ข่าว

เต้นโต้ชวนความคิดคับแคบ

เต้นโต้ชวนความคิดคับแคบ

07 ก.พ. 2555

"เต้น" กรีด "ชวน" ไม่คิดว่าคำพูด "ให้เอาเงินเยียวยาจากทักษิณ" ออกจากปากผู้อาวุโส ชี้สะท้อนความคิดพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อสังคมเข้าใจ รัฐบาลไม่เกี่ยวข้องนิติราษฎร์ โต้ข้อกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติ

         วันที่ 7 ก.พ.55  เวลา 09.30 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกตรและสหกรณ์ กล่าว ถึงกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าให้รัฐบาลนำเงินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาจ่ายเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ว่า ไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นท่าทีหรือได้ยินความคิดแบบนี้จากนักการเมืองอาวุโสระดับนายชวน ถ้าเป็นระดับโฆษกของพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องพยายามแย่งชิงพื้นที่สื่อเพื่อแสดงบทบาททางการเมืองในพรรคก็เป็นเรื่องพอเข้าใจได้ แต่ท่าทีของนายชวนเป็นการบ่งบอกทิศทางหลักของพรรคประชาธิปัตย์และเป็นการชี้นำทางความคิดของพรรคประชาธิปัตย์
 
          นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า มาตรการเยียวยาของรัฐบาลนั้น ประกาศดูแลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการเคลื่อนไหวทางการเมืองตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่ากลุ่มคนเสื้อแดง กลุ่มพันธมิตร ประชาชนผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง ตำรวจและทหารฝ่ายปฏิบัติการรวมอยู่ในนี้ทั้งหมด การที่นายชวนแสดงความคิดเห็นเช่นนี้เป็นการแสดงความคับแคบทางความคิด เป็นความเห็นที่น่าเสียใจสำหรับประชาชนที่ติดตามข่าวสาร รัฐบาลปรากฏตลอดเวลาว่าการเยียวยาเป็นการเริ่มต้นของการสร้างความปรองดอง แต่พอนายชวนแสดงท่าทีอย่างนี้ทำให้ไม่แน่ใจว่าคำว่าปรองดองของพรรคประชาธิปัตย์คืออะไร และตนก็ไม่เข้าใจว่าเงิน 6,000 ล้านบาท ที่ใช้ในการปราบปรามประชาชนจะต้องไปวางบิลที่ใคร ขอนุโมทนาว่าถ้าไม่เห็นด้วยขอให้แสดงความเห็นด้วยเหตุผล เพราะการแสดงความเห็นแบบนี้ไม่น่าออกมาจากคนระดับนายชวน

"เต้น” เชื่อสังคมเข้าใจ รัฐบาลไม่เกี่ยวข้องนิติราษฎร์
 

          นายณัฐวุฒิ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมครม.ถึงกรณีที่กลุ่มต่างๆออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า รัฐบาลมาจากประชาชนตามกลไกประชาธิปไตย ฉะนั้นการเคลื่อนไหวภายใต้หลักการประชาธิปไตย เราต้องเคารพและคุ้มครองเสรีภาพของทุกฝ่าย อย่างไรก็ตามเท่าที่ติดตามข่าวสารเห็นว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มนิติราษฎร์ ส่วนใหญ่จะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและต่อต้าน แต่ทางข้อมูลทางวิชาการยังไม่ปรากฎชัด สิ่งที่เกิดขึ้นสังคมต้องเรียนรู้ว่าการปิดกั้นความคิดและเสรีภาพอาจจะนำไปสู่ผลกระทบที่บานปลาย การรับฟัง เปิดใจกว้างน่าจะเป็นช่องทางที่ทำให้สังคมเดินหน้าไปสู่ความปรองดอง
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรให้สังคมเข้าใจว่ากลุ่มนิติราษฎร์และรัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องกัน นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สังคมโดยทั่วไปเข้าใจอยู่แล้ว เพียงแต่มีบางฝ่ายพยายามสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้น ท่าทีของนายกรัฐมนตรี รัฐบาล และพรรคเพื่อไทยชัดเจนที่สุดแล้ว
 
          เมื่อถามว่าแต่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาโจมตีว่าเป็นการแบ่งบทบาทกันเล่นการเมือง จะชี้แจงทำความเข้าใจกับสังคมอย่างไร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีเพียงช่องทางนี้ช่องทางเดียวที่จะลดทอนความน่าเชื่อถือของรัฐบาลและสร้างประโยชน์ทางการเมือง ตนเชื่อว่าประชาชนมีวิจารณญาณและยิ่งเห็นชัดขึ้นทุกวันว่าฝ่ายใดพยายามใช้ทุกประเด็นทุกสถานการณ์พื่อสร้างประโยชน์ทางการเมือง ทั้งๆที่หลายเรื่องเป็นเรื่องที่ไม่บังควร


โต้ข้อกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติ

          นายณัฐวุฒิ ตอบคำถามสื่อมวลชน ถึงข้อสังเกตว่าเมื่อเข้ามาเป็นรัฐมนตรีแล้วปรากฎว่าร่ำรวยเพิ่มขึ้น  ว่า ทุกอย่างดำเนินการชัดเจนและพร้อมที่จะชี้แจง ตนเริ่มต้นทำธุรกิจสร้างเนื้อสร้างตัวมา และวันหนึ่งเมื่อเข้าสู่การเมืองจึงได้ยุติบทบาททางธุรกิจและเดินหน้าเข้าสู่การเมือง หลังจากนั้นไม่เคยเข้าไปข้องแวะกิจการใดๆอีก และไม่เคยเข้าไปที่บริษัท ทั้งนี้ตนจะยื่นเอกสารแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อป.ป.ช. ตามกรอบเวลากฎหมาย ซึ่งตนยื่นเอกสารมาทุกครั้งตั้งแต่เป็นส.ส. รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และครั้งนี้เป็นรัฐมนตรีก็จะยื่นตามกรอบเวลาแน่นอน