
'ชวนนท์'โต้ยิบทุกประเด็นทีมโฆษกรัฐ
"ชวนนท์" หยามทีมโฆษกรัฐบาลไร้สติปัญญา โต้ยิบทุกประเด็น อัด "รัฐบาล" ยอมกัมพูชาแม้เสี่ยงต่อการละเมิดอธิปไตย ระบุ รมว.ต่างประเทศตีกิน อ้าง "พ.ร.บ.นครแม่สอด" เป็นผลงาน ทั้งๆที่เริ่มจาก "รัฐบาลมาร์ค" เช่นเดียวกับโครงการ “รถไฟความเร็วสูง”
5ก.พ.2555 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงตอบโต้นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกรัฐบาลที่ออกมาระบุ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เหนือกว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทุกด้าน ว่า นายอนุสรณ์ เชิดชู รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์โดยไม่สามารถชี้แจงประเด็นที่ตนจับโกหกนายกรัฐมนตรี 9 เรื่องแม้แต่ประเด็นเดียว แต่ใช้วิธีกล่าวหารัฐบาลอภิสิทธิ์ โดยปราศจากข้อมูล จึงน่าเป็นห่วงความมั่นคงของรัฐบาลที่มีทีมโฆษกรัฐบาลขาดสติปัญญาในการเสาะหาข้อมูล
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า การที่นายอนุสรณ์ ระบุว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์เข้าสู่อำนาจอย่างสง่างามไม่ได้ตั้งรัฐบาลในค่ายทหารนั้น ตนไม่เห็นว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์จะมีความแตกต่างจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เพราะทั้งคู่ต่างก็ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ที่สำคัญคือพรรคประชาธิปัตย์มีความเป็นลูกผู้ชายไม่เสนอชื่อนายกฯแข่งกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะเคารพเสียงประชาชน แต่พรรคเพื่อไทยกลับแร้นแค้นบุคลากรที่จะชิงชัยในสภากับนายอภิสิทธิ์ และกระหายอำนาจจนยอมทำทุกอย่างเพื่อคงความเป็นรัฐบาลเอาไว้ ยอมแม้กระทั่งยกตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้พรรคเล็กอย่างพรรคเพื่อแผ่นดิน ด้วยการเสนอชื่อ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน แต่ก็พ่ายแพ้ในสภา
ส่วนที่นายอนุสรณ์ อ้างว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้าพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่กระทบกับเพื่อนบ้านโดยเลิกรบกับกัมพูชาและเปิดชายแดนแม่สอดกับพม่านั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า ตนก็ขอยืนยันว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่เคยทำให้สนามการค้าเป็นสนามรบ มีแต่รักษาผลประโยชน์และอธิปไตยของชาติอย่างเต็มที่ ด้วยการต่อสู้กับกัมพูชาโดยไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างเพื่อรักษาประโยชน์ชาติ ทั้งเวทีกรรมการมรดกโลก เจบีซี และในศาลโลก ซึ่งตรงกันข้ามกับรัฐบาลชุดนี้ที่ยอมกัมพูชาทุกเรื่อง ไม่กล้าแม้แต่จะประท้วงการกระทำของกัมพูชาที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดอธิปไตยของไทย
นายชวนนท์กล่าวต่อว่าสำหรับกรณีเปิดด่านแม่สอดนั้น สะท้อนว่านายอนุสรณ์ไม่ทำการบ้าน ทำให้ไม่รู้ว่า การปิดด่านไม่ได้เกิดจากปัญหาความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ แต่เป็นปัญหาเรื่องชนกลุ่มน้อย ซึ่งในช่วงปลายรัฐบาลอภิสิทธิ์ ทางการพม่าก็ส่งสัญญาณมาแล้วว่า เริ่มมีความพร้อมที่จะกลับมาเปิดด่านหลังเหตุการณ์ภายในประเทศเขาสงบ นอกจากนี้ในช่วงที่มีการปิดด่านชาวบ้านสองประเทศก็ยังติดต่อกันได้ตามปกติโดยสัญจรทางเรือ
"ถ้า คุณอนุสรณ์ จะช่วยหาข้อมูลเพิ่มพูนสติปัญญาของตัวเองให้มากกว่านี้ ก็จะทราบครับว่า รัฐบาลประชาธิปัตย์ยังเตรียมที่จะผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.ท้องถิ่นพิเศษ "นครแม่สอด" และเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด เรื่องเดียวกับที่ รมว.ต่างประเทศ กำลังตีกินว่า เป็นผลงานรัฐบาลชุดนี้ ทั้ง ๆที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ไม่มีโอกาสได้มาสานต่อเท่านั้นเอง แต่เราก็ดีใจที่พวกท่านจะเดินตามแนวทางที่พรรคประชาธิปัตย์วางไว้ เพราะเป็นสิ่งที่ประชาชนได้ประโยขน์ และฝากสานต่อนโยบายรัฐบาลอภิสิทธิ์ที่จะผลักดันอีก 56 จังหวัดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษด้วย” นายชวนนท์ กล่าว
นายชวนนท์ กล่าวว่า การที่นายอนุสรณ์ ภาคภูมิใจว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ยกระดับการศึกษา ของเด็กไทยให้ก้าวไกลสู่สากลโดยทำให้เด็กไทยเข้าถึงแท็บเล็ต ยิ่งทำให้ตนรู้สึกเศร้าใจกับประเทศไทยอย่างมาก ที่มีผู้บริหารแบบนี้ เพราะนโยบายดังกล่าวถูกวิารณ์อย่างหนักง่าอาจมีการทุจริต และนำแท็บเล็ตด้อยคุณภาพไปแจกเด็ก ป.1 ส่งผลต่อกระทบต่อพัฒนาการของเด็ก และยังอาจทำให้เด็กป.1 มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยตามมาด้วย แม้แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ยังยอมรับว่าเป็นนโยบายที่มีปัญหา ทำให้ต้องมีการประเมินหลังแจกล็อตแรกก่อนว่ามีผลอย่างไร ซึ่งผลกระทบจากนโยบายนี้ที่เกิดขึ้นแน่ ๆ คือ เปลืองงบประมาณที่ควรนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาระบบการศึกษาไทยด้านอื่น ดีกว่าคิดมักง่ายใช้เงินประชาชนซื้อคะแนนนิยมจากประชาชนด้วยการแจกแทปเล็ตเด็ก ป.1 ที่สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งว่าจะกลายเป็นการทำลายทักษะและพัฒนาการของเด็กมากกว่า
สำหรับเรื่องราคาไข่ที่นายอนุสรณ์ บอกว่า ประชาชนในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่มีปัญหาไข่แพงจนต้องนำไข่ไปชั่งกิโลขาย โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นการพูดแบบไม่มีข้อมูล เพราะยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ไข่ไก่แพงที่สุดอยู่ที่ 5 บาท แต่ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์แพงถึงฟองละ 8 บาท และเรื่องไข่ชั่งโลก็เป็นแค่การเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน ไม่ได้มีการบังคับ ประชาชนสามารถซื้อไข่เป็นฟองได้เหมือนเดิม แต่ที่สำคัญคือรัฐบาลอภิสิทธิ์ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุเพราะในขณะนั้นราคาไข่แพงเนื่องจากมีการควบคุมปริมาณพันธุ์สัตว์ให้น้อยกว่าความต้องการของตลาด