ข่าว

พท.ลุยแก้รธน.-ต่อสายนั่งสสร.

พท.ลุยแก้รธน.-ต่อสายนั่งสสร.

07 ก.พ. 2555

พท. ลุย แก้ รธน. เผย เริ่มต่อสายผู้ใหญ่ ขอนั่งเก้าอี้ สสร. ด้าน นปช. ถกแกนนำชื่นมื่น พร้อมยื่นแก้ รธน. ม.291 ลั่น ไม่แตะ ม.112

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของพรรคเพื่อไทย ที่มอบให้วิปรัฐบาลใน สัดส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลไปพิจารณานั้น สาระหลักจะเน้นการแก้ไขในมาตรา 291 โดยในส่วนคุณสมบัติของสสร. จะคล้ายกับคุณสมบัติของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส. แต่จะต่างกันตรงที่ในส่วนของสสร. จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี

          สำหรับความเป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้น ไม่ได้กำหนดว่า จะต้องสังกัดพรรคหรือห้ามสังกัดพรรค เป็นระยะเวลานานเท่าไหร่ ดังนั้น หากมีการลาออกในวันนี้ วันพรุ่งนี้ ก็สามารถลงสมัครเป็นสสร.ได้

          อย่างไรก็ตาม ในประเด็นดังกล่าว พรรคก็มีความกังวลว่า จะทำให้ถูกวิจารณ์ว่า เป็นการเปิดโอกาสให้คนที่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง ลาออกมาลงสมัครเป็น สสร. เช่นกัน

          ทั้งนี้ จำนวน สสร. ที่มาจากการคัดเลือกของสภาฯ จำนวน 22 คน จะมาจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน 7 คน ผู้เชี่ยวชาญด้านสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ 7 คน และผู้ที่มีประสบการณ์ทางการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดินอีก 8 คน

          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะนี้ บุคคลที่ทำงานให้กับพรรคเพื่อไทยบางคน เริ่มเคลื่อนไหวต่อสายถึงผู้ใหญ่ในพรรค เพื่อให้ช่วยผลักดัน ให้ได้รับการคัดเลือกเป็นสสร. ของจังหวัดที่ตัวเองสังกัดกันบ้างแล้ว

 

เล็ง ยื่นแก้รธน.ม.291 ประกบร่าง 'รบ.-ภาคปชช.'

          แหล่งข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา แกนนำพรรคได้มีการหารือร่วมกันถึงสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้หลายเรื่อง โดยในส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ขณะนี้ ชัดเจนแล้วว่า น่าจะมีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมดอย่างน้อย 4 ฉบับ ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ โดยฉบับแรกเป็นของรัฐบาล ฉบับที่ 2 เป็นของพรรคเพื่อไทย และฉบับที่ 3 และ 4 นั้นเป็นฉบับของภาคประชาชน

          สำหรับ ในส่วนของพรรค จะเสนอแก้ไขมาตรา 291 เพื่อให้มี สสร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนจังหวัดละ 1 คนรวมทั้งหมด 77 คน ส่วนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนั้น จะให้มีการสรรหาโดยสถาบันอุดมศึกษา ทั้งในสายรัฐศาสตร์ กฎหมายมหาชน และอื่น ๆ มาให้สภาฯ เลือกจำนวน 22 คน รวมแล้วจะมีสสร.ทั้งหมด 99 คนเหมือนสมัยที่ยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2540

          ทั้งนี้ จะให้เป็นหน้าที่ของ สสร.ที่จะเป็นผู้พิจารณาเองว่า จะให้มีการแก้ไขทั้งหมดกี่มาตรา และมาตราไหนบ้าง ซึ่งวางกรอบเวลาร่างไว้ที่ 180 วัน

          สำหรับร่างของพรรคเพื่อไทย ที่มอบให้กับตัวแทนของพรรคร่วมรัฐบาลไปพิจารณานั้น จะมีการนำไปหารือในที่ประชุมพรรคแต่ละพรรค ในวันที่ 7 ก.พ.55 โดยหากพรรคร่วมรัฐบาลเห็นด้วยกับร่างของพรรคเพื่อไทย ก็ให้ส.ส.เซ็นชื่อได้เลย แต่ถ้าเห็นว่า ควรมีการแก้ไขแต่ไม่มาก ก็จะมีการแก้ไขร่วมกันในวันที่ 8 ก.พ.

