
ตั้งสติรับมือ'โลก'ผ่านตัวอักษร
ตั้งสติรับมือ "โลก" ผ่านตัวอักษร
จากเหตุการณ์มหาภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสึนามิ แผ่นดินไหว น้ำท่วม ฝนแล้ง ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินยุบ ธารน้ำแข็งละลาย คลื่นความร้อนแผ่กระจาย รวมถึงมลพิษมากมาย ฯลฯ กำลังถาโถมใส่โลกสีน้ำเงินใบนี้ จนดูเหมือนว่าขณะนี้ “โลกกำลังป่วยหนัก” อาการโคม่าเข้าสู่ขั้นวิกฤติ คนส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ยังคงหลงระเริงในชีวิต จนหลงลืมไปว่า นี่คือการเตือนของธรรมชาติ ที่กำลังแปรเปลี่ยนจากที่พึ่งที่พักพิงเพื่อดำรงกายใจของมนุษย์ กลับกลายเป็นภัยร้ายที่มนุษย์มิอาจรับมือได้
สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี และยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงร่วมกันจัดพิมพ์หนังสือ ‘อ่านก่อนถึงวันสิ้นโลก’ ขึ้น โดยได้รวบรวมข้อมูลไว้ครบถ้วน ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ พุทธพยากรณ์ คำสอนของครูบาอาจารย์ คำทำนายของท่านผู้รู้ ทรรศนะจากผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ เหนือสิ่งอื่นใดคือ ‘บทสวดเสริมมงคลชีวิต’ เพื่อเป็นเกราะแก้วป้องกันภัยพิบัติและคุ้มครองตัว โดยหวังประโยชน์ให้ผู้อ่านมีหลักยึดท่ามกลางความแปรปรวนของธรรมชาติ ความถดถอยของศีลธรรม รวมถึงความจริงที่คาดว่าต้องเผชิญในอนาคตอันใกล้นี้ และวิกฤติจากมวลกิเลสที่แทรกซึมเกิดขึ้นในหัวใจของเราเอง ทั้งหมดก็เพื่อเตรียมกาย เตือนใจ รับมือกับภัยพิบัติทั้งมวล ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อวันก่อน
พระครูปลัดวีระนนท์ วีรนนฺโท เจ้าอาวาสวัดป่าเจริญราช จ.ปทุมธานี เมตตาแสดงธรรมว่า พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ว่า ภัยพิบัติจะเกิดขึ้นจากดิน น้ำ ลม ไฟ และใจของมนุษย์ ที่แม้จะเรียกตนว่าเป็นผู้ประเสริฐแต่กำลังจะเป็นประสาท ลองคิดดูว่าความร้อนของโลกกับความร้อนของมนุษย์อะไรร้อนกว่ากัน ถ้าโลกจะสูญสิ้นนั่นก็เพราะมนุษย์ขาดคุณธรรม ดังนั้นอาตมาจึงอยากแนะหลักธรรมง่ายๆ ที่จะยึดเพื่อเตรียมใจรับภัยพิบัติคือคือ มีสติและไม่ประมาท เวลามีแค่ลมหายใจ ช้าเมื่อไร คือประมาท
ในขณะที่ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา นักวิเคราะห์ธรณีวิทยาและภัยพิบัติ อดีตนักวิทยาศาสตร์องค์การนาซา กล่าวว่า ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นล้วนเป็นผลจากภาวะโลกร้อน ตอนนี้มีแก๊สมีเทนพุ่งจากขั้วโลกเหนือเป็นจำนวนมาก เพราะน้ำแข็งที่เคยปกคลุมอยู่ได้ละลายไป แก๊สชนิดนี้ร้ายแรงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 21 เท่า นอกจากนี้เมื่อโลกร้อนขึ้น น้ำก็ระเหยมากขึ้น ฝนตกมากขึ้น มีพายุบ่อยขึ้น ปัญหาต่างๆ จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
"โดยเฉพาะปีนี้ดวงอาทิตย์จะมีการระเบิดมากขึ้น อาจเกิดพายุสุริยะ และจะร้ายแรงที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม ซึ่งบังเอิญตรงกับคำทำนายอื่นๆ เกี่ยวกับปี 2012 แต่ผมก็ยืนยันว่า ยังไม่สิ้นโลก แต่จะเกิดเรื่อยๆ และกระจายออกไป ผมคิดว่าปัญหาเป็นเรื่องดี เพราะทำให้เรามีบทเรียน พร้อมเผชิญหน้าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น มนุษย์จึงต้องเตรียมพร้อมเสมอ ช่วยกันลดภาวะโลกร้อน ไม่ใช่มัวแต่ทะเลาะกันเกี่ยงกัน และที่สำคัญที่สุดคือ การเตรียมตัวด้านจิตใจ ทุกคนควรนั่งสมาธิ เป็นการเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ แล้วขยายออกไป จนเป็นวงกว้างมากขึ้นๆ เพราะฉะนั้นอย่ารีรอ เริ่มเดี๋ยวนี้เลยให้เร็วที่สุด” ดร.อาจองแสดงความคิดเห็นทางวิทยาศาสตร์
ปิดท้ายที่ อนุรุธ ว่องวานิช นายกยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงที่มาของหนังสือ ‘อ่านก่อนถึงวันสิ้นโลก’ ว่ายุวพุทธฯ ได้จัดงานเสวนาเตรียมกาย เตือนใจ รับภัยพิบัติ ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา โดยมีวิทยากรจากหลากหลายวงการมาบรรยาย ซึ่งจัดมา 3 ครั้งแล้ว เพราะเป็นเรื่องที่คนไทยให้ความสนใจและมีเสียงเรียกร้องให้จัดอีก จึงเป็นการจุดประกายให้นำข้อมูลเหล่านั้นทั้งทางวิทยาศาสตร์และทางธรรมมารวมกัน แล้วจัดพิมพ์หนังสือ ‘อ่านก่อนถึงวันสิ้นโลก’ เพื่อให้เป็นรูปธรรมในการขยายผลให้กว้างมากยิ่งขึ้น และช่วยกระตุ้นเตือนให้คนเตรียม ‘ใจ’ น้อมมาสู่การปฏิบัติธรรม เพราะหากเราปล่อยใจไปไม่ดูแล จะเป็นทุกข์ กังวลเกี่ยวกับภัยพิบัติไม่จบไม่สิ้น



