ข่าว

'ปชป.'ฉะ'รัฐ'จัดงานเลี้ยงหรู

'ปชป.'ฉะ'รัฐ'จัดงานเลี้ยงหรู

07 ก.พ. 2555

'ปชป.ฉะ 'รัฐบาล' จัดงานเลี้ยงหรู ทั้งที่ชาวบ้านยังรับเงินเยียวยาไม่ครบ พร้อมเป็นตัวกลางประสานผู้เดือดร้อนบุกทำเนียบขอความเป็นธรรม เหน็บเปิดทำเนียบจัดงานไร้ประโยชน์ เหมือนแค่เพียงให้ 'นายกฯ' เดินแบบ

                7 ม.ค.55 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่รัฐบาลจะจัดงานเลี้ยงหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาอุทกภัยว่า หากจะเลี้ยงขอบคุณให้กำลังใจกันก็คงจะไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นลักษณะแบบงานกาล่าดินเนอร์ก็คงจะไม่ค่อยเหมาะ เพราะขณะนี้ยังมีประชาชนที่ยังไม่ได้รับเงินชดเชย 5,000 บาท และยังมีรายงานข่าวว่าตามต่างจังหวัดได้มีการหักหัวคิวจนทำให้บางบ้านได้รับเงินเยียวยาเพียง 100 บาท หรือ 125 บาทจาก 5,000 บาท

                ดังนั้นรัฐบาลก็ควรจะตรวจสอบ อย่าปัดภาระทิ้งขวางประชาชน หรือคิดจะจัดงานเพียงเพื่อให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไปเดินแบบ นอกจากนี้ตนก็ขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยที่ผ่านมาด้วย เพราะมีหลายคนที่ต้องเสียชีวิตไปจากการบริหารประเทศที่ประมาทเลินเล่อจากศปภ. ซึ่งคนเหล่านี้มีสิทธิเรียกร้องอะไรจากรัฐบาลได้บ้างหรือไม่ เพราะตอนที่รัฐบาลจะมีการผันน้ำไปยัง จ.นครปฐม จ.ปทุมธานีก็ไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ไม่มีการตัดไฟในพื้นที่ จนเป็นเหตุให้ประชาชนถูกไฟช็อตตาย

                “กลุ่มผู้ที่เสียชีวิต 815 ศพ จากเหตุน้ำท่วมนี้ รัฐบาลจะให้เงินเยียวยา 7.75 ล้านบาทได้หรือไม่ หรืออย่างน้อยเอาเงินที่จะไปจัดงานเลี้ยงขอบคุณศปภ.ไปจ่ายเงิน 5,000 บาทให้ครบก่อนดีกว่าหรือไม่ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่เราจะติดตามตรวจสอบ และช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยทางพรรคจะมอบหมายให้น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ดูแลรวบรวมรายชื่อ โดยทางเราจะประสานงานช่วยดำเนินการด้านคดีความให้ ยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นประชาชนสีใด เรายินดีเป็นสื่อกลางให้ได้รับมาตรฐานเดียวกันกับผู้ชุมนุมทางการเมือง นอกจากนี้ หากประชาชนคนไหนอยากเข้าไปร่วมงานเลี้ยงขอบคุณศปภ. ทางพรรคยินดีพาท่านเข้าไปร่วมงานที่ทำเนียบรัฐบาลด้วย” นายชวนนท์ กล่าว

 

'ปชป.'ฉุนโดนโยนบาปยื่นตีความพรก.ทำช่วยเหลือปชช.ช้า

                นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พรก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท และพรก.โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯให้กับธนาคารแห่งประเทศไทยว่า รัฐบาลพยายามกล่าวหาว่าฝ่ายค้านทำให้การช่วยประชาชนล่าช้า และการแก้ปัญหาอาจไม่ทันท่วงที ซึ่งถือเป็นการโกหกคำโตที่สุดคำหนึ่งของรัฐบาล โดยเฉพาะการสัมภาษณ์ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา ที่ระบุว่าให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลังไปชี้แจงศาล และบอกว่ากำลังรอเม็ดเงิน พร้อมยืนยันการทำงานมีแผนแต่ต้องมีเม็ดเงิน เหมือนเป็นการพูดตัดพ้อว่าทำงานไม่ได้ถ้าเงินไม่มา

                ทั้งนี้ก็ขอทวงถามว่า รัฐบาลสามารถบอกได้หรือไม่ว่ามีแผนอะไรแล้วบ้าง จะมีการทำฟลัดเวย์ แก้มลิง ตรงไหน อย่างไร หากบอกว่ามีแผนหมดแล้วรอแค่เม็ดเงิน ก็ขอให้ชี้มา หรือตรงไหนที่หาก พ.ร.ก.กู้เงินช้าไป 1-2 สัปดาห์แล้วจะเดินหน้าไม่ได้ ก็ขอให้บอกให้ชัด ถ้าเป็นจริงพรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมจะถอนฟ้อง ไม่ใช่รัฐบาลจะมาโกหกรายวัน และบิดเบือนความล้มเหลวโดยการโยนความผิดมาที่ฝ่ายค้าน

                นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีคำสั่งกยน.ลงไปยังพื้นที่ ระบุให้แต่ละจังหวัดเตรียมรายงานแผนระยะสั้นแก้น้ำท่วมและแผนระยะยาว นั่นย่อมแปลว่าแผนระดับจังหวัดยังไม่มีเลย อีกทั้งฟลัดเวย์ยังใช้เวลาสร้าง 4 ปี แล้ว 3.5 แสนล้านบาทที่จะกู้เร่งด่วนตรงไหน ปกติได้งบประมาณรายจ่าประจำปี ปีละ 1 แสนกว่าล้านบาทยังใช้ไม่หมด ถือว่าเงินในกระเป๋าใช้ไม่หมด ยังจะเอาเงินกู้ และยังชัดเจนจากการที่นายเสรี ศุภราทิตย์ กรรมการกยน.บอกว่าการลงพื้นที่ของนายกฯเป็นการสำรวจหน้างานเท่านั้น จึงชัดเจนว่ารัฐบาลโกหก

                นายชวนนท์ กล่าวกรณี นายกิตติรัตน์ให้สัมภาษณ์เองว่ากยน.ตัดสินใจสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น แต่มีผู้ใหญ่กำชับในกรรมการว่ายังไม่อยากให้มีการเผยแพร่รายละเอียดนั้น ถือเป็นทัศนะคติผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่จงใจปิดบังประชาชน จึงขอชื่นชมนายกิตติรัตน์ ที่ตัดสินใจออกมาชนกับเอ็นจีโอด้วยตัวเอง ทั้งหมดเป็นการพิสูจน์ว่าทั้งนายกฯและคนในรัฐบาล อ้างจำเป็นเร่งรีบใช้งบ เป็นเรื่องโกหกไร้สาระทั้งหมด

                นายชวนนท์กล่าวว่า ขอเตือนไปยังรัฐบาลว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำสะสมในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำอยู่ที่ 6 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร เฉลี่ยร้อยละ 86 ซึ่งปริมาณดังกล่าว เมื่อเทียบกับในเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ถือว่าอันตรายมากๆ และสุ่มเสี่ยงมหาอุทกภัยอีก ปริมาณดังกล่าวยังสูงกว่ากลางเดือนสิงหาคม 2554 ซึ่งเป็นช่วงที่นายกฯประกาศบางระกำโมเดล ดังนั้นถ้ามีพายุเข้ามา 2-3 ลูก สถานการณ์จะไม่ต่างกัน เหตุนี้นายกฯต้องทำอะไรสักอย่างได้แล้ว โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพลน้ำขึ้นไปร้อยละ 90 แล้ว

 

จี้'รัฐ'ทำสัญญาประชาคมไม่คิดทำเพื่อใครก่อนแก้รธน.

                นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเตรียมยื่นร่างแก้ไขมาตรา 291 เพื่อตั้ง ส.ส.ร. ว่า อยากให้ทำเป็นสัญญาประชาคม เพราะการแก้รัฐธรรมนูญถือเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เองก็ไม่ได้คัดค้าน แต่รัฐบาลก็ควรพูดให้ชัดว่าการแก้จะไม่ทำเพื่อประโยชน์บุคคลใดหรือของพวกพ้อง อย่างไรก็ตามในสาระของ ส.ส.ร.ที่พรรคเพื่อไทยนำเสนอ มีหลายจุดน่าสงสัยว่าใช้หลักการหลักคิดอะไร อาทิ หากไม่ผ่านประชามติ แล้วยังกลับเข้าสภาฯได้อีก

                “แต่ที่สำคัญเรื่องนี้ทุกพรรคทุกฝ่ายต้องทำสัญญาประชาคมกันก่อน แต่อย่างน้อยอยากให้ทุกฝ่ายได้พูดต่อประชาชน ว่าจะไม่แก้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองหรือผู้อยู่เบื้องหลังทางการเมือง จนนำสู่ความขัดแย้งอีกรอบ รัฐบาลควรกล้าออกมาพูดว่ามีกรอบรายะเอียดการปรับแก้อย่างไร” โฆษกปชป.กล่าว

 

