
ฆ่าเผาอำพรางสาวเคเบิลทีวีนครปฐม
สยองคนร้ายบีบคอนักข่าวสาวเคเบิลทีวีนครปฐม พอสิ้นใจใช้ห่มผ้าห่อศพอุ้มไปวางบนโซฟาจุดไฟเผาอำพรางคดีคาห้องเช่า ตำรวจมุ่งปมชู้สาว เผยมือสังหารพยายามขืนใจเหยื่อแต่ไม่สำเร็จจึงฆ่าปิดปาก ผู้การนครปฐมถกเครียดชุดไล่ล่า คุมตัวหนุ่มข้างห้องสอบเครียดพิรุธอื้อ
เหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญคนร้ายสังหารนักข่าวสาวเคเบิลทีวีแล้วจุดไฟเผาอำพรางอย่างเหี้ยมโหดครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 01.50 น. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ ร.ต.ท.วิชิต อาษากิจ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ในห้องเช่าเลขที่ 71/169 หมู่ 3 ต.ห้วยจรเข้ อ.เมือง จ.นครปฐม จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.วัฒนา พิมพ์อัฐ ผู้กำกับการ (ผกก.) สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.ยงยุทธ เกิดเรือง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครปฐม และอาสาสมัครมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์
ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณด้านหลังที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยจรเข้ ลักษณะเป็นห้องแถวชั้นเดียว โดยห้องเลขที่ 71/169 อยู่ช่วงกลางเป็นห้องลำดับที่ 5 นับจากทางเข้า พบว่าบริเวณประตูห้องถูกผู้เช่าห้องติดกันพังลูกบิดประตู ส่วนหน้าต่างบานเกล็ดมีร่องรอยถูกทุบจนแตกเพื่อระดมฉีดน้ำดับไฟ
เมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้แล้วเข้าไปตรวจสอบภายในห้องพักขนาดความกว้าง 3 เมตร ยาว 7 เมตร ที่ด้านซ้ายมือติดกับหน้าต่างบานเกล็ดพบศพหญิงสาวบนโซฟาปรับแบบนอนสีชมพู สภาพถูกไฟไหม้ สวมกางเกงขายาวสีดำ ซิปถูกรูดลงมา มีรอยถูกไฟไหม้บางส่วน ช่วงบนใส่เสื้อยืดแต่ถูกไฟไหม้จนหมด มีเพียงเศษผ้าที่ไหม้ติดเนื้อ อีกทั้งสภาพศพยังถูกห่อหุ้มด้วยผ้าห่มพันรอบตัว และบริเวณด้านท้ายห้องพบกองเสื้อผ้ากองอยู่มีสภาพถูกไฟไหม้เช่นกัน แต่ผู้พักอาศัยอยู่ห้องติดกันได้ช่วยกันดับไฟไว้ได้ทันก่อนจะลุกลาม
จากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายชื่อ น.ส.ณิชมล นิ่มเดช หรือรถตู้ อายุ 23 ปี เป็นประชาสัมพันธ์และอยู่ระหว่างฝึกงานผู้สื่อข่าวสังกัดเคเบิลทีวีนครปฐม
พ.ต.อ.วัฒนากล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่าผู้ตายมีผู้ชายมาชอบหลายคน คาดว่าคนร้ายอาจจะเป็นหนึ่งในนั้น มาหาผู้ตายที่ห้องแล้วใช้กำลังทำร้าย หรือพยายามจะขืนใจ แต่ผู้ตายไม่ยอมจึงลงมือฆ่าด้วยวิธีบีบคอหรืออาจจะใช้ผ้าห่มปิดปากปิดจมูกจนขาดอากาศหายใจ หลังจากเสียชีวิตได้ใช้ผ้าห่มห่อศพอุ้มไปวางบนโซฟาแล้วจุดไฟเผาเพื่ออำพรางคดีก่อนหลบหนีไป