          อย่างไรก็ตาม สำหรับร่างของพรรคเพื่อไทยและร่างของรัฐบาลนั้น อาจจะแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยในรายละเอียด

 

นปช.ถกแกนนำชื่นมื่น พร้อมยื่นแก้รธน. แต่ไม่แตะ ม.112

          ด้านนายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ รักษาการโฆษกแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือของแกนนำนปช. ที่ จ.นครนายก ว่า หลังจากการสัมมนาตลอดทั้งวันในวันแรก บรรยากาศในการประชุม เป็นไปอย่างเป็นกันเอง หลังจากที่ไม่ได้มีการประชุมร่วมกันมาเป็นเวลานานมาก

          ทั้งนี้ ในที่ประชุม ได้หารือวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองในเวลานี้ เพื่อกำหนดแนวทางการต่อสู้ โดยมีข้อสรุปเบื้องต้นเห็นตรงกันว่า ในสถานการณ์บ้านเมือง และความขัดแย้งที่เกิดขึ้น มีความพยายามโยงให้นำไปสู่การทำรัฐประหาร และการปฎิวัติขึ้น

          "แกนนำ นปช. มีความเห็นว่า จากนี้ไปบรรดาแกนนำนปช. และคนเสื้อแดง จะออกไปลงพื้นที่พบปะประชาชนในทุก ๆ เวทีมากขึ้น ทั้งวันเสาร์และอาทิตย์ เพื่อให้ข้อมูลข้อเท็จจริงกับประชาชน ซึ่งจะเป็นการเตรียมความพร้อมและเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความแนวร่วมในการต่อต้านการปฎิวัติรัฐประหาร"

          ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น แกนนำนปช.ได้ย้ำว่า มีจุดยืนที่ชัดเจน มีเจตนารมณ์ในการเคลื่อนไหวแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยจะมีการยื่นแก้รัฐธรรมนูญในมาตรา 291 ในวันที่ 9 ก.พ.นี้  เวลาประมาณ 11.00 - 12.00 น.

          สำหรับ กรณีการรณรงค์แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น ขอยืนยันว่า นปช. สนใจเฉพาะการแก้รัฐธรรมนูญ โดยไม่ได้ไปแตะต้องหรือไปเกี่ยวข้องอย่างใดๆทั้งสิ้น ดังนั้น จึงเป็นเรื่องของนักวิชาการในกลุ่มนิติราษฎร์ ซึ่งถือว่า เป็นสิทธิ์ที่จะดำเนินการได้

          อย่างไรก็ตาม ที่มีคนเสื้อแดงบางส่วนที่ไปร่วมสนับสนุนนั้น ถือว่า เป็นสิทธิส่วนบุคคล ที่เราคงจะห้ามหรือขัดขวางคงจะไม่ได้ เนื่องจากเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ ในการแสดงความคิดเห็น

          นอกจากนี้ ที่ประชุมไม่ได้มีการหารือหรือหยิบยกกระแสข่าว ที่จะมีการเปลี่ยนตัวประธานนปช. โดยยืนยันว่า จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากนางธิดา ยังทำงานได้ดี ไม่มีอะไรบกพร่อง อีกทั้งยังเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรู้ความสามารถเป็นที่น่านับถือ

          "ที่มีข่าวดังกล่าว น่าจะเป็นเพียงบางกลุ่ม บางคน ที่ไม่ชอบเป็นการส่วนตัวเท่านั้น จึงออกมาวิพากวิจารณ์ ซึ่งไม่ใช่ทั้งองค์กร" นายวรวุฒิ กล่าว