จนทำให้ปริมาณผลผลิตกับความต้องการไม่สมดุลย์กันราคาไข่จึงแพง และยังเป็นการกระทำที่น่าจะผิดต่อ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 มาตรา 26 มาตรา 27 และมาตรา 28 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 51 คือ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 84 บัญญัติว่า “รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายเศรษฐกิจ ด้วยการกำกับให้การประกอบกิจการมีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ป้องกันการผูกขาดตัดตอน ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม และคุ้มครองผู้บริโภค
“ผมไม่ทราบว่าคุณอนุสรณ์และรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ จะศึกษาข้อกฎหมายหรือไม่ว่า สิ่งที่กรมปศุสัตว์ และคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่ และผลิตภัณฑ์ หรือ เอ๊กบอร์ดทำนั้น ต้องบอกว่าไม่มีอำนาจกฎหมายรองรับให้ออกคำสั่งทางปกครอง ในลักษณะที่จำกัดเสรีภาพ กีดกันหรือห้ามเอกชนผู้เลี้ยงไก่รายอื่นๆ นำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ เพราะเป็นการกระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 84 โดยเรื่องนี้มีเกษตรกรเขาไปฟ้องต่อศาลปกครองด้วย ก่อนที่รัฐบาลอภิสิทธิ์จะคลายปมปัญหานี้ด้วยการเปิดเสรีพันธุ์สัตว์” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
นายชวนนท์ กล่าวว่า ขอเตือนล่วงหน้าว่า ในวันที่ 7 ก.พ.นี้ที่ รมว.พาณิชย์ บอกว่าจะเสนอให้กลับไปควบคุมปริมาณพันธุ์สัตว์ป้องกันไข่ล้นตลาดนั้น ต้องใช้สติปัญญาคิดอย่างรอบคอบ ไม่เช่นนั้นอาจมีคนต้องติดคุกเพราะทำผิดกฎหมาย แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ การดูแลค่าครองชีพให้กับประชาชนซึ่งรัฐบาลลมเหลวโดยสิ้นเชิง โดยดูได้จากราคาไข่ไก่ที่เกษตรกรอ้างว่าขาดทุนไข่ราคาตก แต่ทำไมประชาชนยังต้องกินไข่ดาวฟองละ 10 บาท แสดงให้เห็นว่ากลไกตลาดในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์มีปัญหา ซึ่งต้องแก้ไขให้ตรงจุด ไม่ใช่มองแค่ด้านเดียวด้วยการเอาใจเกษตรกรแต่ไม่คำนึงถึงผู้บริโภค ในขณะนี้นโยบายรัฐบาลอภิสิทธิ์ส่งผลทำให้ไข่ราคาถูกลงแล้ว แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์กลับไม่สามารถดูแล ให้ประชาชนบริโภคไข่ในราคาที่เป็นธรรมได้ ทั้งที่ราคาไข่ลดลงแต่ประชาชนยังต้องกินไข่ในราคาแพง โดยที่คุณยิ่งลักษณ์ไม่เคยแม้แต่จะไปสำรวจราคาสินค้าด้วยตัวเอง หรือว่าตอนนี้เดินตลาดไม่เป็นแล้วเพราะไม่ใช่ช่วงหาเสียง ที่สำคัญคือรัฐบาลยิ่งลักษณ์กำลังจะซ้ำเติมประชาชนด้วยการให้ชาวบ้านต้องกินไข่ราคาแพงตลอดกาล หากกลับไปใช้นโยบายควบคุมปริมาณพันธุ์สัตว์อีกครั้ง
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องแก้ปัญหาไข่ไก่บนหลักการ สร้างเศรษฐกิจที่เป็นธรรม เกษตรกรอยู่ได้ประชาชนไม่ถูกเอาเปรียบ และต้องปล่อยให้กลไกทางการตลาดทำงาน ซึ่งภาวะไข่ล้นตลาดที่อ้างกันในขณะนี้นั้นรัฐบาลต้องตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ ถ้าจริงทำไมคนยังต้องกินไข่แพง นอกจากนี้นโยบายเปิดพันธุ์สัตว์เสรีก็เพิ่งจะส่งผลดังนั้นจึงต้องให้เวลาในการปรับสมดุลย์ ซึ่งกลไกตลาดจะทำหน้าที่ของมันเอง
ส่วนกรณีที่นายอนุสรณ์บอกว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ต้องให้ประชาชนเข้าคิวซื้อน้ำมันปาล์มนั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า เป็นเพราะรัฐบาลชุดนี้ได้รับอานิสงส์จากการแก้ปัญหาของรัฐบาลอภิสิทธิ์ จนทำให้วันนี้นอกจากน้ำมันปาล์มไม่ขาดตลาดแล้ว ราคายังเป็นธรรมกับผู้บริโภคด้วย พร้อมกับชี้แจงสาเหตุที่ทำให้น้ำมันปาล์มขาดตลาดว่าเป็นเพราะรัฐบาลอภิสิทธิ์ต้องการดูแลค่าครองชีพประชาชน จึงไม่ยอมให้ผู้ประกอบการขึ้นราคาขวดละ 60-70 บาท ทำให้น้ำมันขาดตลาดและมีราคาสูงอยู่ระยะหนึ่ง เนื่องจากปริมาณการผลิตไม่ดพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค เพราะผู้ประกอบการไม่ยอมผลิตน้ำมันออกสู่ตลาด แต่รัฐบาลก็แก้ปัญหาทันทีโดยใช้เวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ แม้ว่าประชาชนจะเดือดร้อนแต่ก็เป็นช่วงสั้น ๆ โดยสิ่งที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ทิ้งไว้ให้รัฐบาลชุดนี้คือ การดูแลประชาชนให้ซื้อราคาน้ำมันปาล์มขวดละ 48 บาท ไม่ต้องซื้อน้ำมันแพงถึงขวดละ 70 บาท เพราะหากรัฐบาลในขณะนั้นยอมให้มีการขึ้นราคาตามข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการ ปัญหาการขาดตลาดจะไม่เกิดขึ้น แต่เชื่อได้เลยว่าราคาน้ำมันจะไม่ลดลงมาอยู่ที่ 48 บาทอย่างแน่นอน
ยัน“รบ.อภิสิทธิ์”แก้รธน.เฉพาะเรื่อง
สำหรับประเด็นที่นายคุณอนุสรณ์อ้างรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทำบ้านเมืองให้เป็นประชาธิปไตยโดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งระบบไม่เหมือน รัฐบาลอภิสิทธิ์แก้ได้แค่ระบบการเลือกตั้ง และมาตรา 190 นายชวนนท์ กล่าวว่า ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เข้าใจในระบอบประชาธิปไตย เพราะถ้านายอนุสรณ์เข้าใจว่าความเป็นประชาธิปไตยว่า วัดกันที่ใครแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ได้มากกว่ากัน ตนก็เป็นห่วงพรรคเพื่อไทย ที่มีบุคลากรด้อยคุณภาพเช่นนี้จะพากันตกต่ำจนฉุดขึ้นจากเหวไม่ได้
“รัฐบาลอภิสิทธิ์แก้รัฐธรรมนูญเฉพาะที่จำเป็นในประเด็นเรื่องระบบเลือกตั้ง และ มาตรา 190 เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งล้วนแต่มีหลักคิดที่ส่วนรวมเป็นตัวตั้ง กำหนดประเด็นบอกกับสังคมอย่างชัดเจนว่าขอบเขตการแก้ไขเป็นอย่างไร ไม่ใช่คิดฉีกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับเพื่อล้างความผิดให้นายใหญ่เหมือนที่พรรค เพื่อไทยกำลังดำเนินการในขณะนี้ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญขณะนั้น ก็ไม่มีวาระส่วนตัวใด ๆ แอบแฝงทำให้ไม่เกิดความขัดแย้งในสังคม แตกต่างจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์กำลังจะทำ เพราะเป็นประชาธิปไตยที่มีปลายทางอยู่ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเท่านั้น จุดมุ่งหมายที่ประชาชนเขารู้ทันว่าน้องสาวแก้รัฐธรรมนูญเพื่อพี่ชายกำลังจะ เป็นปมขัดแย้งที่รุนแรงมากขึ้นในสังคมไทย อาจถึงขั้นกลายเป็นรัฐธรรมนูญเลือดเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยซ้ำขอแนะนำให้รัฐบาลเข้าเกียร์ถอยดีกว่า” นายชวนนท์ กล่าว
"ปชป."จับตางบยาเสพติด6เดือนใช้แล้วกว่า600ล้าน
นายชวนนท์ ยังแถลงตอบโต้นายคุณอนุสรณ์อ้างเอาชนะยาเสพติดได้มีคะแนนเหนือกว่าในทุกโพ ลนั้น คงต้องดูในระยะยาวยังตัดสินขณะนี้ไม่ได้ แต่ตนจะเปรียบเทียบให้นายอนุสรณ์เห็นว่าแม้แต่การทำสงครามยาเสพติดยุคพ.ต.ท. ทักษิณ ที่ประชาชนชื่นชอบนั้นเมื่อเทียบกับรัฐบาลอภิสิทธิ์ก็มีความแตกต่างในทาง สถิติการจับกุมอย่างเห็นได้ชัดดังนี้ โดยจากข้อมูล ปปส. การจับกุมยาเสพติด เฉลี่ยต่อปี ยุค พ.ต.ท.ทักษิณ จำนวนคดี 7 9,074.39 จำนวนผู้ต้องหา (คน) 86,509.94 ของกลาง (กิโลกรัม) 58,903.20 ขณะที่ยุคอภิสิทธ์ จำนวนคดี 149,749.60 จำนวนผู้ต้องหา (คน) 164,362.80 ของกลาง (กิโลกรัม) 107,229.32
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า จากข้อมูลนี้จะเห็นชัดว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์จริงจัง กับการแก้ปัญหายาเสพติดและทำอย่างครบวงจรไ ม่ใช่หวังสร้างภาพพาสื่อล้อมปราบ จนเกิดคำถามว่ามีการจัดฉากหรือไม่ ที่สำคัญคือรัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่มีนโยบายฆ่าตัดตอน เพื่อความสะใจเรียกคะแนนนิยมจากประชาชน เพราะรู้ว่าไมใช่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ผมให้ความรู้คุณอนุสรณ์ครับว่า การกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดในเรือนจำ ที่พวกท่านกำลังตีปี๊บอยู่ตอนนี้ รัฐบาลอภิสิทธิ์ทำมานานแล้วครับ ย้ายนักโทษยาเสพติดไปคุกเขาบินเราก็ทำและยังติดตั้งเครื่องตัดสัญญาณ โทรศัพท์ด้วย สถานที่แห่งนี้จึงมีความพร้อมให้พวกท่านย้ายนักโทษคดียาเสพติดมาอยู่ที่คุก เขาบินไงครับ.
“ที่สำคัญคือ คุณอภิสิทธิ์ ในขณะเป็นนายกรัฐมนตรีทำงานในภาคปฎิบัติครับไม่ใช่มุ่งแต่การสร้างภาพ ท่านเอาใจใส่เรื่องนี้ด้วยการติดตามประเมินผลด้วยตัวเองทุกเดือน ซึ่งผมเชื่อว่า คุณยิ่งลักษณ์ไม่มีทางทำ เพราะหัวใจที่ห่วงใยประชาชนมันต่างกันมาก สิ่งที่คุณยิ่งลักษณ์ทำได้ก็เพียงแค่อ่านตามโพยว่าจะลดยาเสพติด 80 % ภายใน 1 ปีเท่านั้น ที่สำคัญคือ คุณอนุสรณ์ ต้องจำให้ขึ้นใจครับว่า นายตำรวจใหญ่ที่ดูแลปัญหายาเสพติดยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ ชื่อ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ ผบ.ตร.คนปัจจุบันที่พวกท่านยกย่องเชิดชู ว่ามีผลงานปราบปรามยาเสพติดนั่นแหละครับ" นายชวนนท์ กล่าว
