ข่าว

กทม.เล็งยกถนน20สายเป็นคันกั้นน้ำ

กทม.เล็งยกถนน20สายเป็นคันกั้นน้ำ

06 ก.พ. 2555

กทม.เล็งยกระดับถนนเป็นคันกั้นน้ำ ตั้งเป้า 20 สายทั่วกรุง ศภช.เตรียมแผนจัด "จราจรน้ำ" รับมือท่วม จี้ กทม.แนะปชช.พร้อมรับมือแผ่นดินไหว เร่งซ่อมประตูน้ำบางโฉมศรีรับมวลน้ำละลอกใหม่

           6ก.พ.2555 นายจุมพล สำเภาพล รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ต้นปีนี้ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากปรากฎการณ์ลานิญญ่า ทำให้ก่อนเดือนพ.ค.จะเกิดฝนตกตลอด จากนั้นจะแห้งแล้ง จึงทำให้ในช่วงนี้มีฝนตกในกรุงเทพฯ ซึ่งมีปริมาณมากและเร็วกว่าทุกปี ดังนั้นแผนงานด้านโยธาที่ กทม.ต้องเร่งทำ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับน้ำท่วมในปีนี้ เป็นการปรับปรุงถนนบางเส้นทางให้สามารถเป็นคันกั้นน้ำได้ด้วย

              "คาดว่าจะมีทั้งหมดประมาณ 20 สาย หรือกว่า 70 กิโลเมตร อาทิ ถนนพุทธมณฑลสาย 3 ที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน ซึ่งจะช่วยป้องกันน้ำจากคลองทวีวัฒนาที่ล้นได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่ และจะมีการซ่อมแซมถนนที่เสียหายจากน้ำท่วม ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ"  นายจุมพล กล่าว


รับเงินช่วยน้ำท่วมจาก4เมืองใหญ่พร้อมส่งต่อ21ชุมชน

              นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) แถลงผลการประชุมผู้บริหาร กทม. ว่า กทม.มีโครงการช่วยเหลือชุมชนที่ประสบอุทกภัย โดยใช้เงินจากกองทุนร่วมสร้างกรุงเทพมหานคร "รวมกันเราทำได้" ซึ่งได้รับจากการบริจาคจากเมืองฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนจำนวน 25 ล้านบาท กรุงปักกิ่ง 1.5 ล้านบาท กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น 1.5 ล้านบาท และเมืองยาชิโอ จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่นอีก 680,000 บาท รวมทั้งสิ้นประมาณ 28 ล้านบาท มอบให้แก่ชุมชนใน 21 เขตแรก ที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ และมีน้ำท่วมขังสูงเกิน 80 เซนติเมตร ซึ่งจากการสำรวจมีชุมชนทั้งสิ้น 616 ชุมชน

              โดยมีหลักเกณฑ์คือเป็นชุมชนที่น้ำท่วมขังระหว่าง 7-14 วัน มีจำนวน 61 ชุมชน จะได้รับเงินช่วยเหลือ 30,000 บาท เป็นเงิน 1,830,000 บาท ชุมชนที่น้ำท่วมขังระหว่าง 15-30 วัน มีจำนวน 212 ชุมชน จะได้รับเงินช่วยเหลือ 40,000 บาท เป็นเงิน 8,480,000 บาทและชุมชนที่น้ำท่วมขังเกิน 30 วัน ขึ้นไป มีจำนวน 343 ชุมชน จะได้รับเงินช่วยเหลือ 50,000 บาท เป็นเงิน 17,150,000 บาท ส่วนอีก 21 เขตหลัง ที่ไม่ได้อยู่ในหลักเกณฑ์ สามารถยื่นคำร้องได้ หากมีน้ำท่วมสูงเกิน 80 เซนติเมตร

              นายวสันต์ กล่าวอีกว่า ส่วนผลการดำเนินโครงการยิ้มสู้ กู้ภัยน้ำท่วม ที่กทม. ร่วมกับสถาบันการเงิน 4 แห่ง มีจำนวนผู้ประสงค์ขอสินเชื่อทั้งหมด 746 ราย วงเงินประมาณ 29 ล้านบาทได้แก่ ธนาคารออมสิน มีผู้ขอสินเชื่อ 568 ราย วงเงินประมาณ 19 ล้านบาท ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย มีผู้ขอสินเชื่อ 65 ราย วงเงินประมาณ 3 ล้านบาท ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร มีผู้ขอสินเชื่อ 31 ราย วงเงินประมาณ 4.5 ล้านบาท และธนาคารอาคารสงเคราะห์ มีผู้ขอสินเชื่อ 82 ราย วงเงินประมาณ 2.7 ล้านบาท

