
ลูกพรรคฟ้อง'ชูวิทย์'หมิ่นประมาท
"ชูวิทย์" เปิดคลิปแฉ "ชัยวัฒน์" สารภาพรับประโยชน์จากโครงการตัดถนนผ่านบ้านตัวเอง เผยมีภาพถ่ายเซ็นต์ใบลาออกเอง “ชัยวัฒน์” แจ้งความ “ชูวิทย์” หมิ่นประมาทแล้ว ไม่หวั่นถูกแฉซ้ำพร้อมสู้ในชั้นศาล
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 5 ก.พ. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ในฐานะหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้แถลงถึงการลาออกจากการเป็นเลขาธิการและการเป็นสมาชิกพรรครักประเทศไทยของนายชัยวัฒน์ ไกรฤกษ์ว่า ยืนยันว่านายชัยวัฒน์ได้แจ้งการลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรครักประเทศไทยเมื่อวันที่ 9 ม.ค. และต่อมาเมื่อวันที่ 11 ม.ค. นายชัยวัฒน์ได้ลาออกการเป็นสมาชิกพรรครักประเทศไทย ทำให้สิ้นสุดความเป็นส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ โดยนายชัยวัฒน์ได้ลงลายมือชื่อด้วยตนเอง และที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคได้รับทราบ พร้อมกับลงชื่อลายมือชื่อหลักฐานและมีการถ่ายภาพบันทึกไว้ด้วย
นายชูวิทย์กล่าวต่อว่ากรณีการลาออกดังกล่าวได้ยื่นหลักฐานเอกสารให้ กกต.รับทราบแล้ว หากนายชัยวัฒน์ยังยืนยันว่าไม่ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคก็ขอให้ไปชี้แจงต่อ กกต. เอง อีกทั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ตนจะนำหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอความยาวประมาณ 1 ชั่วโมงที่มีภาพตนนั่งสนทนากับนายชัยวัฒน์เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ซึ่งมีเนื้อหาการพูดคุยถึงการจัดสรรงบประมาณของกรมทางหลวงชนบท เพื่อสร้างถนนผ่านบริเวณหน้าบ้านของนายชัยวัฒน์ ซึ่งนายชัยวัฒน์ได้ยอมรับว่าได้รับผลประโยชน์จากโครงการดังกล่าว โดยหลักฐานดังกล่าวนี้ตนจะส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)ดำเนินการตรวจสอบ เนื่องจากผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 168 ที่ห้ามไม่ให้ส.ส.แทรกแซงการทำงานของหน่วยงานรัฐ
“ในฐานะที่ผมเป็นหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ผมต้องขอโทษประชาชนที่นำคนอย่างนี้มาให้ประชาชนเลือกและถ้าวันนี้ต้องให้เลือกระหว่างเพื่อนกับผลประโยชน์ของประเทศชาติ ผมขอเลือกผลประโยชน์ของประเทศชาติ ซึ่งหลักฐานนี้ผมจะส่งให้ปปช. คุณชัยวัฒน์เองก็เป็นนักกฎหมาย ย่อมรู้ดีว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับหลักฐาน หากจะแก้ตัว ก็ขอให้ไปแก้ตัวกับปปช. ที่ผ่านมาตั้งแต่คุณชัยวัฒน์ได้รับการเลือกตั้งเป็นส.ส.และเป็นกรรมการบริหารพรรคก็ไม่เคยเข้าร่วมประชุมกับกรรมการบริหารพรรคเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยช่วยหาสมาชิกพรรค และไม่เคยช่วยงานพรรค เช่นเรื่องการเปิดโปงบ่อนการพนัน วันนี้ผมไม่ได้กลัวจะเสียสมาชิกพรรค แต่ถ้าเราไปด้วยกันไม่ได้ก็ต้องออกไป ผมต้องขอกวาดบ้านตัวเองให้สะอาดก่อนที่จะไปกวาดบ้านคนอื่น” นายชูวิทย์ กล่าว