นายชวนนท์ กล่าวยังถึงการใช้งบประมาณปราบปรามยาเสพติดของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่มีการจัดงบประมาณไว้ที่ 1,811.23 ล้านบาท แบ่งเป็นงบยาเสพติด 1,735.22 ล้านบาท แก้ปัญหาคอรัปชั่น 76.01 ล้านบาท ซึ่งมีการเบิกจ่ายตามตัวเลขที่สื่อมวลชนนำเสนอไว้ ณ วันที่ 6 ม.ค. 2555 ใช้จ่ายงบประมาณไปแล้วในส่วนยาเสพติด 635.29 ล้านบาท และ คอรัปชั่นอีก 27.36 ล้านบาท รวม 2 นโยบายใช้งบประมาณทั้งสิ้น 1,811.23 ล้านบาท ณ วันที่ 6 ม.ค. 2555 มีการเบิกจ่ายงบไปแล้วจำนวน 662.65 ล้านบาท หรือประมาณ 36% ของงบประมาณที่ตั้งไว้
“ผมยอมรับว่าพวกท่านใช้เงินกันรวดเร็วจริง ๆ 6 เดือนท่านใช้ไปแล้ว 662.65 ล้านบาท ถ้าใช้แก้ปัญโดยไม่มีการตกหล่นระหว่างทางพวกผมไม่ขัดข้องครับ แต่เราไม่ยอมแน่ถ้าจะมีใครจัดฉากสร้างหนังฆาตกรรมดึงความสนใจของประชาชนแล้ว แอบผลาญงบประมาณของชาติ เรื่องนี้ผมจะเสนอให้กรรมาธิการติดตามงบประมาณไปตรวจสอบให้ ร.ต.อ.เฉลิม แจกแจงรายละเอียด เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เพราะตอนนี้ท่านจะของบประมาณเพิ่มกันอีกแล้ว กระทรวงยุติธรรมจะขออีก 3,000 กว่าล้าน สร้างคุกซุปเปอร์แม็กซ์ ส่วน ร.ต.อ.เฉลิม ก็จะของบเพิ่มให้ ป.ป.ส. น่าแปลกใจนะครับที่การแก้ปัญหาทุกเรื่องของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ตั้งต้นจากการใช้เงินก่อนการใช้สติปัญญาในการบริหารทั้งสิ้น ซึ่งผมย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีปัญหาหากการใช้จ่ายจะเป็นไปเพื่อประชาชน แต่ไม่ยอมแน่ถ้าจะมีใครแปรโครงการคุกซุปเปอร์แม๊กซ์ไปเป็นโครงการซุปเปอร์ แด๊กเพื่อหาประโยชน์ใส่ตัว" นายชวนนท์ กล่าว
อัดค่าแรง300-เงินเดือน ป.ตรี 1.5 หมื่น ตบตา “ปชช.”
นายชวนนท์ แถลงตอบโต้นายคุณอนุสรณ์ ระบุรัฐบาลยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ใช้แรงงานด้วยค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำวันละ 300 บาท เริ่ม 1 เม.ย.นี้นั้นต้องพูดให้ครบด้วยว่า เป็นการตบตาประชาชนเพราะค่าแรงที่หาเสียงไว้ต้องขึ้นทันทีทั่วประเทศ แต่นี่กลับนำร่องเพียง 7 จังหวัด และกว่าจะขึ้นได้ท่านต้องใช้เวลาถึง 9 เดือน นายอนุสรณ์ต้องบอกประชาชนให้ครบด้วยว่าเ มื่อขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในพื้นที่ใดแล้ว พื้นที่นั้นจะไม่มีการปรับค่าแรงในอีก 2 ปีข้างหน้า และนโยบายนี้ก็ทำให้เอกชนหลายบริษัทย้ายฐานการผลิตออกจากไทยไปเรียบร้อยแล้ว
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สำหรับผู้จบปริญญาตรีมีรายได้ 15,000 บาท/เดือน นั้นก็สร้างความเหลื่อมล้ำให้กับข้าราชการผู้ที่จบสายวิชาชีพ และยังไม่ครอบคลุมถึงวิชาชีพอื่นนอกจากข้าราชการ ทั้งที่ในช่วงหาเสียงระบุว่ารวมเอกชนด้วย ที่สำคัญคือค่าครองชีพจะพุ่งสูงขึ้นอีก แม่ค้าเขาไม่ดูนะครับว่าจะขายของให้พนักงานเอกชนถูกกว่าข้าราชการ เพราะยังไม่ได้รับการปรับอัตราเงินเดือน ตามที่รัฐบาลเคยหาเสียงไว้ คนรับเคราะห์ก็คือประชาชนอีกเช่นเดียวกัน