 

กทม.ถกตั้งการ์ดรับน้ำท่วมกรุง


              นายวัลลภ  สุวรรณดี  รองผู้ว่าฯ กทม.ประชุมคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานครอย่างยั่งยืน โดยมีเรื่องพิจารณาคือการป้องกันและแก้ไขน้ำท่วมกรุงเทพฯ ในกลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก ซึ่งมีผู้อำนวยการสำนักงานเขต 9 เขต ได้แก่ เขตบางกะปิ เขตสะพานสูง เขตบึงกุ่ม เขตคันนายาว เขตลาดกระบัง เขตมีนบุรี เขตหนองจอก เขตคลองสามวา และเขตประเวศ เข้าร่วมประชุม ซึ่งสำนักงานเขตได้รายงานถึงผลกระทบจากน้ำท่วมและแผนงานป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ อาทิ การขุดลอกคลอง การจัดเก็บผักตบชวา การซ่อมแซมถนน การบุกรุกพื้นที่สาธารณะเป็นต้น

               นายวัลลภ กล่าวว่า จากการประชุมร่วมกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมานายกฯ ได้กำหนดแนวทางการระบายน้ำเข้าพื้นที่กรุงเทพฯซึ่งเป็นพื้นที่ปลายน้ำและเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ โดยให้พื้นที่ที่อยู่เหนือกรุงเทพฯ ควบคุมปริมาณน้ำที่จะระบายเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ให้อยู่ในปริมาณที่กรุงเทพฯสามารถระบายออกได้ทัน เพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมหนักเช่นปีที่ผ่านมา ทั้งนี้กทม.ต้องมีการประสานงานกับจังหวัดปริมณฑล ในการหารือเรื่องการป้องกันน้ำท่วมและการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ด้วย

 

"มท."สั่ง24ผู้ว่าฯ3ข้อรับมือน้ำ


                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทยได้ออกหนังสือเวียนที่ มท 0212.1/ว 485 สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 24 จังหวัด ได้ “เตรียมการ ติดตามแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ” เพื่อให้ทางจังหวัดเตรียมการติดตามการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ เพื่อรายงานต่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในการเดินทางมาตรวจเยี่ยมระหว่างวันที่ 13 - 17 ก.พ.นี้  

                อย่างไรก็ตามหนังสือเวียนสั่งการมีใจความอีกว่า ให้จังหวัดดำเนินการติดตามแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ มีเนื้อหาสำคัญ ดังนี้ 1. จัดเตรียมข้อมูลการทำแผนป้องกันอุทกภัยเฉพาะหน้าก่อนฤดูฝน ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ขุดลอกคูคลอง กำจัดวัชพืชที่ขวางทางเดินของน้ำ การทำแก้มลิงการกักเก็บน้ำ โดยให้บูรณาการกับแผนปฏิบัติให้สอดคล้องกับแผนบริหารจัดการทรัพยากรของน้ำ ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) 2.ให้เร่งรัดการจ่ายเงินให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ครัวเรือนละ 5,000 บาท ให้เสร็จโดยเร็วและให้จัดเตรียมข้อมูลผลการดำเนินการปัญหาและอุปสรรค และ 3. ให้ประสานงานกับหน่วยงาน ส่วนราชการในจังหวัดจัดทำแผนงาน โครงการป้องกันน้ำท่วมอย่างยั่งยืนในระยะยาวของจังหวัด  โดยข้อสั่งการ 3 ข้อทางผู้ว่าจังหวัดทั้ง 24 จังหวัดต้องรายงานให้ทางนายกรัฐมนตรีทราบ ในวันที่มีการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมระหว่าง 13 - 17 ก.พ. นี้ ลงนามโดย นายประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายบริหาร

               นายประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องที่ทางคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้วางแผนการเวนคืนหาพื้นที่เพื่อไปจัดทำพื้นที่ในการระบายน้ำ (ฟลัดเวย์) อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวทางกรมโยธาธิการและผังเมือง น่าจะมีแผนจัดการร่วมกับกยน.รองรับเอาไว้อยู่แล้ว แต่เรื่องอนาคตข้างหน้าผู้ว่าราชการจังหวัด 24 จังหวัด ต้องไปวางแผนอย่างเป็นระบบภายใน 3 - 4 เดือน โดยต้องไม่ปล่อยให้ผักตบไปกองหน้าบ้านใคร หรือไหลไปยังเขตจังหวัดอื่นไม่ได้ ดังนั้นกระทรวงมหาดไทยได้สั่งให้ทุกจังหวัดต้องเคลียร์เส้นทางน้ำ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ เพราะเหลืออีก 3 เดือนก็จะย่างเข้าสู่ฤดูฝน


