
พะจุณณ์ยันยังไม่เห็นหนังสือรบ.เชิญ'ป๋า'
"รบ." ต่อคิวยัน "ป๋าเปรม" ตอบรับร่วมงาน "รักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย" ขอบคุณร่วมแก้น้ำท่วม "บัณฑูร" เผย "พระจุณณ์" ยกหูแจ้ง "ป๋าเปรม" ตอบรับแล้ว ด้าน "พระจุณณ์ โต้กลับยังไม่เห็นหนังสือเชิญ ตอบไม่ได้ "ป๋าเปรม" ไปหรือไม่ "โฆษกปชป." จวก "รบ." จัดงานให้
6ก.พ.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีที่ พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป เลขาธิการมูลนิธิรัฐบุรุษ ออกมาระบุยังไม่เห็นหนังสือเชิญพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ร่วมงานเลี้ยง "รักเมืองไทยเดินหน้าประเทศไทย" ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ตามคำเชิญของรัฐบาล ในวันศุกร์ที่ 10 ก.พ.เพื่อเป็นการเลี้ยงขอบคุณ หน่วยงานข้าราชการต่าง ๆ สื่อมวลชน ภาคประชาชน ที่ให้การช่วยเหลือในช่วงที่เกิดปัญหาวิกฤติน้ำท่วม
นายบัณฑูร ศุภัควนิช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้ส่งนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไปเชิญด้วยตัวเองแล้ว ซึ่งพล.ร.อ.พระจุณณ์ ตามประทีป หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี โทรศัพท์มาแจ้งแล้วว่า พล.อ.เปรม ตอบรับมาร่วมงานแล้ว ซึ่งสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นแม่งานในการจัดงานครั้งนี้
ขณะที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า พล.อ.เปรมตอบรับแล้วว่าจะมาร่วมงานแน่นอน เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร
นางฐิติมา ฉายแสง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องทำจดหมายเพราะคำพูดของพล.อ.เปรมดุจดังขุนเขา ซึ่งนายกิตติรัตน์ได้เดินทางไปเชิญพล.อ.เปรมตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว
ขณะที่นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งานจะเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 17.00 - 20.00 น.ของวันที่ 10 ก.พ. โดยจะมีงานเลี้ยงรับรองและมีการแสดงของวงดนตรี ยะลา ซิมโฟร์นี่ ออเคสตร้า ส่วนบริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า จะมีการแสดงของดนตรี 2 วงสลับกันระหว่างวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (Thailand Philharmonic Orchestra) หรือ TPO จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล กับวงดุริยางค์ 3 เหล่าทัพ ทั้งนี้เพลงที่จะนำมาเล่น จะเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ ซึ่งแต่งโดยพระเจนดุริยางค์
รวมถึงเพลงที่พล.อ.เปรมที่กรุณาประพันธ์ไว้ด้วย โดยเนื้อหาของเพลงที่นำมาเล่นจะสอดคล้องกับงาน“รักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย”อย่างมาก ฟังแล้วทำให้เกิดความสบายใจ ทำให้เห็นคุณค่าของบ้านเมือง น่าทะนุถนอม เป็นประสบเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ร่วมฝ่าฝันก้าวข้ามปัญหาอุปสรรคของประชาชนคนไทย ทุกคนได้
“รัฐบาลได้เชิญพล.อ.เปรม คณะองค์มนตรี คณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต และบรรดาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หัวหน้าหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งปลัดกระทรวง อธิบดี สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และบริษัทหรือองค์กรต่าง ๆ ที่ได้ร่วมบริจาคช่วยเหลือแก้ปัญหาอุทกภัยมาร่วมในงานนี้ด้วย” นายธงทอง กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นข้อครหาหรือไม่ เพราะขณะนี้บางพื้นที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาน้ำท่วมจากรัฐบาลเลย แต่รัฐบาลกลับจัดงานปิดทำเนียบฯเลี้ยงแล้ว นายธงทอง กล่าวว่า ไม่ได้ปิดทำเนียบฯ เพราะทำเนียบก็ยังเปิดปกติ ซึ่งตนคิดว่าในส่วนของการช่วยเหลือหรือการจ่ายเงินเยียวยาก็ต้องดำเนินการไป
