลังจับได้ผู้ตายโทรคุยกับเมียที่บ้าน ตร.มุ่งปมชู้สาว เรียกสอบช่างเทคนิคที่ทำงานเดียวกัน เจ้าตัวปัดเอี่ยวเจอรอยข่วนอ้างเมียทำ รอผลตรวจหาดีเอ็นเอจากศพเป็นหลักฐานมัด
ความคืบหน้าคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญคนร้ายฆ่าจุดไฟเผาอำพราง น.ส.ณิชมล นิ่มเดช หรือรถตู้ อายุ 23 ปี ผู้สื่อข่าวสังกัดเคเบิลทีวีนครปฐม โดยตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยชื่อนายปรีชา มีอำนาจ อายุ 27 ปี หนุ่มข้างห้องเช่าที่หมู่ 3 ต.ห้วยจระเข้ อ.เมือง จ.นครปฐม ไปสอบสวน พร้อมทั้งตรวจสอบสมุดบันทึกส่วนตัวของผู้ตาย โดยมุ่งปมชู้สาวนั้น เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.เพชรรัตน์ แสงไชย ผู้บังคับตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พ.ต.อ.วัฒนา พิมพ์อัฐ ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครปฐม และ พ.ต.ท.ยงยุทธ เกิดเรือง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครปฐม เรียกเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเพื่อประมวลเหตุการณ์และเร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
นายปรีชาให้สัมภาษณ์ว่า ไม่คิดเลยว่าตำรวจจะคิดว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุฆาตกรรมครั้งนี้ ทั้งที่น่าจะได้รับการชื่นชมว่าเป็นพลเมืองดี เพราะไปทุบกระจกหน้าต่างเพื่อเข้าไปช่วยดับไฟ เพราะเกรงว่าผู้ที่อยู่ในห้องซึ่งเป็นผู้หญิงอาศัยอยู่คนเดียวจะได้รับอันตราย โดยไม่รู้ว่าเธอถูกฆ่าตายด้วยซ้ำ
"ผมบอกตามตรงว่า ผมไม่ได้ทำผิดและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายครั้งนี้แต่อย่างใด และผมไม่กลัว เพราะผมไม่ได้ทำ" นายปรีชากล่าว
ด้าน น.ส.ทิพวรรณ ปิ่นทอง ภรรยาของนายปรีชา เล่าว่า เช่าห้องพักอยู่กับนายปรีชาได้เพียง 2 เดือน ส่วนผู้ตายเช่าอยู่ก่อนแล้ว ที่ผ่านมาเห็นผู้ตายไปทำงานทุกวัน มีเพื่อนแวะเวียนมาหาหลายคนตลอดเวลา แต่คนที่เห็นมาเป็นประจำคือคนที่ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 สีดำ แต่ไม่ทราบชื่อ กระทั่งคืนหนึ่งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้ยินเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง แล้วผู้ชายคนนั้นก็หายไปประมาณ 2-3 สัปดาห์ จากนั้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเห็นผู้ตายอยู่ที่ห้อง แต่พอเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเธอและแฟนไปทำงานเวลา 09.00 น. สังเกตเห็นว่าประตูห้องของผู้ตายล็อกด้วยแม่กุญแจ ส่วนรถจักรยานยนต์ของผู้ตายจอดอยู่หน้าห้อง คิดว่าคงออกไปข้างนอก พอกลับจากทำงานประมาณ 18.00 น. ก็ยังเห็นแม่กุญแจล็อกและรถจอดอยู่ที่เดิม แต่ไม่ได้เอะใจอะไร
"ฉันจูงหมาไปเดินเล่น กลับมาถึงห้องประมาณ 1 ทุ่ม สังเกตเห็นไฟในห้องผู้ตายสว่างอยู่ แต่ประตูยังล็อก กระทั่ง 5 ทุ่ม ฉันเข้านอนและมารู้สึกตัวอีกครั้งประมาณตีหนึ่งกว่าๆ ได้ยินเสียงเหมือนอะไรตกแตก และเห็นแสงไฟบนฝ้าเพดานห้อง จึงปลุกแฟนให้วิ่งออกไปดู รู้ว่าไฟไหม้ห้องของผู้ตาย แฟนของฉันก็วิ่งไปช่วยทุบบานเกล็ดเพื่อที่จะเข้าไปช่วยผู้หญิงที่อยู่ข้างใน" น.ส.ทิพวรรณกล่าว
ขณะที่ พ.ต.อ.วัฒนากล่าวว่า ขณะนี้เหลือผู้ต้องสงสัยแค่ 3 คน เบื้องต้นยังไม่ตัดประเด็นนายปรีชา แม้ว่าจากการสืบสวนสอบสวนน่าจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนประเด็นการสังหารเหลือเพียง 3 ประเด็น แต่ละคน แต่ละประเด็น แรงจูงใจต่างกัน ที่สำคัญพบว่าผู้ตายน่าจะรู้ล่วงหน้าว่าจะมีคนมาดักรอที่ทำงานจึงไม่ไปทำงาน