ศภช.เตรียมแผนจัด"จราจรน้ำ"รับมือท่วม

              น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.)กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ให้สัมภาษณ์ “สำนักข่าวเนชั่น” ถึงสาเหตุที่ฤดูกาลประเทศไทยผันผวนขณะนี้ว่า ช่วงนี้เป็นการเปลี่ยนฤดูจากหนาวไปร้อน ทำให้ทิศทางลมที่เข้าประเทศเปลี่ยนไป โดยส่วนหนึ่งเกี่ยวกับสถานการณ์อากาศโลก มีปรากฏการณ์ลานิญญ่า โดยภาคเหนืออาจจะมีอากาศเย็นอีกใน 2 วันนี้ ขณะเดียวกันก็ยังอากาศแปรปรวนในหลายพื้นที่ อาทิ มีพื้นที่ภัยแล้งติดกับพื้นที่ปลูกนาข่าวซึ่งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน ส่วนจังหวัดที่มีฝนตกนั้นเป็นเพราะบางพื้นที่ยังเป็นน้ำขัง เมื่อน้ำละเหยขึ้นฟ้าก็กลั่นตัวตกลงมาเป็นฝน

              น.อ.สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้สิ่งที่ประชาชนจะต้องเฝ้าระวังจะเริ่มตั้งแต่เดือนมี.ค.อาจจะมีพายุฤดูร้อน มีลมกระโชกแรง ฝนฟ้าคะนอง หรือมีลูกเห็บตก ทั้งภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางบางส่วน อาทิ จ.กาญจนบุรี พระนครศรีอยุธยา ส่วนเดือนพ.ค.เป็นต้นไปให้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลันในภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะเป็นช่วงที่เชื่อมเข้าฤดูฝน ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนใช้บทเรียนจากภาวะน้ำท่วมปีที่ผ่านมาเรียนรู้ ว่าพื้นที่ใดมีฝนขนาดไหน กระทบอย่างไร แต่รัฐบาลมีแผนจัดการจราจรน้ำ และเส้นทางน้ำจะไป โดยไม่มีการกั้น ซึ่งจะมีการกำหนดในแต่ละจังหวัดตั้งแต่ต้นน้ำ

              น.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานมูลนิธิสภาเตือนภัย พิบัติแห่งชาติ ได้ออกมาเตือนว่า เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ์ใน จ.กาญจนบุรีมีโอกาสแตกสูง หากเกิดแผ่นดินไหวในลอยเลื่อนประเทศพม่า 7 ริกเตอร์นั้น ตนมองเป็นเรื่องที่ต้องการให้ประชาชื่นตื่นตัว แต่ความเชื่อมั่นความแข็งแรงของทั้งสองเขื่อน ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมแผนรองรับไว้ทั้งหมด ที่สำคัญสิ่งที่จะทำให้เขื่อนแตกได้จะต้องมีลอยเลื่อนอยู่ใต้เขื่อนเท่านั้น และมีความรุนแรงขนาด 7 ริกเตอร์ เขื่อนถึงจะได้ผลกระทบ แต่ก็เป็นไปได้ยาก เพราะรอยเลื่อนไม่ได้อยู่ใต้เขื่อนทั้งสองแห่ง

              “ตรงนี้ผมเข้าใจคุณสมิธเตือนด้วยความหวังดี แต่เรายังมีความพร้อมในการดูแลเขื่อน แต่ไม่อยากให้มองที่ จ.กาญจนบุรี เพราะเราต้องมีความพร้อมในส่วนกลางคือที่กรุงเทพฯ ผมขอเตือนตรงนี้ดีกว่า เนื่องจากกรุงเทพฯเป็นพื้นที่อ่อนไหวกว่าที่อื่น จึงอยากให้กทม.ให้ความสำคัญและให้ความรู้ประชาชนหรือการติดตั้งระบบแจ้งเตือน ว่าหากเกิดแผ่นดินไหวจะให้ประชาชนเตรียมตัวอย่างไร” น.อ.สมศักดิ์ กล่าว


