
โจรนราฯเหี้ยม!ดักซุ่มยิงอดีตอส.ดับ
คนร้ายใช้ไม้ขวางถนน ขณะดักซุ้มรอเหยื่อ อดีต อส.อ.สุไหงโก-ลก ขับรถ จยย.มาเจอ จอดรถลงมานำไม้ออก คนร้ายเดินดิ่งเข้ามาหาก่อนใช้ปืนจ่อยิงดับ
เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 6 ก.พ. ร.ต.อ.นพดล ดิเรกวัฒนสาร ร้อยเวร สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายประกบยิง อดีต อส.อ.สุไหงโก-ลก เสียชีวิตบนถนนภายใน หมู่บ้านตือระ หมู่ 2 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.อโนทัย จินดามณี รอง ผกก.ปป.สภ.สุไหงโก-ลก พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ ทองสองศรี รอง ผกก.สส.สภ.สุไหงโก-ลก และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ
ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดคารถ จยย.ยี่ฮ้อฮ้อนด้า รุ่นคลิ๊ก สีดำ ทะเบียน ขงย-421-นราธิวาส ทราบชื่อ คือ นายรูพลี อาซิ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 167/5 หมู่ 8 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก อาชีพ ขับรถ จยย.รับจ้าง ซึ่งเป็นอดีต อส.อ.สุไหงโก-ลก มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนพกสั้นขนาด.357 ที่ศีรษะ จำนวน 2 นัด และใกล้กันเจาหน้าที่พบท่อนไม้ที่กลุ่มคนร้ายวางพาดขวางถนนไว้ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะนำส่งผู้เสียชีวิตส่ง รพ.สุไหงโก-ลก เพื่อให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด
จากการสอบสวนทราบว่า หลังจากผู้ตายเลิกงานแล้ว ได้ขี่รถ จยย.กลับบ้าน เมื่อถึงที่เกิดเหตุซึ่งห่างจากบ้านพักเพียง 500 เมตร พบท่อนไม้ขนาดใหญ่วางพาดขวางถนนอยู่ จึงได้หยุดรถเพื่อจะอาไม้ที่ขวางถนนออก และขณะที่กำลังจะจอดรถนั้นได้มีคนร้าย จำนวน 1 คน ที่ดักซุ่มอยู่ในพงหญ้ารกทึบริมทางเดินตรงเข้ามาหาผู้ตาย ก่อนจะใช้อาวุธปืนออกมากระหน่ำยิงใส่ผู้ตาย 2 นัดซ้อนจนล้มลงเสียชีวิตคารถ จยย. จากนั่นคนร้ายได้รีบขี่รถ จยย.ที่จอดรออยู่หลบหนีไป
อย่างไรก็ตาม ส่วนสาเหตุปมสังหารในครั้งนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามาจากสาเหตุใด แต่ก็ยังไม่ตัดทิ้งประเด็นความมั่นคง
หน่วยข่าวเตือนได้กลิ่นโจรใต้ เตรียมป่วนเมือง-ล๊อคเป้า
จากกรณีที่เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงคราม ยิงถล่มเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอเมืองยะลา เสียชีวิตจำนวน 2 นาย ขณะกำลังเดินทางไปรักษาความปลอดภัยพระสงฆ์วัดเวฬุวัน ก่อนที่จะนำอาวุธปืนอาก้าของเจ้าหน้าที่จำนวน 2 กระบอกหลบหนีไปด้วย เหตุเกิดที่หมู่ 1 บ.เบอเส้ง ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อเวลา 06.10 น. ของวันที่ 5 ก.พ.55 ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ให้ข้อมูลว่า สำหรับการปฎิบัติการในครั้งนี้กลุ่มคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 5 คน อาวุธปืนเอ็ม 16 ปืนลูกซอง และปืนพกสั้นขนาด 9 มม. กระหน่ำยิงใส่เจ้าหน้าที่ อส.ทั้งสองนาย ก่อนจะหยิบอาวุธปืนหลบหนีไปด้วย ซึ่งพฤติกรรมการก่อเหตุเช่นนี้คล้ายกับการปฎิบัติการยิงชุดรักษาความปลอดภัยพระสงฆ์เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2553 ที่ทำให้ทหารเสียชีวิต 2 นาย เหตุเกิดที่ปากซอยถนนอุตสาหกรรม หลังตลาดพิมลชัย เขตเทศบาลนครยะลา
“กรณีล่าสุดที่คนร้ายก่อเหตุยิง 2 อส.จนเสียชีวิตนั้น ทางงานสืบสวนพุ่งเป้าไปยังกลุ่มของนายซอฟวัน สามะ และนายอับดุลเราะมาน วาเยาะ แกนนำก่อเหตุรุนแรง ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่เขตรอยต่อ อ.เมือง จ.ยะลา กับ บ้านไม้แก่น ต.เนินงาม อ.รามัน จ.ยะลา โดยหลังจากเกิดเหตุ กลุ่มของนายซอฟวัน ได้ขับรถยนต์กระบะหลบหนีเข้าไปในหมู่บ้าน ซึ่งกล้องวงจรปิดที่บริเวณแยกทางเข้าบ้านเบอเส้ง ไม่สามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่บ้านไม้แก่น ซึ่งเป็นบ้านของนายซอฟวัน แล้ว เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหว” แหล่งข่าว ให้ข้อมูล