นายชวนนท์ กล่าวถึงกรณีที่ นายอนุสรณ์อ้างว่า ชาวนารวยขึ้นด้วยนโยบายจำนำข้าว ถือเป็นการโกหกประชาชน ทั้ง ๆ ที่ขณะนี้มีปริมาณข้าวในโครงการเพียง 8 ล้านตัน จากที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 25 ล้านตัน โดยที่เกษตรกรไม่ได้ประโยชน์อย่างแท้จริงเพราะถูกกดราคา มีปัญหาการสวมสิทธิ์ ทุจริตกันทุกขั้นตอน นอกจากนี้นโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ยังทำลายอนาคตการส่งออกข้าวไทยอย่างรุนแรง โดยเห็นได้จากสถิติการส่งออกเดือนมกราคมที่ผ่านมา ที่ส่งออกได้เพียง 3.5 แสนตัน ต่างจากเดือนเดียวกันของปีที่แล้วที่ส่งได้ถึง 7.3 แสนตันลดลงถึง 52% เนื่องจากรัฐบาลกำหนดราคารับจำนำที่สูงกว่าราคาตลาด หากยังไม่ทบทวนนโยบายก็จะมีผลกระทบอย่างรุนแรงตามมาแน่นอน นอกจากนี้นโยบายจำนำข้าวยังส่งผลให่ราคาข้าวถุงแพงขึ้นอีก 10 % ด้วย และคนซวยก็คือประชาชนอีกเช่นเคย
สำหรับกองทุนพัฒนาสตรีจังหวัดละ 100 ล้านบาท และยกระดับการแข่งขันและเสริมศักยภาพชุมชน ด้วยกองทุนSML นั้น โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ก็จะจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอย กองทุนหมู่บ้าน ที่นอกจากไม่ได้ทำให้หมู่บ้านพัฒนาขึ้นแล้วยังสร้างหนี้ให้กับประชาชนในหมู้ บ้านด้วย และต้องดูด้วยว่าจะมีการเลือกปฏิยัติจัดสรรให้พรรคพวกตัวเองก่อนหรือไม่
ข้องใจรบ.ฉกผล“รถไฟความเร็วสูง”เป็นผลงาน“รบ.ยิ่งลักษณ์”
นายชวนนท์ แสดงความประหลาดใจนายคุณอนุสรณ์นำเรื่องสร้างรถไฟความเร็วสูงถึงเมืองจีน มาเป็นผลงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทั้ง ๆ ที่เป็นโครงการที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ปูทางไว้ รัฐบาลชุดนี้เพียงแค่มาสานต่อเท่านั้น และประเด็นที่นายอนุสรณ์บอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ สามารถสร้างความเชื่อมั่นผลักดัน ให้เห็นอนาคตกับยุทธศาสตร์ป้องกันน้ำท่วมบนเวทีดาวอสนั้น ก็เป็นการโกหกทั้งประชาชนและตัวเอง เพราะเอกชนหลายรายมีการย้ายฐานการผลิตจากประเทศไทยไปแล้ว และนายกรัฐมนตรีก็ยอมรับด้วยว่าขณะนี้มีเอกชนร้อยละ 50 ที่อาจย้ายฐานการผลิตออกจากไทยเพิ่มอีก นอกจากนี้ยุทธศาสตร์น้ำท่วมก็ขาดความชัดเจน จนกรรมการ กยน.หลายคนทนไม่ได้ต้องออกมาพูดให้สังคมรับรู้ว่า รัฐบาลคิดแต่จะใช้เงินโดยไม่มีแผนเป็นรูปธรรมซึ่งจะทำให้ประชาชนเสี่ยงกับ ภาวะน้ำท่วมซ้ำรอยปีที่แล้ว ทั้ง ๆ ที่ประชาชนอีกจำนวนมากยังไม่ได้รับเงินเยียวยา 5 พันบาทจากปัญหาอุทกภัยในปี 2554 ด้วยซ้ำ
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากข้อมูลปัจจุบันพบว่ามีผู้ประสบอุทกภัย 5 แสนครัวเรือนยังไม่ได้รับเงินเยียวยา 5 พันบาท รัฐบาลจึงควรเร่งรัดดำเนินการในเรื่องนี้ พร้อมกับแสดงความแปลกใจที่การประชุมครม.ที่บ้านพิษณุโลก เพื่อพิจารณาแผนบริหารจัดการน้ำและการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีกลับมีแต่รัฐ มนตรีขอวพรรคเพื่อไทยไม่มีรมว.เกษตร ซึ่งคุมกรมชลปรพทานที่เป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการน้ำ โดยเป็นห่วงว่า หากกรมชลประทานไม่มีส่วนร่วมในการพิจารณาแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล จะทำให้เกิดปัญหาตามมา
