
คำถามถึงสยามประชาภิวัฒน์
คำถามถึงสยามประชาภิวัฒน์ : ว่ายทวนอารมณ์ โดย ใบตองแห้ง
กลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ จะจัดเสวนาทางวิชาการ “วิกฤติประเทศไทย ใครคือตัวการ” บ่ายวันจันทร์นี้ ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จัดได้เพราะไม่ใช่เรื่องแก้ไขมาตรา 112 แต่ถ้าเป็นการเสวนาทางวิชาการเรื่อง 112 โดยไม่มีการเข้าชื่อ ก็ไม่เป็นไร แต่...เดี๋ยวก่อน ถ้าตั้งโต๊ะลงชื่อคนสองคนก็ไม่เป็นไร อย่ามาเป็นพันๆ ก็แล้วกัน นั่นคือคำชี้แจงของอธิการบดีสมคิด ซึ่งปรับเปลี่ยนไปรายวัน
ผมก็สนับสนุนให้จัดนะครับ เพราะควรเปิดกว้างให้ถกเถียงกันด้วยเหตุผล มากกว่าปิดกั้นและให้ร้ายป้ายสี
แต่ปัญหาของกลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ ซึ่งอันที่จริง หลายๆ ท่านก็เป็นผู้หวังดีต่อบ้านเมือง คือที่ผ่านมาท่านไม่ได้พูดด้วยเหตุผล บางคน เช่น บรรเจิด สิงคะเนติ อาจให้สัมภาษณ์ดูดี แต่บางคนใช้วิธีการกล่าวหา ให้ร้าย ว่ามีเบื้องหลัง ทำเพื่อทักษิณ หรือมีเจตนา “ล้มเจ้า”
เรื่องแบบนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโฆษกพรรคการเมืองดีกว่าไหมครับ คนเป็นดอกเตอร์ คนเป็นนักกฎหมายทำไมต้องพูดเหมือนช่างทาสี
นักวิชาการควรถือว่าความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ โต้แย้งกันได้ โดยไม่เอากระแสสังคมมาเป็นเครื่องมือเอาชนะคะคาน หรือใช้การกล่าวหาว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลังมากลบเหตุผล ผมจึงยกย่อง กิตติศักดิ์ ปรกติ, ปริญญา เทวานฤมิตรกุล และ ไชยันต์ ไชยพร ซึ่งแม้มีความเห็นต่างแต่ก็ช่วยกันเตือนสติสังคม ไม่ให้ปลุกกระแส 6 ตุลาคม 2519 ขึ้นมาอีกครั้ง
นักวิชาการเหล่านี้ รวมทั้งผู้ใหญ่อย่าง อ.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ สื่ออย่าง วีระ ธีรภัทร หรือ อภินันท์ บัวหภักดี ช่วยลดกระแสได้เพราะไม่มีใครกล้าหาว่าเป็นแดง หรือ “รับเงินทักษิณ”
แต่ไม่แน่เหมือนกัน ไปขวางกระแสมากๆ เข้า ก็อาจโดนเหมือนนิติราษฎร์ และนักวิชาการที่ลงชื่อสนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112 อย่าง อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, อ.รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์, อ.ผาสุก พงษ์ไพจิตร, อ.เกษียร เตชะพีระ ฯลฯ ซึ่งก็เคยวิพากษ์วิจารณ์ “ระบอบทักษิณ” (ศัพท์ของเกษียร) กันมาทั้งนั้น แต่สังคมถูกครอบงำความเกลียดชังจนไร้สติ จำกัดเสรีภาพทางความคิด กลายเป็นใครที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐประหารตุลาการภิวัฒน์ คือพวกทักษิณ รับเงินทักษิณ
