ข่าว

อัด'แม้ว'ไม่ปลด'อัมสเตอร์ดัม'หวังแก้ม.112

อัด'แม้ว'ไม่ปลด'อัมสเตอร์ดัม'หวังแก้ม.112

05 ก.พ. 2555

"ชวนนท์" ชี้ "ทักษิณ" ไม่ยอมปลด "อัมสเตอร์ดัม" สะท้อนหวังแก้ ม. 112 “อภิสิทธิ์' ย้ำไม่อยากเห็นความขัดแย้งรุนแรงขยายวงกว้าง "ชูวิทย์"ค้านแนะ"นิติราษฎร์"หยุดเคลื่อน

               5ก.พ.2555  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำคลิปวีดีโอภาพเหตุการณ์ที่นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมกับนายใจ อึ้งภากรณ์ รณรงค์ต่อต้านกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่เมืองลอนดอนประเทศอังกฤษ มาเผยแพร่ต่อสื่อมวลชน โดยเนื้อหาการปราศรัยสนับสนุนให้แก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 และให้ร้ายพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายทำให้เกิดปัญหานี้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะนายจ้างของนายอัมสเตอร์ดัม ต้องตอบคำถามว่าทำไมนายอัมสเตอร์ดัมจึงมาเคลื่อนไหวให้แก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ของประเทศไทย มีใครจ้างให้ทำหรือไม่ หาก พ.ต.ท.ทักษิณไม่เกี่ยวข้องจริงก็ต้องปลดนายอัมสเตอร์ดัมออกจากการเป็นทนายส่วนตัว แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับเงียบเฉยไม่ชี้แจงและไม่มีการปลด  สะท้อนถึงความสัมพันธ์ร่วมกันในความพยายามที่จะแก้ไขกฎหมายอาญามาตรานี้

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายชวนนท์ ยังนำภาพถ่าย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ที่ถ่ายร่วมกับนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการที่สนับสนุนกลุ่มนิติราษฎร์ และนางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการ ประธาน นปช.มาแสดงต่อสื่อมวลชน โดยนายชวนนท์ กล่าวว่าเป็นการตอกย้ำความเชื่อมโยงระหว่างพรรคเพื่อไทย นิติราษฎร์และคนเสื้อแดงว่าเป็นเนื้อเดียวกัน  ดังนั้นนายจตุพรจึงไม่ควรโดดเรือหนีเอาตัวรอดจากนิติราษฎร์ เพราะคำพูดของนายจตุพร ช่วงสองสามวันที่ผ่านมาขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง

              ตอนแรกบอกไม่เอานิติราษฎร์แต่พอถูกจับได้ว่าเป็นพวกเดียวกันก็อ้างว่าข้อเสนอของนิติราษฎร์ เป็นผลดีกับสถาบันแต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะทำ เท่ากับผิดยกกำลังสอง เพราะถ้านายจตุพรเห็นว่าข้อเสนอของนิติราษฎร์ปกป้องสถาบัน ก็ต้องเดินหน้าสนับสนุนและชี้แจงต่อสังคมว่า อะไรที่ดีต่อสถาบันตามข้อเสนอนิติราษฎร์ แต่ถ้าอ้างว่าข้อเสนอดีแต่ยังไม่เหมาะที่จะทำตอนนี้ ก็เท่ากับว่านายจตุพรจะรอสังคมอ่อนแอแล้วค่อยแก้กฎหมายอาญามาตรา 112 เมื่อคิดว่าจะชนะใช่หรือไม่ ตนเห็นว่าคำพูดของนายจตุพร ยิ่งตอกย้ำความไม่น่าไว้วางใจของรัฐบาลชุดนี้ พร้อมกับท้าว่า นายจตุพร ควรจะกล่าวเปิดตัวสนับสนุน นิติราษฎร์อย่างเปิดเผย อย่าชักเข้าชักออก เพราะจะเสียชื่อ "ไพร่ตัวพ่อ"


"อภิสิทธิ์"ย้ำไม่อยากเห็นความขัดแย้งแก้ม.112รุนแรง


              นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางลงพื้นที่ โดยได้เข้าพบปะกับประชาชนในเขต อ.เมืองนครศรีธรรมราช หลังจากนั้นได้เดินทางต่อไปยังวัดสุทัศน์เทวเสถียร อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อประกอบพิธียกช่อฟ้าอุโบสถ จากนั้นในช่วงบ่ายได้เดินทางมายังมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช เพื่อประกอบพีวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนรวม และปาฐกฐาในหัวข้อ “มหาวิทยาลัยกับการเตรียมตัวสู่ประชาคมอาเซียน”

