
ผบ.ทร.จี้'นิติราษฎร์'หยุดเคลื่อนไหว
ผบ.ทร.จี้ "นิติราษฎร์" หยุดเคลื่อนไหวแก้ ม.112 เหน็บอย่าปรองดองกันแต่ปาก มทภ.1ลั่นต้องมีม.112ไว้คุ้มครองสถาบัน
7ก.พ.2555 พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวถึงจุดยืนของกองทัพเรือต่อกรณีที่กลุ่มนิติราษฏร์ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อแก้ไขประมวลกฏหมายอาญามาตรา112ว่า เรื่องนี้มีการพูดกันมาก ตนอยากให้พิจารณากันให้มาก
"ประเทศอยู่มาถึงจุดนี้ เราต้องมีอดีต วีรบุรุษ บูรพกษัตริย์เจ้า มีสถาบันพระมหากษัตริย์ ในอดีตท่านประกอบคุโณปการต่างๆ ด้านความมั่นคงของประเทศชาติ เราต้องรักษาเทิดทูนไว้ และคิดว่าควรจะหยุดได้แล้วเพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ และความปรองดอง คิดว่าแต่ละเหล่าทัพก็เฝ้าดูความเคลื่อนไหวว่าจะกระทบความมั่นคงของประเทศชาติหรือเปล่า ส่วนตัวเห็นสอดคล้องกับประชาชนส่วนใหญ่ที่มองว่าเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์อะไร" ผบ.ทร. กล่าว
เมื่อถามว่า ขณะนี้กระแสเรียกร้องขยายวงกว้างมีการล่ารายชื่อประชาชนในต่างจังหวัด พล.ร.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ต้องถามว่าเราต้องการความปรองดองและความสงบสุขของประเทศชาติหรือไม่ และไม่ใช่แค่พูดกันแต่ต้องทำด้วย มีหลายเรื่องที่ต้องทำก่อน เช่น ภัยพิบัติ การป้องกันในหลายเรื่อง ประเทศชาติของเราจะได้เดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งต้องอาศัยความมั่นคง ความสมัครสมานสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งคิดว่า กลุ่มที่เคลื่อนไหวควรจะหยุดได้ตั้งนานแล้ว
มทภ.1ลั่นต้องมีม.112ไว้คุ้มครองสถาบัน
พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า เรื่องนี้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบกพูดชัดเจนแล้วว่ากองทัพคิดเห็นอย่างไร ซึ่งพวกเราคิดเห็นไปแนวทางเดียวกับผู้บังคับบัญชา สรุปคือเราเห็นว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่สถาบันต้องได้รับความคุ้มครอง เพราะขณะนี้คงไม่ปฏิเสธเสียงคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศว่าความมั่นคงของชาตินั้นสถาบันมีส่วนอย่างยิ่งที่จะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนทั้งหมด ดังนั้นถ้าสถาบันถูกแตะต้องในทางที่ไม่เหมาะไม่ควรก็จะทำให้กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงได้
"ความจริง ม.112 น่าจะเป็นมาตราที่สนับสนุนความมั่นคงของชาติ หรือมองในแง่สิทธิมนุษยชนก็เป็นกฎหมายที่ไม่ได้ขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนแต่เป็นกฎหมายที่สนับสนุนหลักสิทธิมนุษยชน เพราะสถาบันไม่สามารถมาโต้แย้งกับใคร หรือชี้แจงสิ่งใดๆที่ใครไปกล่าวทำให้ท่านเกิดความเสื่อมเสีย ดังนั้นต้องมีกฎหมายตัวหนึ่งที่จะคุ้มครองคนที่ควรได้รับการคุ้มครอง อย่าไปมองแง่ว่าต้องคุ้มครองคนที่มากล่าวร้าย แต่คนที่ถูกกล่าวร้ายก็ต้องได้รับความคุ้มครอง ขอให้มองในแง่มุมหลายๆด้าน อย่ามองแง่มุมเดียว ถ้ามองหลายด้านก็ควรจะเข้าใจว่าสถาบันควรได้รับความคุ้มครอง ส่วนจะหนักเบาอย่างไรนั้น พวกเราจะเห็นว่ากฎหมายใดก็ตามที่เป็นกฎหมายที่ไม่มีน้ำหนักก็จะถูกละเมิดไปเรื่อยๆ เพราะบางกฎหมายบางคนยอมรับว่าเบาไป ถ้าหนักกว่านี้จึงจะเหมาะสม และจะสามารถทำให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยได้ คนก็จะรู้สึกระมัดระวัง ดังนั้นควรจะมีน้ำหนักที่เหมาะสม ซึ่งสิ่งที่ผ่านมาก็น่าจะเหมาะสมแล้ว"แม่ทัพภาคที่1กล่าว
พล.ท.อุดมเดช กล่าวว่า ส่วนความคิดเห็นของประชาชนโดยทั่วไปคิดว่าคงเข้าใจและตั้งความหวังไว้ว่า สิ่งต่างๆเหล่านี้จะยุติไปด้วยความเข้าใจของทุกๆส่วนด้วยดี และคงเป็นไปตามปกติต่อไป ตนเองก็คิดว่าอยากให้เป็นเช่นนั้น สำหรับบางกลุ่มที่จะออกมาต่อต้านกลุ่มนิติราษฏร์เป็นความคิดเห็นของแต่ละส่วน แต่แน่นอนว่าพวกเราทุกคนเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐคงไม่มีอะไรต่างๆบานปลาย ทั้งนี้ ผบ.ทบ.ได้ให้ความคิดเห็นและติติงไปแล้ว ถ้าทุกฝ่ายได้ฟังตามนั้นด้วยความมีสติ ด้วยความรอบคอบก็น่าเห็นพ้องต้องกันว่าควรยุติ ทุกอย่างจะได้เดินไป สถาบันจะต้องเป็นที่รักของชาวไทยทุกคนอย่างไรก็ตามในส่วนนโยบายของกองทัพบก เรามีความพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย ซึ่ง ผบ.ทบ.เน้นย้ำมาโดยตลอดว่า ชาติใดก็ตามที่มีประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่ต้องรักษาไว้เป็นความมั่นคง ซึ่งในระหว่างการปฏิบัติงานหากเราสามารถสอดแทรกสิ่งที่ดีๆได้เราก็จะทำ สิ่งที่พูดออกมาคือความเป็นจริงในอดีตว่า คุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์มีอย่างไร ซึ่งต้องให้เยาวชนรุ่นหลังมีการเรียนรู้และทำความเข้าใจ



