ข่าว

 ครูD.A.R.E.

ครูD.A.R.E.

07 ก.พ. 2555

ครู D.A.R.E. : เลียบค่าย โดย ชัยกร ใบเงิน

              ดูเหมือนนโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กำลังเดินหน้าเต็มกำลัง
 
               ผลการจับกุมในยุคของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เห็นผลชัดเจน จับกันรายวัน แต่ละรายปริมาณยามหาศาล ถือว่าดีในระดับหนึ่ง
 
               นอกจากการจับกุมแล้ว การบำบัดและสร้างความเข้าใจให้แก่เยาวชนยังเป็นส่วนสำคัญในการลดปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร
 
               โครงการครู D.A.R.E. หรือชื่อภาษาอังกฤษคือ Drug Abuse Resistance Education เป็นข้อตกลงร่วมในเรื่อง "การให้การศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในสถานศึกษา" ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)
 
               โดยการนำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเป็นครูสอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นครูจริงๆ มีชั่วโมงสอนทั้งเทอมเพื่อสร้างเครือข่ายในการป้องกันยาเสพติดในโรงเรียนและพื้นที่ใกล้เคียง
 
               ความจริงโครงการนี้มีมาก่อนหน้าแล้ว แต่ไม่แพร่หลาย จนมาถึงยุคนี้ที่มีการประกาศสงครามกับยาเสพติดชัดเจน จึงนำมาทำเป็นรูปธรรมให้มากขึ้น มีโครงการสอดรับอีกมากมาย
 
               ยาเสพติดในปัจจุบันต้องบอกว่าระบาดไปทั่วประเทศ ป.ป.ส.มีชุมชนเป้าหมายถึง 60,584 หมู่บ้าน ถ้าดูจากตัวเลข คงจินตนาการได้ว่าปริมาณยาเสพติดจะมากมายขนาดไหน
 
               ลำพังตำรวจไปไล่จับอย่างเดียวคงไม่ได้ผล จึงต้องปรับแผนพร้อมกับสร้างความเข้มแข็งให้เด็ก
 
               ถามว่าทำไมถึงต้องนักเรียน ป.6 เพราะวัยนี้ถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ แม้ขณะนี้เด็กที่เรียนต่ำกว่าก็เริ่มใช้ยากันแล้ว แต่ก็ถือว่าเริ่มได้เหมาะ
 
               สิ่งสำคัญคือ การสนับสนุนด้านงบประมาณ กำลังพล ต้องต่อเนื่อง นอกจากในโรงเรียนแล้ว ตำรวจที่เป็นครู D.A.R.E ยังสามารถรุกเข้าไปในชุมชนที่มีเด็กกลุ่มเสี่ยง ทั้งด้านการข่าวและสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง
 
               ชัดเจนว่าที่ผ่านมาการจับกุมไม่ได้ลดปริมาณยาเสพติดลงเลย ตราบใดที่มีการล่อซื้อ การใช้ยาที่คงเส้นคงวา สายการผลิตก็ต้องดำเนินต่อ
 
               ยิ่งตอนนี้มียาไอซ์ออกมาระบาดเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวโดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่มีเงิน ทำให้เกิดความหลากหลาย การขนส่ง ซื้อขายเลยซับซ้อนขึ้น ถ้าสู้ที่ต้นเหตุอาจได้ผลยั่งยืนกว่าการจับกุม
 
               เหนือสิ่งอื่นใด การจับกุม การบำบัด การสร้างเกราะให้แก่เยาวชนต้องต่อเนื่อง ห้ามแผ่วโดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นทุกอย่างสูญเปล่า