นายชูวิทย์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาตนไม่ทราบว่านายชัยวัฒน์ได้ไปปรึกษาหารือกับใครหรือไม่ ซึ่งตนเคยเตือนนายชัยวัฒน์ตั้งแต่เรื่องที่เผลอไปยกมือโหวตสนับสนุนพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรมในการอภิปรายไม้ไว้วางใจรัฐบาล แต่นายชัยวัฒน์ก็อ้างว่ากดผิด ตนมาทราบภายหลังว่าเป็นการโหวตเพื่อเอาใจรัฐบาลและหวังที่จะไปลงสมัครส.ส.เขต จ.นครศรีธรรมราชให้กับพรรคเพื่อไทย ซึ่งนายชัยวัฒน์ได้เดินตามนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เนื่องจากเป็นคนบ้านเดียวกัน แต่งานของพรรคกลับไม่เคยช่วยเหลือ แทนที่จะเดินตามตน เพราะเป็นฝ่ายค้าน หลักการของพรรคถึงแม้จะไม่เห็นด้วยทั้งหมดกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่เราก็ต้องโหวตให้พรรคประชาธิปัตย์ จะไปโหวตให้รัฐบาล เพราะว่าอยากไปอยู่กับเขา มันไม่ถูกต้อง
นายชูวิทย์ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับถัดไปที่จะขึ้นแทนตำแหน่งนายชัยวัฒน์ คือนายสมเพชร แต่งงาม เป็นปัจจุบันเป็นรองเลขาธิการพรรค นอกจากนี้ในขณะนี้นายทะเบียนของพรรครักประเทศไทยกำลังดำเนินการตรวจสอบหนังสือการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคของนายโปรดปราน โต๊ะราหนี เพื่อดำเนินการส่งต่อให้ กกต.ดำเนินการต่อไป เนื่องจากพบว่ามีพฤติกรรมที่จะให้ปป.ดำเนินการตรวจสอบเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าวนายชูวิทย์ได้นำคลิปวิดิโอที่มีความยาวประมาณ 4-5 นาที โดยนายชูวิทย์อ้างว่าคลิปวิดีโอมีความยาวทั้งสิ้นนานประมาณ 1 ชม. มาเปิดให้สื่อมวลชนได้ดู ซึ่งนายชูวิทย์อ้างว่าถ่ายไว้เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ได้มีการนั่งหาพูดคุยกล่าวตักเตือนเรื่องการทำงานและพูดถึงการใช้งบประมาณสร้างถนน ซึ่งนายชัยวัฒน์ได้กล่าวยอมรับว่ามีส่วนได้เสียกับการสร้างถนนตัดหน้าบ้านของตนเองที่มีงบประมาณ ประมาณ 10 ล้านบาท และส่วนหนึ่งในการในสนทนาได้มีการระบุถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับจากบริษัทเอกชนอีกด้วย
"ชัยวัฒน์"ไม่หวั่นถูก"ชูวิทย์"แฉพร้อมสู้ในชั้นศาล
เมื่อเวลา 17.00 น. นายชัยวัฒน์ ได้ตอบโต้นายชูวิทย์ถึงกรณีลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรครักประเทศไทยว่า ตนยอมรับว่าได้ลงลายมือชื่อลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรครักประเทศไทยเมื่อวันที่ 9 ม.ค.จริง แต่ไม่ได้ลงชื่อลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคตามที่มีการระบุว่าตนลาออกเมื่อวันที่ 11 ม.ค. ซึ่งการที่ตนลาออกจากการเป็นกรรมการบริหารพรรคนั้น เพราะต้องการเปิดโอกาสให้มีการเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำงานภายในพรรค เพราะที่ผ่านมาแม้ว่าตนจะเป็นผู้ก่อตั้งพรรคร่วมกับนายชูวิทย์ แต่การทำงานของพรรคเป็นเรื่องที่คิดคนเดียวทำคนเดียว ซึ่งตนเป็นนักกฎหมายคงไม่โง่ที่จะลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อให้สิ้นสุดความเป็นส.ส.