“ผมไม่เห็นด้วยที่ทัวร์นกแก้วของ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเอาแผนใหญ่จากส่วนกลาง ครอบจังหวัดให้ต้องปฏบัติตาม โดยเปรียบเทียบว่ารัฐบาลนี้ทำให้ประชาชน มีค่าไม่แตกต่างจากสัตว์เลี้ยงในกรงของรัฐบาล เพราะคิดแผนโดยคนไม่กี่คน แล้วเอาแผนดังกล่าวไปครอบในพื้นที่ ถือเป็นการบริหารผิดทางคือทำจากบนลงล่างไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนที่ได้รับผล กระทบมีส่วนร่วมในการพิจารณาโครงการ เท่ากับบริหารงานแบบเผด็จการ คิดแต่ถลุงเงินไม่คิดถึงผลกระทบสังคม สิ่งแวดล้อม พร้อมกันนี้ยังท้าให้รัฐบาลกู้เงินตาม พรก.เงินกู้ 3.5 แสนล้านบาททันทีหากเห็นว่าเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนจริง เนื่องจากการยื่นตีความไม่ได้มีผลกระทบต่อการบังคับใช้ของกฎหมาย ทั้งนี้เห็นว่าการที่รัฐบาลไม่กล้ากู้เพราะรู้ดีว่า พรก.ดังกล่าวเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ” นายชวนนท์ กล่าว ส่วนที่นายอนุสรณ์อ้างว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างไม่แตกแยกไม่เข่นฆ่าไม่สังหารหมู่ประชาชนนั้น โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นการโกหกประชาชนซ้ำซาก เพราะรัฐบาลชุดนี้สนับสนุนผู้ก่อการร้ายเผาบ้านเผาเมือง ทำลายความมั่นคงของชาติ และยังคิดเอาเงินภาษีประชาชนไปแจกให้กองกำลังของตัวเองรายละ 7.75 ล้านบาท เพื่อตอบแทนบุญคุณที่ช่วยพรรคเพื่อไทยล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ด้วยวิธีการนอกรัฐ ธรรมนูญด้วย
“คนไทยเขาไม่ยอมหรอกครับ เพราะภาพมันติดตาว่า มีกองกำลังในกลุ่มผู้ชุมนุมใช้อาวุธโจมตีทำร้ายทหาร และประชาชนผู้บริสุทธิ์ มีการละเมิดสิทธิประชาชนจำนวนมาก และทำลายเศรษฐกิจของประเทศจนเกือบจะพังพินาศ ทำให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ต้องเข้าควบคุมสถานการณ์ คืนความสงบให้บ้านเมือง ดำเนินการทุกอย่างตามหลักสากล เพราะถ้าหากมีการสังหารหมู่เกิดขึ้นจริง ป่านนี้ต่างประเทศคงเข้ามาแทรกแซงประเทศไทยตามที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และ พรรคเพื่อไทยต้องการไปแล้ว แต่เป็นเพราะรัฐบาลอภิสิทธิ์พยายามอย่างที่สุดที่จะจำกัดความสูญเสีย จนต่างชาติเขารับรู้ข้อเท็จจริง แตกต่างจากคนบางกลุ่มที่ทำทุกอย่างเพื่อเพิ่มความตายหาประโยชน์จากซากศพของ คนไทย ถ้าคุณอนุสรณ์ รังเกียจการสังหารหมู่ประชาชน ผมแนะนำให้ท่านเสนอนายกรัฐมนตรีให้ปลดคุณนลินี ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะไปทำธุรกิจผู้นำซิมบับเวที่สังหารหมู่ประชาชน ไปถึงเกือบสามแสนราย จนถูกกระทรวงการคลังสหรัฐขึ้นบัญชีอายัดทรัพย์และห้ามไม่ให้ทำธุกรรม กับนักธุรกิจสหรัฐ คุณอภิสิทธิ์เดินทางไปไนในโลกใบนี้ได้อย่างเสรี ใช้บัตรเครดิตได้ทั่วโลก แต่คุณนลินีไปสหรัฐต้องมีเจ้ามือตลอดเพราะใช้เงินและบัตรเครดิตไม่ได้" นายชวนนท์ กล่าว