"เชื่อว่าผู้ตายเสียชีวิตตั้งแต่ช่วงกลางวัน โดยคนร้ายซึ่งน่าจะเป็นคนที่ผู้ตายรู้จัก และมีความสัมพันธ์กันจนสามารถที่จะเข้าไปพูดคุยในห้องเช่าได้ โดยคนร้ายอาศัยช่วงจังหวะที่คนข้างเคียงออกไปทำงานส่งมือฆ่า จากนั้นล็อกแม่กุญแจไว้ คาดว่าคนร้ายจะกลับมาอีกครั้งหนึ่งในช่วงกลางคืนแล้วจุดไฟเผาอำพรางศพ ว่าไฟเกิดไหม้ห้องและถูกไฟคลอกเสียชีวิตในขณะนอนหลับอยู่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ต้องรอผลการผ่าพิสูจน์จากสถาบันนิติเวชว่า การตายในครั้งนี้ ผู้ตายเสียชีวิตมาแล้วกี่ชั่วโมง และการตายนั้นเกิดจากสาเหตุใด พร้อมทั้งการรอผลตรวจเนื้อเยื่อที่เล็บมือของผู้ตายว่าจะต้องตรงกับบาดแผลที่พบในตัวผู้ต้องสงสัยหรือไม่ ก่อนที่จะดำเนินการต่อไป" พ.ต.อ.วัฒนากล่าว
ผกก.สภ.เมืองนครปฐม กล่าวอีกว่า ตำรวจนำสมุดบันทึกของ น.ส.ณิชมล ไปตรวจสอบว่าข้อความที่เขียนบรรยายเอาไว้นั้น เกี่ยวข้องกับผู้ใดบ้าง และมีส่วนเชื่อมโยงถึงการตายหรือไม่อย่างไร จากการตรวจสอบพบว่าข้อความที่เขียนไว้มี 5 หน้ากระดาษ แต่ละหน้าบรรยายถึงการได้รู้จักและใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งใจความว่า
"ตอนแรกคิดว่าเขาเป็นคนดี แต่เมื่อได้ใช้ชีวิตร่วมกันแล้วกลับตรงกันข้าม แต่ก็รักเขาเข้าไปแล้ว เมื่อรักไปแล้วกลับมารู้ว่าเขามีเมียแล้ว ควรจะทำอย่างไรกับชีวิตดี และเมื่อมีเขาแล้วชีวิตเปลี่ยนไปทุกอย่าง จากที่ไม่เคยนึกถึงใครแต่ตอนนี้เหมือนมีใครคนหนึ่งอยู่ข้างฉันทุกลมหายใจ ก็คือคุณเอ็ม แต่เขาก็ทำให้ผิดหวังทุกวินาที และให้ถามใจตัวเองว่าคุณรักใคร อย่าอยู่กับฉัน เพราะเพียงสงสาร ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ฉันรักคุณไปแล้ว แต่คุณคงไม่รักฉันหรอก เพราะคุณมีคนนั้นอยู่แล้ว ขอให้คุณรักนานๆ"
ข้อความในสมุดบันทึกระบุอีกว่า "ส่วนฉันจะเป็นคนจากไป เพราะ "เรา” ไม่ใช่คู่กันและเธอคงทิ้งฉันไป พี่เอ็มไม่เคยแคร์ความรู้สึกฉันแม้แต่นิดเดียว คำพูดเหมือนกับว่าชินชาไร้ความรู้สึกกับตู้ไปแล้ว เพียงเพราะว่าตู้โทรไปหาแฟนพี่เอ็ม เขาโกรธมาก แต่มันก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขารักใครมากกว่ากัน มันก็เหมือนแก้วที่แตกร้าวแล้วไม่สามารถที่จะติดใหม่ได้ เขามองตู้เป็นผู้หญิงไร้ค่าเพียงเพราะตู้โทรไปหาแฟนเขาเท่านั้น วันนี้ฉันรักคุณ แต่คุณหมดรักฉันแต่ ณ เวลานี้ฉันจะขอทำดีที่สุดกับคุณ จนเราจะจากกันไป รักนะคนที่กำลังจะหมดรักชั้น"
ทั้งนี้ บันทึกที่ผู้ตายเขียนบรรยายนั้น แต่ละหน้าลงวันที่ไล่เลี่ยกันคือวันที่ 20, 21 พฤศจิกายน 2554 และวันที่ 6 ธันวาคม 2554
พ.ต.อ.วัฒนากล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้ชายที่รู้จักกับ น.ส.ณิชมล มีคนหนึ่งชื่อ "เอ็ม" ทำงานอยู่ฝ่ายช่างของเคเบิล หลังจากเรียกตัวมาสอบปากคำพบว่านายเอ็มมีร่องรอยการต่อสู้ มีรอยข่วนที่บริเวณแขน เบื้องต้นนายเอ็มให้การว่า ถูกภรรยาข่วนเนื่องจากภรรยาเพิ่งมาทราบว่านายเอ็มมีความสัมพันธ์กับผู้ตายในวันเกิดเหตุ ถือเป็นคำให้การที่ขัดกับสมุดบันทึกของผู้ตาย ที่ผู้ตายได้โทรไปหาภรรยาของนายเอ็มตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา จนเป็นที่มาแห่งความสงสัยว่านายเอ็มนั้นจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้หรือไม่ ประกอบกับก่อนที่ผู้ตายจะเสียชีวิตเพียง 3 วัน มีโทรศัพท์จากผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาหาผู้ตายและพูดว่า “ดวงมึงถึงฆาตแล้ว” ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะเชื่อมโยงกันหรือไม่อย่างไร



