ข่าว

แดงไม่ขัดรบ.เชิญ'ป๋าเปรม'งานน้ำท่วม

แดงไม่ขัดรบ.เชิญ'ป๋าเปรม'งานน้ำท่วม

05 ก.พ. 2555

"คนเสื้อแดง" ไม่ขัดรัฐบาลเชิญ "ป๋าเปรม" ร่วมงาน "รักประเทศไทย เดินหน้าประเทศไทย" ขอบคุณร่วมแก้น้ำท่วม "นิวัฒน์ธำรง"เปิดแผน"ทัวร์นกขมิ้น" กทม.ตื่นน้ำท่วมกรุงเตรียมเสริมแนวป้องกันริมเจ้าพระยาสูง3.5เมตร

              5ก.พ.2555 นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ  รักษาการโฆษก นปช. กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลจัดงาน "รักประเทศไทย เดินหน้าประเทศไทย"  ในวันที่ 10 ก.พ. โดยได้เชิญทุกคนทุกกลุ่มสีเสื้อที่มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมมาร่วมงาน รวมถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนนตรีและรัฐบุรุษด้วยว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นของรัฐบาลไม่เกี่ยวกับคนเสื้อแดง

              "เรารู้ดีว่าคนที่อยู่เบื้องกลังการยึดอำนาจคือใคร คนเสื้อแดงแม้จะเชียร์รัฐบาลก็ไม่ขอก้าวล่วงในการบริหารประเทศ แต่หากสิ่งใดที่รัฐบาลทำดูคล้ายๆจะลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน เราก็จะไปบอกกล่าวตักเตือน วันนี้เข้าใจว่ารัฐบาลต้องการความปรองดอง จึงได้เชิญคนทุกสีเสื้อมาร่วมงาน หากคิดว่า การจัดงานทำให้เกิดความปรองดองประเทศเดินหน้าได้ก็ดีคนเสื้อแดงก็ไม่คัดค้าน และเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี" รักษาการโฆษก นปช. กล่าว

              ผู้สื่อข่าวถามว่า ห่วงปฏิกริยามวลชนบางส่วนที่อาจจะไม่พอใจหรือไม่ นายวรวุฒิกล่าวว่า คิดว่ามวลชนคงเข้าใจสถานการณ์ เวลานี้เราได้รัฐบาลที่เป็นของประชาชนแล้ว เพียงแต่รัฐบาลยังติดๆขัดๆในการบริหาร เพราะมีหลายฝ่ายยังต้านอยู่ รัฐบาลคงคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศเดินหน้าไปได้ตามแนวทางของตัวเองโดยที่ไม่มีอุปสรรคจึงได้จัดงานนี้ขึ้น คนเสื้อแดงเข้าใจทุกอย่างที่รัฐบาลทำในเวลานี้เหมือนกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย  ที่ไปออกรายการคู่กับนายสุริยะใส กตะศิลา  ผู้ประสานงานกลุ่มการเมืองสีเขียว  ตอนนั้นคนเสื้อแดงก็เข้าใจไม่มีอะไรคัดค้าน เพราะรู้จักแยกแยะว่าอะไรเป็นอะไร

 

"นิวัฒน์ธำรง"เปิดแผน"ทัวร์นกขมิ้น"


             นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ "สำนักข่าวเนชั่น" ถึงการลงพื้นที่ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถึงโครงการทัวร์นกขมิ้นที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-17 ก.พ.2555 ที่จะถึงนี้ว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นการลงพื้นที่จริงเพื่อติดตามแผนการรับมือป้องกันน้ำท่วม และเร่งรัดติดตามแผนการบริหารจัดการน้ำที่เหลือเวลาเพียง 5- 6 เดือน ให้ทันกับฤดูฝนที่กำลังจะอีกครั้ง โดยพื้นที่แรก จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่บริเวณเขื่อนสิริกิติ์ รัฐบาลจะพูดถึงการปลูกป่า ฝายแม้ว และระบบนิเวศน์ โดยจะมีการพยากรณ์ถึงสถานการณ์น้ำ เพื่อที่จะให้มีการตัดสินใจการระบายน้ำในหลายๆเขื่อน อาทิ เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนแควน้อย ต่อจากนั้นในช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรีจะมีการเดินทางไปดูปริมาณน้ำของเขื่อนต่างๆ

             นายนิวัฒน์ธำรงกล่าวต่อว่า  สำหรับ จ.พิษณุโลกในช่วงเช้าจะมีการประชุมเวิร์คช็อปหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วส่งรายงานเกี่ยวกับเงินงบประมาณจำนวน 1.3 แสนล้านบาทที่มีการอนุมัติเบิกจ่ายไปแล้วกว่า 8 หมื่นล้านบาท มีการนำไปใช้ทำงานแล้วมากน้อยแค่ไหน ติดขัดปัญหาอะไรบ้าง ถ้างบประมาณยังขาดก็จะเพิ่มให้อีก โดยนายกรัฐมนตรีจะรับฟังบรรยายสรุปจากนายปรีชา เรืองจันทร์ ผวจ.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยตัวเอง แล้วจะทำให้ได้ภาพที่ชัดเจนสามารถที่จะตัดสินใจได้ว่า จะเก็บน้ำเอาไว้แค่ไหนหรือจะระบายน้ำในเขื่อนไปเท่าไหร

             นายนิวัฒน์ธำรงกล่าวต่อว่า ในส่วนของ จ.นครสวรรค์ ที่เป็นพื้นที่ทางผ่านของกลางน้ำจะมีการเดินทางไปดูน้ำที่บึงบอระเพ็ดเพ่อจะดูว่า รองรับน้ำได้จำนวนเท่าไหร ขณะเดียวกันนายชัยโรจน์ มีแดง ผวจ.นครสวรรค์จะมีการรายงานแผนการระบายน้ำ หรือพื้นที่แก้มลิง และคั้นกั้นน้ำนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีได้ทราบ ทุกอย่างจะเป็นการทำงานลักษณะคู่ขนานกัน อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีจะไปดูคั้นกั้นน้ำเจ้าพระยาที่เมืองนครสวรรค์ด้วย

             นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่จ.ชัยนาท จ.ลพบุรีนั้นนายกรัฐมนตรีจะเน้นการดูประตูระบายน้ำ อาทิประตูระบายน้ำพลเทพ ประตูระบายน้ำบางโฉมศรี โดยเฉพาะจ.ลพบุรีทางผู้ว่าฯจะมีการแสดงการเผชิญเหตุในภาวะน้ำท่วมเพื่อเป็นโมเดลต้นแบบให้จังหวัดพื้นที่อื่นๆนำไปใช้ ซึ่งคณะรัฐมนตรีจะมีการพักค้างคืนที่จ.ลพบุรีด้วยเช่นกัน ต่อจากนั้นที่จ.พระนครศรีอยุธยานายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปดูนิคมอุตสาหกรรมที่ประสบกับน้ำท่วม หรือไปตรวจดูเกาะที่มีโบราณสถาน ที่ผ่านมาว่า มีการวางแผนแก้ไขปัญหาคืบหน้าไปเพียงใด และมีการรับฟังบรรยายสรุปของจังหวัดพื้นที่ปลายน้ำที่มี จ.ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา และนครนายก โดยเน้นการสำรวจปลายทางของน้ำที่จะไหลไปยังจ.ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสาคร และสมุทรปราการ เป็นต้น

             “การทัวร์นกขมิ้นของคณะรัฐมนตรีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นการไปติดตามแผนงานรับมืออุทกภัยของพื้นที่ต่างๆ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ สำรวจทางน้ำ โครงการตามแนวพระราชดำริ ไม่เว้นกทม.เรื่องนี้ไม่ใช่จะทำได้ในวันเดียว รัฐบาลต้องไปดูรายละเอียด การลงพื้นที่ติดตามครั้งนี้มั่นใจว่า เราจะมีแผนที่ชัดเจนในการรองรับน้ำ ที่เป็นการลงพื้นที่จริงรับฟังปัญหาจริง เชื่อว่าจะทันต่อฤดูฝนที่จะมาถึงในครั้งต่อไปได้” นายนิวัฒน์ธำรง ระบุ


กทม.ตื่นน้ำท่วมกรุงเตรียมเสริมแนวป้องกันริมเจ้าพระยาสูง3.5เมตร

             นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า งบประมาณ 1.9 พันล้านที่กทม.ได้ขอรัฐบาลนั้น กทม.มีแผนงานชัดเจน อาทิ การขุดลอกคูคลอง หรือการจัดซื้อเครื่องผลักดันน้ำ การซ่อมและเสริมแนวป้องกันน้ำท่วม โดยเฉพาะแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาจากเดิมนำแนวป้องกันสูง 2.5 เมตร จะมีการเพิ่มแนวในพื้นที่ต้นของการรับน้ำที่ 3.5 เมตร จากนั้นจะลดระดับลงมาที่ 3.25 เมตร และ 3 เมตร ตามลำดับ เนื่องจากพบว่าระดับน้ำที่เข้ามาจะสูงและค่อยๆต่ำลงมา ดังนั้น ประสบการณ์ที่ผ่านมาจะต้องมีการเพิ่มหลายจุด เพื่อปรับเพิ่มเป็นแนวคันกั้นน้ำถาวร

             “กทม.ได้เตรียมแผนเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาและป้องกันน้ำท่วมในปี 2555 โดยจะมีขุดลอกคูคลองและแก้ไขปัญหาจุดอ่อนน้ำท่วม 69 คลอง ความยาว 342,150 เมตร และจะเร่งพิจารณาจัดซื้อเรือดูดเลนและขุดลอกคูคลอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำให้ดีขึ้น” นายวสันต์ กล่าว


ยันเขื่อนทุกเขื่อนของกฟผ.แข็งแรง


             จากกรณีที่ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้กล่าวในเวทีเสวนา เรื่อง การับมือภัยพิบัติในอนาคต โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งกล่าวเตือนให้ระวังรอยเลื่อนแผ่นดินไหวในพื้นที่กาญจนบุรีว่า จะส่งผลกระทบต่อเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณที่ตั้งอยู่แนวรอยเลื่อนผ่าน

             ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. นายวีระชัย ไชยสระแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโยธา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวถึงความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนในความดูแลของ กฟผ. ว่า เขื่อนทุกเขื่อนของ กฟผ. มีการดำเนินการในตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนอยู่เป็นประจำอย่างต่อเนื่องมาตลอด โดยคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินความปลอดภัยของเขื่อน จะดำเนินการตรวจสอบและประเมินความปลอดภัยของเขื่อนโดยกำหนดให้เขื่อนที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ และมีการใช้งานไม่เกิน 2 ปี ต้องตรวจสอบปีละ 2 ครั้ง ส่วนเขื่อนที่มีการใช้งานระหว่าง 2 ถึง 5 ปี ตรวจสอบปีละครั้งและเขื่อนที่มีการใช้งานกว่า 5 ปี ตรวจสอบทุกๆ 2 ปี การตรวจสอบเป็นการตรวจครบรอบ 4 ปี เนื่องจากเขื่อนศรีนครินทร์มีการใช้งานเป็นปีที่ 30 เมื่อ ปี พ.ศ. 2554 ที่ผ่านมาแล้วไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด    

             นายวีระชัย กล่าวอีกว่า ทางคณะกรรมการได้ดำเนินการตรวจสอบเขื่อนแล้ว พบว่าไหล่เขื่อน ลาดเขื่อน ตีนเขื่อน อุโมงค์ตรวจสอบ อาคารระบายน้ำ อาคารท้ายน้ำ อ่างเก็บน้ำ และสภาพทางธรณีวิทยา รวมทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องกล สามารถดำเนินงานได้ตามปกติ ส่วนเขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ก็มีการดูแลรักษาตามแนวปฏิบัติ 24 ชม.เช่นกัน เขื่อนทั้งสองแห่งมีความแข็งแรงตามาตรฐานสากลอย่างแน่นอน