ข่าว

A 380 อนาคตของการบิน

A 380 อนาคตของการบิน

07 ก.พ. 2555

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : A 380 อนาคตของการบิน โดย....พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

                      นับตั้งแต่สองพี่น้องแห่งตระกูลไรท์ ได้คิดประดิษฐ์เครื่องบินขึ้นมา การเดินทางด้วยเครื่องบินก็ทำให้โลกถูกย่อส่วนลงมาอย่างรวดเร็ว จากเครื่องบินที่ทำการบินได้เพียงแค่ระยะใกล้ๆ ก็พัฒนามาจนแทบจะบินได้รอบโลกโดยไม่ต้องลงจอด และจากเครื่องบินที่สามารถจุผู้โดยสารได้เพียงแค่ไม่กี่คน ก็กลายเป็นเครื่องบินที่บรรทุกคนได้กว่าครึ่งพันคนเลยทีเดียว

                      โลกของการบินพาณิชย์กำลังตื่นตาตื่นใจกับเครื่องบินแอร์บัส รุ่น A380 ซึ่งถูกยกให้เป็นเครื่องบินโดยสารที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และจุคนโดยสารได้มากที่สุดในเวลานี้ สายการบินต่างสั่งซื้อโดยต้องใช้เวลาจองกันนานนับปีกว่าจะได้รับเครื่องบินมาใช้งาน สายการบินใดได้รับ A 380 มาประจำการแล้ว ก็ใช้เป็นจุดขายนำออกมาโฆษณากันครึกโครม

                      นับตั้งแต่มีเครื่องบินแอร์บัส A380 ออกให้บริการในย่านนี้ ผมมีโอกาสใช้บริการของเครื่องบิน A380 สองรอบการบินหรือสี่เที่ยวบิน จากสายการบินชั้นนำที่แตกต่างกันสองสาย  ซึ่งทั้งสองสายการบินต่างได้รับการยกย่องว่า เป็นสายการบินที่มีงานบริการดีเยี่ยมด้วยกันทั้งคู่ จึงไม่พบปัญหาด้านงานบริการของสายการบิน แต่พบว่าด้วยความใหญ่โตของเครื่องบินนั้น อาจจะทำให้อนาคตของงานบริการด้านภาคพื้นดินต้องปรับเปลี่ยน หรือมิฉะนั้นความนิยมในการใช้บริการจากเครื่องบิน A380 อาจจะเปลี่ยนไปก็เป็นได้

                      ทั้งสองรอบการบินผมใช้บริการในชั้นธุรกิจ โดยหนึ่งรอบการบินผมใช้เวลาในการเดินทางต่อหนึ่งเที่ยวบินประมาณ 10 ชั่วโมง ในขณะที่อีกหนึ่งรอบนั้นผมใช้เวลาเพียงแค่ 3 ชั่วโมงต่อหนึ่งเที่ยวบินเท่านั้น  สิ่งที่ทำให้ผมตื่นตะลึงถึงขั้นประทับใจกับตัวเครื่องบิน A380 ก็คือ ความใหญ่โตของตัวเครื่องที่ทำให้สามารถตกแต่งที่นั่งในชั้นธุรกิจได้เป็นส่วนตัวดีมาก แม้สำหรับคนที่เป็นโรคกลัวที่แคบอย่างผมจะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย แต่คนทั่วไปโดยเฉพาะคนที่นิยมความเป็นส่วนตัวน่าจะถูกใจเป็นอย่างยิ่ง

                      ภาคบันเทิงบนตัวเครื่องบินถือว่าอยู่ในระดับเยี่ยมยอด เพราะมีภาพยนตร์ให้เลือกมากจนถึงขั้นเหลือเฟือ แต่ส่วนที่ประทับใจที่สุดก็คือบาร์ ที่ทำได้หรูและให้ความรู้สึกสบาย ราวกับนั่งอยู่หน้าบาร์ส่วนตัวในบ้านหลังใหญ่ เสียดายก็แต่ทั้งสองรอบการบินกับ A380  ผมไม่มีโอกาสได้ทดลองใช้บริการอาบน้ำบนเครื่องบินตามที่มีโฆษณาเอาไว้   

                      แต่ในความใหญ่โตของเครื่องบิน A380 ที่ทำให้สามารถจุผู้โดยสารได้มากกว่าครึ่งพันคน ก็กลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ไม่อยากหวนกลับมาใช้บริการได้เหมือนกัน  เช่น หากมีพนักงานบริการบนเครื่องน้อย ไม่ได้สัดส่วนกับจำนวนของผู้โดยสารและระยะเวลาในการบิน กว่าที่ผู้โดยสารจะได้รับบริการครบถ้วนก็แทบจะถึงเวลาเครื่องร่อนลง หรือช้าจนผู้โดยสารบางคนอาจจะรู้สึกหงุดหงิด แม้จะมีความพยายามแก้ไขด้วยการจัดวางเครื่องดื่มหลากหลายชนิด เพื่อให้บริการตนเองเป็นการแก้ขัดเอาไว้แล้วก็ตาม

                      แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเมื่อถึงสถานีปลายทางของการบิน ด้วยความใหญ่โตของเครื่องบินและผู้โดยสารจำนวนมาก จึงทำให้ผู้โดยสารในชั้นธุรกิจจำนวนมากซึ่งนั่งอยู่บริเวณด้านใน กว่าจะเดินออกมาถึงสะพานทางเดินที่เชื่อมต่อกับตัวเครื่องบินได้ ผู้โดยสารจำนวนนับร้อยจากทุกชั้นที่นั่งก็ออกมาออกันพร้อมหน้า ทำให้คิวในการรอเพื่อตรวจเอกสารสำหรับการเข้าประเทศยาวเหยียดเสียเวลารอยาวนานมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่มีนักเดินทางนิยมไปกันมากๆ แถวจะยิ่งยาวระยะเวลาการกรอกตรวจเอกสารจะนานจนถึงระดับหนึ่งชั่วโมงทีเดียว  

                      ซึ่งหากอนาคตมีเครื่องบินขนาดใหญ่แบบเดียวกันนี้ออกมาให้บริการมากขึ้น และเครื่องบินเหล่านั้นลงเทียบสถานีจอดพร้อมกัน ความโกลาหลในการรอตรวจเอกสารเข้าประเทศคงจะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับผมเองแล้วหลังจากที่ได้มีโอกาสได้ใช้บริการเครื่อง A380 มาแล้ว หากการเดินทางครั้งต่อไปผมสามารถเลือกเครื่องบินได้ คงเลือกเดินทางด้วยเครื่องบินที่มีขนาดเล็ก เพราะมีการดูแลผู้โดยสารได้ใกล้ชิดกว่า และใช้เวลาเดินเข้าไปและออกจากตัวเครื่องเร็วขึ้น เพื่อจะได้ไปอยู่ต้นคิวสำหรับการตรวจเอกสารเข้าประเทศ  แม้จะชอบในการตกแต่งภายในที่สบายมากขึ้นก็ตามครับ

................................................
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด :  A 380 อนาคตของการบิน  โดย....พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ)