
อึ้ง!ใช้พิราบติดต่อค้าไม้พะยูง
ตร.บุกโกดังปากน้ำ ยึดไม้พะยูง เตรียมส่งนอกกว่า 700 ท่อน อึ้ง!สอบเชิงลึกพบใช้ 'พิราบ' สื่อสารซื้อขายระหว่างประเทศ ขณะที่สกลนครยึดไม้พะยูงได้กว่า 500 ท่อน ใช้โคลนทาหวังตบตา จนท.ว่าเป็นไม้เก่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น วันที่ 5 ก.พ. 55 พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผช.ผบ.ตร พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น พล.ต.ต.ปิยะ สอนตระกูล รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.สังวาลย์ ฤกษ์ศรีลักษณ์ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้ร่วมกันนำกำลังเข้าตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าขนาดใหญ่ เลขที่ 94 ,96 ซอยโรงแรมนิทราสวรรค์ ถนนสุขุมวิท ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ หลังจากสืบทราบว่าที่โกดัง ดังกล่าว ลักลอบเก็บไม้พะยูงที่ลำเลียงมาจากจังหวัดต่าง ๆ ทางภาคอีสาน เพื่อเตรียมส่งออกนอกประเทศ
จากการเข้าตรวจค้นได้พบไม้พะยูงจำนวนมากว่า 700 ท่อนวางกองอยู่ภายในโกดัง และไม้พะยูงแปรรูปแล้วเตรียมส่งออกอีก 31 ลัง ๆ ละ 30 ลูกบาศก์เมตร น้ำหนักลังละ 2 ตัน นอกจากนี้ยังพบเลื่อยยนต์อีก 5 ตัว ใบเลื่อยยนต์ 7 ใบ ขวานขนาดใหญ่ 3 เล่ม หินเจียร และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการตัดไม้เพื่อแปรรูป อีกจำนวนมาก ร่วมทั้งป้ายทะเบียนรถบรรทุก 81 - 4287 มหาสารคาม อีกจำนวน 2 แผ่นป้าย ในขณะเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจตค้นได้มีรถบรรทุกตู้ 6 ล้อ สีขาวยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียน 70 - 2954 จ.ฉะเชิงเทรา วิ่งเข้ามาจอดที่หน้าโกดัง จากการตรวจสอบภายในตู้ได้พบไม้พะยูงอีกจำนวน 68 ท่อนบรรทุกอยู่ในตู้ท้ายกระบะ จึงได้ทำการตรวจยึดเอาไว้เป็นของกลางรวบมูลค่าในประเทศไทยมูลค่ากว่า 36 ล้านบาท หากส่งออกไปยังนอกประเทศจะมีมูลค่ากว่า 70 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมผู้ต้องหาได้จำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายการ อารีสนั่น อายุ 36 ปี คนขับรถบรรทุก 6 ล้อ นายเหลียง เหยน อายุ 53 ปี สัญชาติจีน นายพจน์ ดลปัญญาเลิศ อายุ 26 ปี นายมินซู อายุ 42 ปี ชาวพม่า จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตำรวยจภูธรภาค 1 เข้าทำการตรวจสอบลายนิ้วมือแขวงเพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีแก่ผู้ต้องหาทั้ง 4 และผู้ที่เกี่ยวข้อง
จากการสอบสวน นายการ ให้การว่า ตนขับรถบรรทุกไม้พะยูงมาจากโกดังที่ อ.วังน้อย จ.อยุธยา เพื่อมาส่งที่โกดังในซอยโรงแรมนิทราสวรรค์ โดยได้ค่าจ้างครั้งละ 2 พันบาท ส่วนนายมินซู ชาวพม่า เฝ้าโกดังแห่งนี้มาเกือบ 1 ปี และในการสอบสวนในเชิงลึกทราบว่า ผู้จ้างวานรายใหญ่จะใช้การติดต่อสื่อสารกัน โดยใช้นกพิราบในการติดต่อแจ้งข่าวสาร ระหว่างผู้ขายและคนซื้อที่อยู่ต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