เกษตรเตรียมเร่งสร้างคันกั้นน้ำอุทัย-อยุธยา

              นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการดำเนินงานแนวคันกั้นน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยาว่า แนวทางการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย 2555 ในเขตแนวคันกั้นน้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วยแผนงาน 21 โครงการงบประมาณรวม 1,829 ล้านบาท ปัจจุบันอนุมัติแล้ว 8 โครงการ งบประมาณ 540ล้านบาท โดยโครงการต่าง ๆ จะรองรับการบริหารจัดการน้ำทั้งลุ่มน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้หนึ่งในแนวทางสำคัญ คือ การก่อสร้างแนวคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาโดยจะเริ่มตั้งแต่จังหวัดอุทัยธานี ผ่านชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทองยาวเรื่อยไปจนถึง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยาซึ่งเบื้องต้นจะแบ่งดำเนินการเป็นช่วง ๆ ไปก่อนเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำในฤดูฝนของปี 2555


เร่งซ่อมประตูน้ำบางโฉมศรีรับมวลน้ำละลอกใหม่

              สภาพล่าสุดของประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ขณะนี้ผ่านไปแล้ว 4 เดือน หลังประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ตำบลท่างาม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรีเกิดชำรุด จากกระแสน้ำท่วมรุนแรง  ล่าสุด ได้ดำเนินการซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดของประตูแห่งนี้ ผู้รับผิดชอบ คือชลประทานที่ 10 จังหวัดสิงห์บุรีทำงานร่วมกับ โครงการบำรุงรักษาส่งน้ำมหาราช เป็นผู้ดำเนินการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จตามแผนภายในเดือน พฤษภาคม  2555 นี้


นครบาลฟิตจัดเตรียมแผนจราจรรองรับน้ำท่วม

               พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( รองผบช.น.)รับผิดชอบงานจราจร มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร 88 สน.และกองบังคับการตำรวจจราจรเตรียมรับมือกับปัญหาน้ำท่วมขังบนผิวการจราจร โดยนำเครื่องสูบน้ำทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่เข้าไปประจำการในจุดที่เคยเกิดปัญหาไม่และจุดที่เป็นพื้นที่เสี่ยง หากท้องที่ใดขาดอุปกรณ์หรือมีไม่เพียงพอให้เร่งประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือสำนักงานเขตโดยเร็วร่วมกันดำเนินการแก้ไขปัญหาป้องกันปัญหาการจราจรติดขัด เนื่องจากระยะนี้มีฝนตกหนักลงมาในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง


เทศบาลเมืองอ่างทองเร่งเสริมพนังกั้นน้ำ

              นายชัย สุวพันธุ์ นายกเทศมนตรีเมืองอ่างทอง อ.เมืองฯ จ. อ่างทอง กล่าวว่าระดับน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณเขตเทศบาลเมืองอ่างทอง เมื่อปีที่ผ่านสูงกว่าคันกั้นน้ำแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก(คสล.)ที่สร้างไว้มากจนต้องใช้อิฐบล็อกเสริม เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในปีที่จะถึงบ เมื่อหลังน้ำลด จึงเร่งให้ฝ่ายกองช่างของเทศบาลเมืองอ่างทอง ดำเนินการสร้างเสริมพนังกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาแบบ(คสล.)ที่มีความมั่นคงแข็งแรง บริเวณพื้นที่เศรษฐกิจและศูนย์ราชการทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำ ยาว กว่า 3 กิโลเมตร ให้สามารถรับสถานการณ์น้ำที่มีระดับสูง 10 เมตร


ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาช่องแค

              นายไพบูลย์ ทินมณี  ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาช่องแค อ.ตาคลี  จ.นครสวรรค์  ที่ดูแลพื้นที่ชลประทานในเขต อำเภอบ้านหมี่และอ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรีกล่าวว่า ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาช่องแค กำลังทำโครงการหลายโครงการที่จะป้องกันน้ำท่วมในเขตอำเภอบ้านหมี่และ อำเภอท่าวุ้ง ปีที่ผ่านเป็นเพราะบางโฉมศรีแตก น้ำถึงท่วมมากมาย แต่ปีนี้ ทางโครงการฯ กำลังเร่งถม ถนนที่ขาด ถมคันดินที่ต่ำ ถมคันคลองส่งน้ำทุกสายไม่ให้น้ำล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร


ธนชาตร่วมฟื้นฟูโรงเรียนหลังน้ำลด


              นายวิชา กุลกอบเกียรติ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานสื่อสารและบริหารแบรนด์ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) นำทีม Thanachart CSR Club ส่งมอบโต๊ะ-เก้าอี้นักเรียนให้กับนายสมจิตร เถื่อนยัง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลวัดสิงห์ ตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์  จังหวัดชัยนาท เพื่อใช้แทนของเดิมที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม พร้อมร่วมกันทำความสะอาดและซ่อมแซมโรงเรียนด้วยการทาสีอาคารเรียนและรั้วโรงเรียนใหม่ ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเมื่อปีที่ผ่านมาโดยระดับน้ำที่ท่วมสูงกว่า 2 เมตร ส่งผลให้รั้วและอาคารเรียน รวมถึงอุปกรณ์การเรียนการสอนได้รับความเสียหาย 