นายธงทอง กล่าวด้วยว่า ความจริงจากชื่องานก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องการขอบคุณน้ำท่วม แค่เป็นประเด็นหนึ่งของเรื่องราวทั้งหมดเท่านั้น ตนคิดว่าเมืองไทยในช่วงเวลาที่ผ่านมาใกล้ไกลแค่ไหน มันเป็นบรรยากาศที่ทุกคนอยากเห็นความพร้อมเพียง ร่วมใจกันของทุกฝ่ายที่จะมาพร้อมหน้ากัน อยู่ในบรรยากาศความเข้าใจร่วมกัน เมืองไทยเป็นที่รักของคนไทยทุกคน ไม่มีความแตกต่าง และพร้อมเดินหน้าไปด้วยกัน ซึ่งเรื่องเงินเยียวยาที่ดำเนินการจ่ายล่าช้าอยู่ ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ต้องไปเร่งรัด กำชับ ดูแล ส่วนเรื่องการจัดงานคือเป็นการให้ขวัญกำลังใจกับทุกคนในภาพรวมมากกว่า
เมื่อถามว่า พล.อ.เปรมให้การตอบรับว่าจะมาร่วมงานในครั้งนี้หรือยัง นายธงทอง กล่าวว่า ให้การตอบรับมาร่วมงานแล้ว ขณะที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ในวันงานพล.อ.เปรมคงไม่ได้ร้องเพลงอะไร
ขณะที่พล.ร.อ.พะจุณณ์ หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี กล่าวยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือเชิญจากรัฐบาลที่เชิญพล.อ.เปรมร่วมงานดังกล่าวแต่อย่างใด จึงยังตอบไม่ได้ว่าพล.อ.เปรม จะไปร่วมงานหรือไม่ ขอให้สอบถามจากทางนายบัณฑูร สุภัควณิชย์ เลขาธิการนายกฯเอง เพราะรู้เรื่องดีทั้งหมดว่าเป็นอย่างไร ส่วนที่มีข่าวว่านายกฯได้เชิญพล.อ.เปรมด้วยปากเปล่า ตั้งแต่เจอกันในงานงานเลี้ยงวันครบรอบ 420 ปีกองทัพบก ที่สโมสรกองทัพบก วิภาวดี เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมานั้น ตนไม่ทราบ ขอให้ถามเลขาฯบัณฑูร เองดีกว่า
"นิวัฒน์ธำรง"ยอมรับ ไอเดียผู้ใหญ่ในพรรคเชิญ"ป๋าเปรม"
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเชิญพล.อ.เปรมเป็นประธานเปิดงาน ว่า เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นประเทศไทยให้กับนักลงทุนไทยและต่างประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมาเราประสบปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วม โดยนายกฯจะกล่าวรายงานกับประธานองคมนตรีในฐานะประธานในพิธี และแขกผู้มีเกียรติถึงวัตถุประสงค์ของงาน แต่พล.อ.เปรม จะไม่ได้ขึ้นพูดในงาน
ส่วนการนำชื่อมูลนิธิรักเมืองไทย ซึ่งเป็นชื่อมูลนิธิในความดูแลของพล.อ.เปรม มาเป็นชื่อการจัดงานนั้น นายนิวัฒน์ธำรง มูลนิธิของพล.อ.เปรมก็เหมาะสม เพราะทุกคนรักประเทศไทย และพล.อ.เปรมก็รับที่จะมาร่วมงานแล้ว ส่วนการจัดงานถือเป็นการทอดไมตรีหรือไม่นั้น เมื่อมีวาระโอกาสอันควรก็ควรจะแสดงพลัง ให้คนไทยทุกหมู่เหล่าร่วมกัน ช่วยกันสร้างความเชื่อมั่นเดินหน้าประเทศไทยต่อไป ต้องเรียนว่าทุกองคาพยพของประเทศเป็นหัวใจสำคัญทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้าต่อไป
สำหรับเสื้อแดงมีปฏิกิริยาหรือไม่ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ทุกคนรักประเทศไทย ทุกคนพร้อมช่วยกันพัฒนาประเทศไทย ไม่มีปัญหา ไม่มีนัยะทางการเมืองใดๆ เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ในการที่จะพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า เราต้องแข่งขัน เราต้องอยู่ในโลก เราไม่ได้อยู่คนเดียว หากช้าจะเดินตามไม่ทัน ทุกคนจึงต้องร่วมมือกัน และยอมรับว่าการเมืองก็ต้องนิ่ง เพราะถือเป็นปัจจัยหนึ่ง
"นายกฯปูจะไปพบปะกับผู้นำทางธุรกิจ ผู้นำด้านต่างๆ เพื่อผนึกกำลังช่วยกันเดินหน้าประเทศไทย ซึ่งการเลือกชื่องานและเชิญพล.อ.เปรมมาร่วมงาน เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ได้คุยกัน และวันที่ 13-17 ก.พ.ก็จะไปภาคเหนือ คุยเรื่องพื้นที่ต้นน้ำ โครงการพระราชดำริ การรักษาป่า ซึ่งเป็นเรื่องต่อเนื่อง" นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