'มัลลิกา'จี้'เฉลิม'ลุยปราบนายทุนรุกที่ป่าภาคเหนือ

                น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ให้ตั้งทีมเฉพาะกิจปราบปรามขบวนการรุกป่าอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เนื่องจาก ปัจจุบันมีกลุ่มอิทธิพลทางการเมือง ในคราบนอมินีฮุบ ถือครองที่สปก. ทั้งนี้ประชาชนอาทิ กว่า 2 พันคนได้รวบรวมรายชื่อยื่นเรื่องต่อป.ป.ท.ในยุครัฐบาลประชาธิปัตย์ให้สอบสวนการบุกรุกป่าแม่เมาะกว่า 2.24 หมื่นไร่ แต่พอการเมืองเปลี่ยนกลุ่มอิทธิพลทางการเมืองก็เข้าไปลีอบบี้โดยมีนักการเมือง ทำให้เรื่องดังกล่าวเงียบไป

                นอกจากนี้ในพื้นที่ภาคเหนือหลายจังหวัด อาทิ จ.เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา มีผู้มีอิทธิพล ใช้นอมินีถือครองที่สปก. ในหลายพื้นที่ โดยมีการใช้ชื่อชาวบ้านยากจนครอบครองแทน แต่มีการเข้าไปทำคอกม้า สนามกีฬา สวนปาล์ม สวนป่า สวนยาง ซึ่งล้วนเป็นเครือข่ายนักการเมืองฝ่ายอำนาจทั้งสิ้น ทั้งนี้ใน 6-7 เดือนที่ผ่านมานั้นมีการรุกหนัก ซึ่งถ้าร.ต.อ.เฉลิมอยากเห็น ตนจะพาไปดูว่าแปลงไหนให้พ่อใครถือแทน แต่คงนิ้วเดียวไม่หมด ต้องชี้ทั้งห้านิ้วเพราะมีที่ดินเยอะมาก

 

'วิปฯฝ่ายค้าน'เรียกร้อง'รัฐ'แจงเหตุผลแก้รธน.ให้ชัด

                นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฯ ฝ่ายค้าน) แถลงผลการประชุม โดยเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงเหตุผลในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่อที่ประชุมสภาฯ ให้สาธารณชนรับทราบในข้อเท็จจริงและชัดเจน เนื่องจากวิปฯ รัฐบาลมองว่าการเสนอแก้ไขเรื่องดังกล่าวจะเป็นสิ่งที่จำไปสู่ความขัดแย้ง ซึ่งรัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวนั้นได้แก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ในด้านเศรษฐกิจ น้ำท่วม ของแพง ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำอย่างไรบ้าง

                นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่าสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น วิปฯ ฝ่ายค้านมีความเป็นห่วงใน 3 เรื่อง คือ 1. เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีสิ่งซ่อนเร้น ที่นำไปสู่การล้างความผิดให้บุคคลๆ เพียงคนเดียว โดยอ้างประชาธิปไตยบังหน้า 2. ไม่มีหลักประกันใดที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)ทั้ง 99คน จะไม่ใช่ร่างทรงของรัฐบาล อีกทั้งกังวลว่าส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งนั้นจะเป็นคนของพรรครัฐบาลเข้ามาส่วนใหญ่ สำหรับประเด็น ส.ส.ร.ที่มาจากนักวิชาการจำนวน 22 คนนั้น ที่ระบุว่าให้รัฐสภาเป็นผู้คัดเลือก เชื่อได้ว่ารัฐบาลซึ่งมีเสียงข้างมากในสภาฯ สามารถชี้ให้ใครเข้ามาเป็น ส.ส.ร.ก็ได้

                นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า 3. ไม่มีหลักประกันใดที่ ส.ส.ร. จะไม่ร่างรัฐธรรมนูญ โดยไม่มีการแก้ไข หรือ แตะ หมวด2เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ , ยกเลิกองค์กรอิสระ, แก้ไขมาตรา 309 หรือมาตรา 102 ที่กำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิรับสมัครเลือกตั้งเป็น ส.ส.ไม่ว่าจะเป็น (5) เป็นเรื่องของบุคคลที่มีลักษณะเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.คือเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไปและได้รับการพ้นโทษมาไม่ถึง 5 ปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือ (7) เคยต้องห้ามพิพากษาให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจะผิดปกติ ซึ่งหากเป็น ส.ส.ไม่ได้ก็เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้

                ประธานวิปฯ รัฐบาล กล่าวถึงการตั้งกระทู้สดด้วยว่า คือ กระทู้เรื่องการแปรรูปการปิโตเลียมแห่งประเทศไทย หรือ การขายหุ้นของ ปตท.จากรัฐวิสาหกิจ ให้เป็นของเอกชน และกระทู้ถามสดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ที่ยังดำเนินการล่าช้า ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ประสบอุทกภัยที่ผ่านมา รวมทั้งในเรื่องความไม่ชัดเจนในเรื่องแผนปฎิบัติการณ์ที่ลงลึกถึงแผนการปฎิบัติงานที่จะทให้สังเกิดความไม่มั่นใจ