 

ปภ.สรุปยอดภัยแล้ง5จังหวัด45อำเภอ

              นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) กล่าวว่า ขณะนี้มีจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 5 จังหวัด 45 อำเภอ 295 ตำบล1,413 หมู่บ้าน แยกเป็น ภาคเหนือ 3 จังหวัด ได้แก่กำแพงเพชร(10 อำเภอ) ลำพูน(4 อำเภอ) สุโขทัย(9 อำเภอ)ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ เลย(14 อำเภอ) และจันทบุรี(8 อำเภอ)  ทั้งนี้ ผู้ประสบภัยแล้งสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 1 - 18 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง พื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

              นายวิบูลย์ กล่าวด้วยว่า จึงได้ประสานให้จังหวัดจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ระดับจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมทั้งให้จัดทำบัญชีพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง ทำแผนเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง แผนแจกจ่ายน้ำและกำหนดจุดแจกจ่ายน้ำ จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงสำรวจวัสดุ อุปกรณ์ ที่ใช้บรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้งให้อยู่ในสภาพร้อมใช้


เขมรหนีแล้งแห่เข้าไทยทหาร-ตม.เร่งป้องกันแรงงานทะลัก

              เมื่อเวลา 10.00 น.พ.อ.มล.ประวีร์ จักรพันธ์ ผบ.ฉก.กรม.ทพ. 12 กกล.บูรพา ได้สั่งการให้นำกำลังร่วมกันตั้งจุดตรวจค้นยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด บริเวณจุดตรวจร่วมทางเข้าตลาดโรงเกลือ หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตามมาตรการรั้วชายแดนสกัดกั้นยาเสพติดเข้าประเทศ ของรัฐบาลและกองทัพบก  ต่อมา จนท.จุดตรวจร่วมฯได้ตรวจพบชาวเขมรจำนวนมากเดินหิ้วและแบกกระเป๋าสัมภาระข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว จากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เข้ามาในประเทศไทย เมื่อถึงจุดตรวจร่วมฯ จนท.จึงตรวจสอบพบว่าเป็นแรงงานชาวกัมพูชาซึ่งจะเข้ามาทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทยตามข้อตกลง MOU จำนวน 945 คน เป็นชาย 607 คน หญิง 338 คน โดยมีตัวแทนโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทยจำนวน 12 บริษัท จาก จ.สุพรรณบุรี,จ.ปทุมธานี,จ.ชลบุรี,จ.สงขลา,จ.ฉะเชิงเทราและ กทม.

              นายซอม ยา อายุ 33ปี ตัวแทนบริษัทนายหน้าจัดหางานชาวเขมร เผยว่าขณะนี้มีชาวเขมรจำนวนมากแห่มาสมัครทำงานในประเทศไทย เนื่องจากช่วงนี้ในกัมพูชากำลังประสบภัยแล้งทำให้ชาวเขมรต้องการเข้ามาขายแรงงานในประเทศไทย โดยมีการมาลงชื่อสมัครไว้กับบริษัทนายหน้าจัดหางานในกรุงพนมเปญกว่า 2 หมื่นคนแล้ว ซึ่งจะทยอยจัดส่งเข้ามาทำงานในประเทศไทยตามความต้องการของโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทยที่ยังคงต้องการแรงงานชาวเขมรอีกเป็นจำนวนมาก

              ทางด้าน ร.อ.อภินันท์ สงครามชัย ผบ.ร้อย ทพ. 1206ฯ และ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว ร่วมกันเผยว่าจากการตรวจสอบพบว่าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน มีแรงงานชาวเขมรเดินทางเข้ามาขายแรงงานในโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทยตามข้อตกลง MOU จำนวน 4,441 คน ซึ่งคาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆหากไม่มีการควบคุมเกรงว่าจะมีแรงงานชาวเขมรเข้ามาทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทยจนล้นประเทศและจะทำให้คนไทยตกงานเพิ่มมากขึ้นอีกทั้งการก่อเหตุหรือก่อปัญหาต่างๆของแรงงานชาวเขมรอาจไม่สามารถควบคุมหรือตรวจสอบได้