              โดยก่อนการปาฐกถานายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการเตรียมยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราท 291 โดยนำเข้าวิปรัฐบาลว่า ทราบว่ามีการเคลื่อนไหวของฝ่ายรัฐบาลควรมีจุดยืนที่ชัดเจนเพราะรัฐบาลได้แถลงไว้ชัดเจนว่าจะต้องให้มีส่วนร่วมในเรื่องของการแก้ไขเพิ่ม แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าร่างที่จะเสนอนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร

              ต่อข้อถาม ครก.112 จะมีความเคลื่อนรณรงค์ออกมายังต่างจังหวัดเพื่อแก้ไขมาตรา 112 ให้ได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าอยากให้ทุกคนที่เคลื่อนไหวเข้าใจถึงความละเอียดอ่อนที่ไปกระทบความรู้สึกของคนจำนวนมาก อย่าพยายามทำเรื่องนี้ให้เป็นความขัดแย้งปัญหาอะไรรัฐบาลควรรับเป็นเจ้าภาพในการเข้าไปทำความเข้าใจ เพราะที่ผ่านมาสังเกตจากประเด็นความเคลื่อนไหวนั้นเป็นปัญหาการบังคับใช้เสียมาก ถ้ารัฐบาลมีแนวทางพวกนี้และทำความเข้าใจกับคนที่เคลื่อนไหวอยู่จะดีที่สุดไม่เช่นนั้นจะเห็นภาพของความขัดแย้งที่รุนแรงขยายวงออกไป อยากให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงความสงบเรียบร้อยและเดินไปข้างหน้าจะดีกว่า


"ชูวิทย์"ค้านแก้ไขม.112แนะ"นิติราษฎร์"หยุดเคลื่อน



             นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ในฐานะหัวหน้าพรรครักประเทศไทย กล่าวถึงกรณีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของกลุ่มนิติราษฎร์ว่า ตนยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวในเวลานี้ เพราะขณะนี้บ้านเมืองอยู่ในภาวะขัดแย้ง ขณะที่กลุ่มนิติราษฎร์ก็ใช้ประโยชน์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีกฎหมายอื่นให้แก้ไขอีกมากมาย ทำไมไม่ไปทำกฎหมายอื่นก่อน ถ้าอยากดังก็เอาไว้ทีหลัง ตอนนี้น่าจะเงียบไปก่อน


"สดศรี"ไม่ขัดหากให้กกต.จัดการเลือกตั้งสสร.


              นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวถึงกรณีที่ทางรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยจะยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เพื่อให้มี สสร. และจะให้ กกต.เป็นผู้จัดการเลือกตั้ง สสร.ว่า  ในเรื่องการจัดตั้ง สสร.เป็นเรื่องที่ทางรัฐบาลและสภา จะเป็นผู้ดำเนินการ อย่างไรก็ตามตนก็เห็นด้วยที่จะให้ กกต.เป็นผู้จัดการเลือกตั้ง สสร. แต่ก็ขอให้ไปดูในข้อกฎหมายก่อน เพราะ กกต. มีอำนาจที่จัดการเลือกตั้งได้เฉพาะ ส.ส. ส.ว. และสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเท่านั้น ถ้าหากจะให้ กกต. เป็นผู้จัดการเลือกตั้ง สสร. ดังนั้นเมื่อมีการแก้ไขมาตรา 291 แล้วจะต้องมีการระบุว่า จะให้อำนาจ กกต. เป็นผู้จัดการเลือกตั้ง สสร.

              "ไม่ทราบว่าผู้ที่เสนอแนวทางนี้คิดอย่างไร เพราะมันไม่ใช่จะเป็นเรื่องง่าย เนื่องจากจะต้องมีการแก้ไขกฎหมายก่อน ซึ่งจะให้ กกต. เป็นผู้จัดการเลือกตั้ง สสร.เลยคงทำไม่ได้ "นางสดศรี กล่าว

              นางสดศรี กล่าวว่า เรื่องการลงประชามติ กรอบของพระราชบัญญัติออกเสียงประชามติระบุไว้ชัดเจนว่าให้ กกต. จัดการทำออกเสียงประชามติก่อนเวลาไม่ต่ำกว่า 90 วัน แต่ไม่เกิน120 วัน แต่ตามข่าวที่ออกมาบอกให้ กกต. จัดการทำออกเสียงประชามติน้อยวันกว่าที่พระราชบัญญัติออกเสียงประชามติระบุไว้ ก็อยากให้คนที่ให้ข่าวไปดูกฎหมายก่อนว่าขัดแย้งกับพระราชบัญญัติดังกล่าวหรือไม่