โฆษกปชป.จวกรัฐบาลจัดงานให้นายกฯเดินแคทวอล์ก
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถือเป็นการจัดเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่มีการแต่งกายด้วยชุดราตรี และมีการจัดแคทวอล์คให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินแฟชั่น รวมทั้งจัดการแสดงคอนเสิร์ต ในขณะที่ประชาชนกว่าแสนคนยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท และประชาชนในหลายพื้นที่ยังจมอยู่ในพื้นที่รับน้ำ เป็นพลเมืองชั้น 2 ของประเทศ
ทั้งนี้ รัฐบาลที่อ้างตัวว่าเป็นไพร่แต่กลับมีพฤติกรรมเป็นอำมาตย์ มองไม่เห็นหัวประชาชาน ซึ่งการบริหารงานแก้ปัญหาน้ำที่ผ่านมาทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 815 คน รัฐบาลจะจุดธูปเชิญทั้ง 815 คนมาร่วมงานด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ การบริหารประเทศที่ผิดพลาดยังสร้างความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจดว่า 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งก็ยังไม่เห็นมาตรการป้องกันน้ำท่วมที่จะเกิดในปีนี้อีก นอกจากนี้ ไม่อยากให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นพันคน เพราะจะเป็นนายกฯ ที่ได้รับฉายาว่าเป็นน.ส.ยิ่งลักษณ์พันศพ และเป็นนายกฯ ที่ในช่วงการบริหารประเทศมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์
“อยากตั้งคำถามถึงการจัดงานในครั้งนี้ 4 ข้อคือ 1.การจัดงานครั้งนี้ใช้งบประมาณเท่าไหร่ และจะส่งผลต่อการบริหารจัดการน้ำในปีนี้ไม่ให้ท่วมอย่างไร 2.การจัดงานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่ให้กับศปภ.แสดงว่ารัฐบาลพอใจในการทำงานของศปภ.ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 815 คน และเศรษฐกิจมีความเสียหาย 1.4 ล้านล้านบาทใช่หรือไม่ 3.หากเกิดวิกฤตน้ำท่วมขึ้นอีกจะมอบหมายให้พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม อดีตผอ.ศปภ. เข้ามารับผิดชอบอีกหรือไม่ และ4.การจัดงานครั้งนี้เป็นการยืนยันว่าการทำงานที่ผ่านมาไม่มีข้อบกพร่อง แม้จะมีเรื่องการโกงถุงยังชีพ การแทรกแซงการทำงานของส.ส. แต่นายกฯ ถือว่าไม่ใช่ข้อบกพร่องใช่หรือไม่” นายชวนนท์ กล่าว
นอกจากนี้โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบสถานการณ์น้ำในขณะนี้มีความเป็นห่วงในข้อมูลปริมาณน้ำในเขื่อน ซึ่งข้อมูลล่าสุดวันที่ 5 ก.พ. น้ำในเขื่อนใหญ่มีปริมาณสูง อาทิ เขื่อนภูมิพล 80.89% เขื่อนสิริกิตต์ 78.76% เขื่อนแม่งัด 96.98% เขื่อนศรีนครินทร์ 85.37% เขื่อนวชิราลงกรณ์ 74.59% เขื่อนสิรินธร 79.20% เฉลี่ยปริมาณน้ำในเขื่อนทั้งหมดประมาณ 80% ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมอีกในปีนี้ ดังนั้น การแก้ไขโดยการขุดลอกคูคลองก็เป็นวิธีหนึ่ง แต่ก็ยังไม่มีแผนเป็นรูปธรรมว่าจะมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนลงในพื้นที่อย่างไร รวมทั้งยังไม่มีท่าทีที่ชัดเจนว่าพื้นที่กลางน้ำและปลายน้ำจะรับมืออย่างไร
ชี้ เสื้อแดง- ครก.112พวกเดียวกัน
ส่วนกรณีที่คณะกรรมการรณรงค์แก้ไขมาตรา (ครก.) 112 ออกมาเคลื่อนไหว โดยอ้างว่าไม่ใช่กลุ่มเดียวกันกับกลุ่มคนเสื้อแดง นั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า เป็นที่ชัดเจนแล้วว่ากลุ่มคนเสื้อแดงและครก.112 สามารถทำงานร่วมกันได้ เพราะมีการระบุว่าสามารถให้ไปรับใบร่วมลงชื่อสนับสนุนให้มีการแก้ไขมาตรา 112 ที่สำนักงานใหญ่ของคนเสื้อแดงที่ห้างอิมพิเรียลเวิลได้ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ห้างดังกล่าวมีกลุ่มส.ส.ของพรรคเพื่อไทยเดินเข้า-ออกอยู่ที่นั่น ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจะปฏิเสธหรือแบ่งแยกความเกี่ยวข้องไม่ได้ ดังนั้น อยากให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ออกมาแสดงท่าทีให้ชัดเจน เพื่อเตือนสติสังคมให้ได้รับรู้ข้อมูลเชิงวิชาการ ปราศจากประเด็นทางการเมือง