ด้าน พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การจับไม้พะยูงที่สมุทรปราการในวันนี้ นับว่าเป็นรายใหญ่เท่าที่เคยจับกุมมา ซึ่งทางตำรวจนครบาลได้สืบสวนติดตามแกะรอยขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูงมาจากภาคอีสานเช่น จ.ศรีสะเกษ ก่อนที่จะทยอยนำไม้พะยูงดังกล่าวเข้ามาเก็บในโกดังในจังหวัดที่มีท่าเรือ เพื่อนำมาแปรรูป ก่อนที่จะส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศจีน ซึ่งจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว หรือประมาณ 72 ล้านบาท ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างทำการสอบสวนและขยายผลการจับกุมผู้ร่วมขบวนการ โดยคดีนี้ได้มอบหมายให้ทาง สภ.เมืองสมุทรปราการ เป็นผู้ดูแลคดีและจะประสานเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้เข้าตรวจสอบ
ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 4 คนที่สามารถจับกุมได้ทั้งหมด เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันครอบครองไม้หวงห้ามแปรรูปเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร โดยมิได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และได้ทำการอายัดไม้พะพยูงที่ตรวจยึดเอาไว้ได้เพื่อทำการตรวจสอบเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สกลนคร ยึดไม้พยุง 500 ท่อน ใช้โคลนทาปลายไม้ ตบตาเป็นไม้เก่า
นายกิตติภัค สารีรัตน์ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่า สกลนครที่ 4 บ้านลาดกะเฌอ สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี นำชุดเฉพาะกิจปราบปรามไม้พะยูง สำนักงานสนับสนุนป้องกันและปราบปรามที่ 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กว่า 70 นาย ประสานไปยังนายสุวิทย์ มาลัย หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่า กาฬสินธุ์ ที่ 5 (บัวขาว) และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าตรวจยึดไม้พะยูง ในพื้นที่ทุ่งนาเขตรอยต่อบ้านสร้างแก้ว ต.สร้างค้อ อ.ภูพาน จ.สกลนคร หลังสืบทราบว่า มีการนำไม้พะยูงท่อน มาซุกรวมเป็นหมอนไม้ เพื่อเตรียมส่งขายนายทุน ระหว่างเข้าจับกุมขบวนการลักลอบไม้พะยูงไหวตัว อาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปได้
นายกิตติภัค เปิดเผยว่า รับผิดชอบการลักลอบตัดไม้พะยูงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก อุทยานแห่งชาติภูพาน จ.สกลนคร และจ.กาฬสินธุ์ บางส่วน ได้ติดตามพฤติกรรมของขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูงส่งนายทุน และจากการหาข่าวพบว่า ในบริเวณดังกล่าวเป็นที่รวมหมอนไม้พะยูงเพื่อคัดแยกเกรดไม้ขาย ซึ่งจากการเข้าตรวจยึดครั้งนี้ มีกองไม้ที่คัดแยกวางไว้ พบเป็นไม้พะยูงท่อนขนาดความยาว 1.5 เมตร- 2 เมตร กองคัดแยกไว้ตามขนาด ประมาณ 500 - 600 ท่อน มูลค่าหลายสิบล้านบาท และยังพบตาชั่งขนาด 1 ตัน ซึ่งใช้ในการชั่งน้ำหนักไม้พะยูงเพื่อคิดราคาส่งขายแบบเหมาน้ำหนักรวมในราคาตันละ 2 หมื่น บาท มีการนำโคลนมาทาไว้รอบปลายโคนไม้เพื่อให้มองเหมือนไม้เก่าที่ใช้ทำรั้วพื้นที่นาและสวน หวังตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามเจ้าของที่นา มาสอบสวน เพื่อสวนตัวหาตัวผู้กระทำผิดต่อไป