"ขณะนี้ผมยังคงทำหน้าที่ส.ส.เข้าประชุมในสภาฯอยู่และยังเป็นกรรมาธิการยุติธรรมอยู่ด้วย"นายชัยวัฒน์กล่าว
นายชัยวัฒน์ระบุด้วยว่าในวันที่ 5 ก.พ.นี้ ตนได้เดินทางไปแจ้งความที่สน.ดุสิต เพื่อดำเนินคดีกับนายชูวิทย์ในข้อหาหมิ่นประมาทที่กล่าวหาตนในเรื่องการทุจริต ทั้งนี้ตนยืนยันว่าไม่ได้ทำผิดอะไร ตนไม่ห่วงว่านายชูวิทย์จะเอาอะไรออกมาโชว์อีก หากมีอะไรก็เอาออกมาโชว์เลย และก็ไปต่อสู้กันในชั้นศาล
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายชูวิทย์ระบุว่าไปติดตามนายจตุพรเพื่อหวังที่จะได้ลงสมัครส.ส.เขต นครศรีธรรมราช พรรคเพื่อไทยนั้น นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เรื่องการรู้จักกับนายจตุพรนั้นก็เป็นเรื่องปกติที่นักการเมืองจะรู้จักกัน ส่วนเรื่องที่จะลงสมัครส.ส.นครศรีธรรมราชหรือไม่เป็นเรื่องของอนาคตที่ยังอีกไกล แต่วันนี้ที่ตนลาออกจากกรรมการบริหารพรรครักประเทศไทย เพราะเรื่องของการบริหารงาน ซึ่งตนขอถามนายชูวิทย์ว่าการเมืองยังมีระบบทาสอยู่อีกหรือ เนื่องจากระบบทาสเขาเลิกกันมานานแล้ว อย่างไรก็ตามในเรื่องของการต่อสู้ในชั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ยื่นเอกสารชี้แจงหมดแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ป็นห่วงหรือไม่ว่าประชาชนจะเกิดความเข้าใจผิด นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตนไม่รู้สึกห่วง และยังมั่นใจว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิด ทุกวันนี้ตนยังเดินสายไปพบและสอบถามประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ตนเป็นนักการเมืองที่ทำงาน แม้ไม่ต้องมีสื่อมวลชนตามทำข่าวก็ยังทำงานได้
"สดศรี"เผยรอ“ชูวิทย์”แจงเหตุสมาชิกลาออก
นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวถึงกรณีที่นายชูวิทย์ออกมาระบุนายชัยวัฒน์และนายโปรดปรานได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคแล้วว่า เรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการไต่สวน เนื่องจากยังมีการโต้เถียงกันในเรื่องลายเซ็นต์ในหนังสือการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งนายชัยวัฒน์ออกมาปฎิเสธว่าไม่ใช่ลายมือของตนเอง โดยเรื่องนี้คงต้องพิสูจน์กันระหว่างนายชูวิทย์กับนายชัยวัฒน์ ว่ามีการปลอมลายเซ็นต์หรือไม่ โดยทาง กกต. ก็คงต้องนำเอาลายเซ็นต์ที่อยู่ในหนังสือลาออกจากเป็นสมาชิกพรรคของนายชัยวัฒน์ ไปตรวจสอบที่สถาบันนิติเวชวิทยา หรือกรมตำรวจ
นางสดศรีกล่าวต่อว่า ขณะนี้กกต. ก็ได้เชิญนายชูวิทย์มาชี้แจงแล้ว แต่ถึงขณะนี้นายชูวิทย์ก็ยังไม่ได้มาชี้แจง ส่วนกรณีของนายโปรดปรานที่มีข่าวว่าได้ลาออกจากสมาชิกพรรคอีก 1 คนนั้น ทาง กกต. ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งรายชื่อลาออกของนายโปรดปราน อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวอยู่ในการสืบพยานกัน



