
รวบแหล่งค้ายาแท้งขายผ่านเวบ
สืบภาค 5 ร่วม สสจ. บุกทลายแหล่งค้ายาทำแท้งกลางหมู่บ้านหรู เผยขายผ่านเวปไซต์มานานนับปี รอง ผบช.ภาค 5 เผยสืบจากเด็กทำแท้งสั่งขยายผลเชื่อมอีกหลายเวปไซต์
เวลา 11.30 น. วันที่ 7 ก.พ. 2555 พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 นายแพทย์วัฒนา กาญจนกามล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่สืบสวนกองบังคับการสืบสวนภาค 5 นำหมายค้นพร้อมจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ที่ จ.67/2555 เข้าจับกุมนางภัทรานิษฐ์ อุณหนันทน์ อายุ 56 ปี ในบ้านเลขที่ 189/14 หมู่บ้านเลควิวส์ปาร์ค ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังสืบทราบว่า นางภัทรานิษฐ์เป็นผู้จำหน่ายยารักษาโรคกระเพาะอาหารเพื่อใช้สำหรับทำแท้งผ่านเวปไซต์ไปทั่วประเทศ
ทั้งนี้ จากการตรวจค้นภายในบ้าน พบยารักษาโรคกะเพาะยี่ห้อไซเแมนเทคจำนวน 400 เม็ด พร้อมอุปกรณ์ช่วยสอด บรรจุในกล่องซุกซ่อนภายในบ้าน พร้อมด้วยรถยนเก๋งยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู รุ่น Z4 สีขาว หมายเลขทะเบียน กร 69 เชียงใหม่ และ รถยนต์เก๋งยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู รุ่น 325 i สีดำ หมายเลขทะเบียน กง 69 เชียงใหม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดทั้งหมดเป็นของกลาง พร้อมแจ้งข้อหาขายหรือนำเข้าหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง ดำเนินคดี
พล.ต.ต.ชำนาญ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ เป็นการขยายผลจากการทำแท้งของกลุ่มวัยรุ่นในจังหวัดเชียงใหม่ หลังได้ข้อมูลว่า ซื้อยารักษาโรคกระเพาะอาหาร มาใช้ทำแท้งผ่านเวปไซต์ XXX-meechai โดยเจ้าหน้าที่สืบสวน บก.สส.ภาค 5 ได้ตรวจสอบเวปไซต์ดังกล่าว พบว่า มีการประกาศขายยารักษาโรคกะเพาะยี่ห้อไซแมนเทคไปทั่วประเทศ มานานกว่า 1 ปี
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบไอพี พบว่า เป็นชื่อของนายณัฐทพัสส์ อัครภัคนันท์ อายุ 28 ปี บุตรชายของนางภัทรานิษฐ์ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อล่อซื้อยาทำแท้ง ผ่านเวปไซต์จำนวน 1 เม็ด ซึ่งพบว่า นางภัทรานิษฐ์เป็นผู้นำมาส่งตามสถานที่นัดหมาย จากนั้นพนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขอหมายจับจากศาลจังหวัดเชียงใหม่เข้าจับกุมได้ในครั้งนี้
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ยาดังกล่าวนำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาตมาจากประเทศจีน นำเข้ามาจำหน่ายในราคาเม็ดละ 700- 1,000 บาท โดยมีการโฆษณาผ่านเวปไซต์และเฟซบุ๊ค มีลูกค้าสั่งซื่อทั่วประเทศ ซึ่งพบว่า การจำหน่ายยาผ่านเวปไซต์ของนางภัทรานิษฐ์ ทำให้มีเงินหมุนเวียนเป็นหลักล้านในระยะเวลาเพียง 1 ปี
พล.ต.ต.ชำนาญ กล่าวว่า นอกจากผู้ต้องหาที่จับกุมได้เชื่อว่าจะยังมีอีกหลายรายที่ลักลอบจำหน่ายยาประเภทนี้อยู่ ซึ่งจะมีการสืบสวนขยายผลเพื่อเข้าจับกุมทั้งหมด
ด้านนายแพทย์วัฒนา กล่าวว่า ยารักษาโรคกะเพาะเป็นยาควบคุมพิเศษซึ่งโดยปกติจะใช้รักษาด้วยการรับประทานตามปกติ แต่พบว่า มีการนำมาใช้ผิดประเภท ในการทำแท้ง ด้วยการสอดเข้าไปในอวัยะเพศ ซึ่งจะส่งผลให้มดลูกหดตัว
"การใช้ยาในลักษณะนี้ จะไม่สามารถควบคุมการหดตัวได้ จึงทำให้มีหลายรายตกเลือดเสียชีวิต จึงขอเตือนไม่ให้นำยานี้มาใช้ผิดประเภท เพราะมีความเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิต"นายแพทย์วัฒนา กล่าว