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวจากหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงในพื้นที่ทุกหน่วย ระบุว่า ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุความรุนแรงได้เรียกประชุมวัยรุ่น กลุ่มแนวร่วมพื้นที่ อ.เมืองยะลา เตรียมการวางแผนเพื่อที่จะก่อเหตุที่บ้านบรามะ ม.13 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อที่จะก่อเหตุวางระเบิดชุมชนไทยพุทธ ร้านอาหาร สถานบริการในเขตเทศบาลนครยะลาหรือบริเวณที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเคลื่อนไหวเป็นประจำ โดยจะลอบวางระเบิดรวมทั้งเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ที่เดินทางไปสถานที่ต่างๆโดยเฉพาะ พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จว.ยะลา น่าเชื่อได้ว่า คนร้ายน่าจะกระทำเป็นกลุ่มขบวนการ และได้มาแทรกซึมอาศัยอยู่ตามหอพัก บ้านเช่า ต่างๆในเขตพื้นที่ ต.สะเตงนอกฯ และพื้นที่ ตลาดเก่าเขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา
“จากการติดตามของแหล่งข่าวทราบว่านายเฮง ไม่ทราบนามสกุล อาชีพขายเนื้อหัว อยู่ที่ตลาด1 (ตลาดสดพิมลชัย)แผงขายเนื้อจะอยู่เยื้องกับโรงหนังพาตา เป็นผู้นำจิตวิญญาณ จบการศึกษาวิชาศาสนาโรงเรียนธรรมวิทยาชั้น 11 ผ่านพิธีสาบาน (ซูเปาะ) ทำหน้าที่ประสานกองกำลังแนวร่วม จรยุทธ ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐกดดันข่มขวัญประชาชนในพื้นที่ ตำแหน่งทางด้านศาสนาเป็น บิหลั่น ประจำมัสยิด แหล่งข่าวแจ้งให้ทราบอีกว่าจากการสังเกตที่ร้านน้ำชา มาลายูบางกอก ได้มีการขนแนวร่วมชายวัยรุ่นจากบันนังสตา มุ่งหน้ามาในเขตเมืองยะลา เป็นจำนวนมาก โดยใช้ยานพาหนะรถยนต์กระบะ มิซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีดำไม่ทราบแผ่นป้านทะเบียน เพื่อเตรียมจะก่อเหตุครั้งใหญ่อีกครั้ง ซึ่งจะได้ประสานแหล่งข่าวเพื่อทราบความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป” ในรายงาน ระบุ
หน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังระบุอีกว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงเดือนมกราคม 2555 กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงจำนวน 12 คนพร้อมอาวุธสงคราม จากพื้นที่ อ.ศรีสาคร และ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้หลบหนีการกดดันของ จนท.รัฐ เข้ามาเคลื่อนไหว ที่ บ.แอและ ม.6 ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา ซึ่งในห้วงที่มีการเคลื่อนไหวของกลุ่ม พบรถยนต์ต้องสงสัย จำนวน 2 คัน รถนั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ โตโยต้า สีฟ้า เลขทะเบียน กม 2138 สงขลา รถนั่งส่วนบุคคลยี่ห้อ มิซูบิชิ สีขาว เลขที่ทะเบียน กง 6475 นครศรีธรรมราช เดินทางเข้าออก ในพื้นที่ บ.สองแยก (บ้านย่อยของบ้านเมาะยี) ม.10 ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา
“และในห้วงเวลาใกล้เคียงกัน ได้รับรายงานข่าวกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ อ.กรงปินัง จ.ยะลา ได้มอบหมายให้ นายสะอุดี อีแต บ.กีเยาะ ม.4 อ.กรงปีนัง และนายซัมธิกา รีดง บ.ตะโล๊ะซูแม ม.2 ต.กรงปินัง ซึ่งเป็นแนวร่วมรุ่นใหม่ที่ได้ผ่านการฝึกจากพื้นที่ อ. บันนังสตา ก่อเหตุวางระเบิดชุมชนไทยพุทธ ร้านอาหาร สถานบริการในเขตเทศบาลนครยะลาหรือบริเวณที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเคลื่อนไหว จึงกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยะลา และสภ.กาบัง ให้จัดเจ้าหน้าที่สืบสวน ติดตาม ตรวจสอบข่าวสารเพิ่มเติม พร้องทั้ง กำชับ จุดตรวจ จุดสกัด หมั่นสังเกตป้ายทะเบียนรถคันดังกล่าวที่เข้ามาในพื้นที่” ในรายงาน ระบุ