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่ากรณีที่ผลสำรวจของโพลสำนักต่างๆ ระบุว่ามีความไม่น่าเชื่อถือจากการกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาทที่ห่วงว่าจะมีการทุจริตงบประมาณถึง 1 แสนล้านบาทนั้น ขณะนี้มีการรายงานที่เชื่อถือได้ และมีมูลว่าจะมีการตั้งโต๊ะเป็นขบวนการที่จะเป็นนายหน้าหาผู้รับผิดชอบทำโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดของรัฐบาลชุดนี้ทั้งหมด โดยบุคคลที่มีความใกล้ชิดกับบ้านใหญ่ของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นนาย บ. และเจ๊ ด. ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับผู้อยู่เบื้องหลังของรัฐบาลชุดนี้ จะเข้าไปมีผลประโยชน์ในการอนุมัติรับผิดชอบโครงการต่างๆ เข้ามาดูแลเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เป็นนายหน้าในการคัดเลือกโครงการ และอนุมัติผู้รับเหมา ดังนั้น อยากให้สังคมช่วยกันจับตามอง เพราะเงินจำนวนมหาศาลกำลังจะทุ่มเข้ามาในรัฐบาล
อัดรัฐบาลไม่ได้ดูแลค่าครองชีพจริงจัง
อย่างไรก็ตาม โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาราคาค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยได้นำข้าวราดแกงมาแสดงกับสื่อมวลชนว่า ราคาสินค้าแพงขึ้นเกิดจากต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ซึ่งรัฐบาลไม่ได้เข้ามาดูแลอย่างจริงจัง ทั้งนี้ ตนได้ไปซื้อข้าวราดหมูทอด และไข่พะโล้ พบว่าราคาดีดตัวสูงถึงจานละ 60 บาท ซึ่งราคาสินค้าดังกล่าวกระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถควบคุมได้ จึงอยากฝากให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ดูแลในเรื่องค่าครองชีพของประชาชนด้วย เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่ ก่อนที่จะประชาชนจะทนไม่ไหวแล้วลุกขึ้นมาขับไล่รัฐบาล
ส่วนที่รัฐบาลจะให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลควบคุมราคาสินค้า และราคาข้าวแกงนั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่คนในรัฐบาลก็ยอมรับว่าคงไปบังคับ หรือสั่งการไม่ได้ เพราะต้นทุนที่สะท้อนออกมาทางราคาสินค้านั้น มาจากสิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการเอง โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นราคาพลังงาน และวัตถุดิบต่างๆ ดังนั้น เมื่อรัฐบาลไม่สามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ แล้วจะไปควบคุมราคาปลายทางคงไม่ยุติธรรมกับผู้ค้า เพราะอาจส่งผลกระทบให้ผู้ค้าต้องเลิกกิจการได้ จึงไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหา ทั้งนี้ อยากให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลงไปเดินตลาดสำรวจราคาสินค้าดูบ้าง อย่าไปเดินแต่ตลาดอตก.ที่เป็นตลาดของคนรวย
"กทม."โต้"ฐิติมา"ปัดจ่ายเงิน5พันช้า
นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า ขอยืนยันการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยครัวเรือนละ 5 พันบาทเป็นไปตามกระบวนการ และไม่ได้ล่าช้าตามที่นางฐิติมา ฉายแสง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และรักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวหา โดยมีเอกสารบันทึกการจัดสรรงบประมาณลงวันที่ 28 ธ.ค. 2554 ซึ่ง กทม.ได้ของบประมาณเพิ่มเติมในการเยียวยาอีก 4 แสนรายใน 12 เขต และได้ขอขยายเวลา พร้อมนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบในวันที่ 31 ม.ค. 2555 ดังนั้น จึงขอให้ผู้ที่ออกมากล่าวหาว่ากทม.ทำงานล่าช้าทำการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด และขอความเป็นธรรมให้กับข้าราชการประจำด้วย