นายปิยะกานต์ กุญชร อายุ 25 ปี ผู้เช่าห้องเลขที่ 71/168 ซึ่งติดกับห้องพักผู้ตาย เล่าเหตุการณ์ว่า น.ส.ณิชมลเช่าห้องพักอยู่เพียงลำพัง แต่บางครั้งจะมีเพื่อนผู้ชายแวะมาหา สังเกตว่าผู้ตายไม่ได้ไปทำงาน 2 วันแล้ว ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 08.00 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เห็นผู้ชายคนหนึ่งมาที่ห้อง จากนั้นเวลาประมาณ 17.00 น. มีชายอีกคนหนึ่งแวะมา กระทั่งเวลาประมาณ 01.00 น. ขณะที่นอนอยู่ห้องได้ยินเสียงของตกแตกในห้องของผู้ตาย จึงปลุกแม่ให้ออกไปดู จึงรู้ว่าไฟไหม้เลยตะโกนเรียกให้เพื่อนบ้านไปช่วยดับไฟ พร้อมทั้งใช้ค้อนทุบลูกบิดประตูและทุบกระจกหน้าต่างเพื่อระดมฉีดน้ำดับเพลิง เมื่อเห็นคนนอนตายอยู่บนโซฟาก็รีบแจ้งตำรวจทันที
นางทิพวรรณ ฐิตะเมธากุล อายุ 41 ปี เจ้าของห้องเช่า บอกว่า ผู้ตายมาขอเช่าห้องตั้งแต่เดือนกันยายน 2554 อาศัยอยู่เพียงลำพัง เคยเล่าให้ฟังว่าเพิ่งเรียนจบจะไปทำงานที่เคเบิลทีวีนครปฐม ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ไม่ทราบมากนัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ณิชมล เพิ่งจบการศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม เมื่อปี 2554 แล้วสมัครทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทเคเบิลทีวีนครปฐม เมื่อประมาณ 4 เดือนที่ผ่านมา ล่าสุดได้ย้ายไปทำหน้าที่ผู้สื่อข่าว และอยู่ระหว่างการฝึกงานในตำแหน่งผู้สื่อข่าวประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนถูกคนร้ายฆาตกรรม
ต่อมาเวลา 04.30 น. พล.ต.ต.เพชรรัตน์ แสงไชย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม (ผบก.ภ.จว.นครปฐม) ได้เรียกประชุมด่วนนายตำรวจที่รับผิดชอบคดี อาทิ พ.ต.อ.วัฒนา พ.ต.อ.ยงยุทธ และชุดสืบสวน โดยวิเคราะห์เหตุการณ์ ปมสังหาร วิธีการฆาตกรรม รวมทั้งการรวบรวมพยานหลักฐานที่เก็บได้ในจุดเกิดเหตุ จากนั้นได้แบ่งงานและมอบหมายงานให้ชุดสืบสวนออกติดตามหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป
จากนั้นเวลา 10.00 น. พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ณรงค์ธรรม มาศคีรีวงศ์ สารวัตรงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และสอบพยานท่ามกลางผู้ที่สนใจมายืนดูเป็นจำนวนมาก ขณะนั้นมีชายอายุกว่า 20 ปี อ้างว่าเป็นเพื่อนสมัยเรียนกับผู้ตาย เดินทางมาดูจุดเกิดเหตุ พร้อมให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ก่อนที่ น.ส.ณิชมลโดนฆ่า 2-3 วัน มีผู้หญิงโทรศัพท์ไปหาผู้ตายแล้วบอกว่า “ดวงมึงถึงฆาตแล้ว" จากนั้นวางสายทันที เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า เขาเป็นใครชื่ออะไร ชายหนุ่มไม่ยอมพูดอะไรอีกเลย
ในช่วงบ่าย พล.ต.ต.สมบูรณ์ ฮวบบางยาง รอง ผบช.ภ.7 พร้อมชุดสืบสวนตรวจสอบยังสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง พบเศษกระดาษที่มีข้อความเขียนรำพึงรำพัน ด้วยลายมือคล้ายของผู้ตายติดอยู่ที่ผนังห้อง ใกล้กันนั้นพบกระดาษอีกแผ่นหนึ่งเขียนถ้อยคำด่าทอผู้ตาย อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นลายมือของผู้ตายหรือไม่ จึงได้เก็บหลักฐานและเตรียมตรวจสอบเปรียบเทียบลายมือว่าเป็นของใครกันแน่