ที่จริงผมเห็นหัวข้อเสวนาของสยามประชาภิวัฒน์ก็หัวร่อก๊าก “วิกฤติประเทศไทย ใครคือตัวการ” ไม่ต้องอ้าปากก็รู้คำตอบอยู่แล้ว ทักษิณ! ชัวร์ป้าด หรือสยามประชาภิวัฒน์อาจเรียกใหม่ว่า "ทุนผูกขาด"
คำถามคือ สยามประชาภิวัฒน์จะเสนออะไรใหม่ๆ บ้าง นอกจากขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวให้ชัดเจนลงไปคือ สยามประชาภิวัฒน์จะเสนอทฤษฎีอะไร ที่พลิกตำราประชาธิปไตยที่ยึดถือกันตลอดมา
เพราะเท่าที่ฟังความเห็นกลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ ตลอดจนจุดยืน 5 ข้อ ก็ไม่แตกต่างอะไรกับพันธมิตร ที่มีแนวโน้มปฏิเสธการเลือกตั้ง “ขจัดวิกฤติความคิดและความเชื่อที่ว่าสูตรสำเร็จของประชาธิปไตยคือการเลือกตั้งเท่านั้น” (เลือกตั้งทีไรก็แพ้ทักษิณ ฉะนั้น Vote No ดีกว่า)
แนวคิดของสยามประชาภิวัฒน์ คือการเลือกตั้งทำให้พรรคการเมืองนายทุนเข้ามามีอำนาจเผด็จการ ประชาธิปไตยแบบตะวันตกใช้ไม่ได้กับประเทศไทย ต้องคำนึงถึงคุณค่าของ “สถาบันทางสังคม” แล้วเอามาปรับใช้ ฯลฯ
วาทกรรมสวยหรูเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งใหม่ พูดกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกลายเป็นพูดอีกก็ถูกอีก แต่ไม่มีใครอธิบายเป็นระบบได้ ตกลงคุณไม่เอาประชาธิปไตยตะวันตก แล้วประชาธิปไตยแบบไทยๆ เป็นอย่างไร คุณบอกว่าเลือกตั้งแล้วพรรคการเมืองนายทุนเข้ามามีอำนาจเผด็จการ คุณจะเปลี่ยนวิธีการเลือกตั้งอย่างไร จะกำหนดความสัมพันธ์ของอำนาจฝ่ายต่างๆ อย่างไรให้อยู่ในหลักการประชาธิปไตยที่ให้เสรีภาพ เสมอภาค และการใช้อำนาจทุกอย่างต้องตรวจสอบได้
พันธมิตรเคยพูดอย่างนี้ แล้วก็ไปคิด “การเมืองใหม่” 70 : 30 จนเจ๊งไปแล้ว
ฉะนั้น สยามประชาภิวัฒน์จึงควรคิดสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ๆ สมมุติเช่น ให้เลือกตั้งนายกฯ โดยตรง แต่ให้คนเสียภาษีเท่านั้นมีสิทธิเลือก (บางคนบอกว่าให้สิทธิเฉพาะปริญญาตรี) คนทั่วไปให้เลือก ส.ส.อย่างเดียว
หรือไม่ก็ให้มีสภาพิทักษ์คุณธรรมแบบอิหร่าน ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องผ่านการรับรองจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าเป็นคนดีมีคุณธรรม
หรือจะเอาแบบพรรคคอมมิวนิสต์จีน (เห็นชื่นชมจีนกันนัก) จัดตั้งเครือข่ายปกป้องสถาบันพิทักษ์ความเป็นไทยทุกชุมชน ทุกหมู่บ้าน ไม่ต้องเลือกตั้งทั่วไป เลือกตัวแทนตามลำดับชั้นขึ้นมาเป็นสภาประชาชน
ลองดูนะครับ ถ้าพวกท่านสามารถคิดระบอบอะไรที่ล้ำเลิศกว่า มีเสรีภาพกว่า เสมอภาคกว่า “ประชาธิปไตยตะวันตก” ผมก็พร้อมจะไชโยโห่ร้องหมอบราบคาบแก้วให้ด้วยความยินดี ฮิฮิ
.................
(หมายเหตุ : คำถามถึงสยามประชาภิวัฒน์ : ว่ายทวนอารมณ์ โดย ใบตองแห้ง)