พล.ต.ต.สมบูรณ์กล่าวว่า ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบขวดเบียร์ ขวดโซดา ที่ยังไม่ได้เปิดวางอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำ ใกล้กับขวดเหล้าที่เปิดแล้ว จึงนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือ พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่คัดแยกเสื้อผ้าที่ถูกเผาว่าเป็นเสื้อผ้าของผู้ตาย หรือของผู้อื่น
"จากการสอบสวนพยานแวดล้อมและการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ไม่พบว่ามีพยานคนใดเห็นพฤติกรรมของคนแปลกหน้าเข้ามาในช่วงเกิดเหตุแต่อย่างใด เพียงแต่ได้ยินเสียงทะเลาะตบตีกัน แล้วก็เงียบเสียงไป ก่อนที่จะมาเห็นไฟลุกในห้อง ส่วนประเด็นสังหารตั้งไว้ 2 ประเด็น คือ เรื่องความแค้นส่วนตัว และเรื่องชู้สาว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เรียกเพื่อนร่วมงานและหัวหน้างานของผู้ตาย รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาทำการสอบสวนแล้ว โดยเฉพาะผู้ชายที่มีความสัมพันธ์กับผู้ตาย เบื้องต้นมีผู้เข้ามาให้ปากคำกับตำรวจแล้ว 5 คน เจ้าหน้าที่จะทำการสอบปากคำบุคคลทั้งหมดเพื่อหาต้นเหตุของการฆ่าสังหารโหดในครั้งนี้อย่างเร่งด่วน" พล.ต.ต.สมบูรณ์กล่าว
กระทั่งเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.เพชรัตน์ แสงไชย ผบก.ภ.จว.นครปฐม เรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งคลี่คลายคดี โดยสรุปผลการสอบสวนพยานแวดล้อมพบว่า บุคคลที่น่าสงสัยที่สุดคือนายปรีชา มีอำนาจ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 ถนนปรีชาสุข ต.ห้วยจระเข้ อ.เมือง จ.นครปฐม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.590/ 53 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2553 ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งหลังจากเกิดเหตุนายปรีชาได้หลบหนีไป
พล.ต.ต.เพชรัตน์กล่าวว่า จากการสอบสวนพบว่า ไม่มีพยานคนใดพบ หรือเห็นรถวิ่งออกไป หรือบุคคลอื่นต้องสงสัยออกไปก่อนเกิดเหตุแต่อย่างใด ได้ยินเพียงเสียงทะเลาะและตบตี ก่อนเงียบเสียงไปเท่านั้น เมื่อสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุพบว่า นายปรีชาได้เข้าไปช่วยทุบหน้าต่างเพื่อเข้าไปช่วยดับไฟ แต่เมื่อตำรวจเชิญตัวมาให้ปากคำในฐานะพลเมืองดีที่เข้าช่วยเหลือ นายปรีชากลับไม่ยอมให้ปากคำ และแจ้งนามสกุลเท็จต่อตำรวจ ก่อนที่จะหลบหนีออกไป ตำรวจจึงติดต่อสอบถามไปยังภรรยาของนายปรีชา
"ภรรยาของนายปรีชาให้การว่า นายปรีชาไม่อยู่แล้ว เนื่องจากมีคนตายข้างห้อง ตำรวจจึงเดินทางไปยังห้องเช่าของนายปรีชาอีกครั้งหนึ่ง พบนายปรีชากำลังเก็บเสื้อผ้าเตรียมหนี จึงได้แสดงหมายจับและเข้าทำการจับกุม ก่อนนำตัวมาทำการสอบสวนในฐานะพยานที่เห็นเหตุการณ์และเข้าช่วยเหลือดับไฟ จากการสอบปากคำนายปรีชาได้ให้การมีพิรุธหลายอย่าง เจ้าหน้าที่จึงนำตัวนายปรีชาไปค้นห้องเช่าที่อยู่ติดกับห้องของผู้ตาย พบน้ำมันก๊าดบรรจุอยู่ในขวดน้ำหวานเกือบครึ่งขวด จึงได้ยึดไว้เพื่อส่งตรวจสอบว่าเป็นน้ำมันชนิดเดียวกับที่คนร้ายราดลงบนศพก่อนจุดไฟเผาหรือไม่ เบื้องต้นนายปรีชาให้การว่าน้ำมันก๊าดที่พบนั้นได้นำมาจากแม่ยายเพื่อนำมาใช้เท่านั้น" พล.ต.ต.เพชรัตน์กล่าว



