ข่าว

ผู้หญิงต้องมีบทบาททางการเมือง

ผู้หญิงต้องมีบทบาททางการเมือง

06 ก.พ. 2555

ผู้หญิงต้องมีบทบาททางการเมือง

          เพื่อส่งเสริมให้ผู้หญิงตระหนักถึงการเข้ามามีบทบาททางการเมือง และเพิ่มประสิทธิภาพทางการเมืองท้องถิ่นมากขึ้น ทาง เทศบาลนครยะลา จัดได้สัมมนาในหัวข้อ “การส่งเสริมบทบาทสตรีในการมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่น” โดย พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ได้เชิญ ดร.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเป็นวิทยากร ร่วมด้วยสตรีจำนวน 300 คนที่สนใจการเมืองเข้าร่วมฟังและซักถาม ณ โรงแรมรอยัลพาร์ค จ.ยะลา เมื่อเร็วๆ นี้
 
          ดร.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กรุงเทพมหานคร กล่าวถึงประเด็นที่คนส่วนใหญ่มองว่า การส่งเสริมให้ผู้หญิงเข้ามีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นแค่แฟชั่นและเพื่อเรียกร้องความเสมอภาคเท่าเทียมกับผู้ชาย ว่าทางประชากรศาสตร์ประเทศไทยมีประชากรหญิงมากกว่าชายประมาณหนึ่งล้านคน และอายุยืนกว่าผู้ชายประมาณ 10 ปี นั่นหมายความว่า มีผู้หญิงอยู่เยอะและอยู่ยาว จึงควรฟังความเห็นจากผู้หญิงเสียงข้างมากของสังคม หากมองในเชิงบทบาททางเศรษฐกิจและสังคมผู้หญิงมีบทบาทหรือถูกคาดหวังให้มีสามบทบาท คือ 1.แม่ที่เลี้ยงลูก อบรมสั่งสอนแต่เล็กจนโต 2.แม่บ้านดูแลความเป็นอยู่ของผู้อาศัยในบ้าน 3. คนหาเลี้ยงครอบครัว เป็นแรงงานและทรัพยากรสำคัญของทุกองค์กร  ในขณะที่ผู้ชายอาจไม่รู้สึกหรือเข้าใจในสิ่งที่ผู้หญิงเจอ การมีผู้หญิงเข้ามาทำงานการเมืองจึงหมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม ซึ่งซับซ้อนเกินกว่าที่จะมองหรือใช้กระบวนคิดในแบบเดียว 
 
          ส่วนประเด็นที่ตั้งคำถามกันมากว่า การมีนักการเมืองหญิงมากขึ้นจะทำให้บรรยากาศการเมืองเปลี่ยนแปลงบ้างไหม ดร.รัชดากล่าวว่าหญิงชายมีนิสัยและพฤติกรรมไม่เหมือนกัน มีความเป็นไปได้ว่าหากมีผู้หญิงมากขึ้นน่าจะทำให้บรรยากาศการเมืองดีกว่าทุกวันนี้ ผู้หญิงเรียบร้อยคงไม่ลุกขึ้นมาใช้คำไม่สุภาพ เตะถีบกันในสภา ผู้หญิงขี้อายกว่าคงไม่พูดไร้สาระน้ำท่วมทุ่งและนึกว่าตัวเองเก่ง  ผู้หญิงมีความประนีประนอมคงจะรับฟังและนำไปสู่ข้อสรุปที่ดีได้ อย่างไรก็ตามข้อดีของนิสัยเหล่านี้ก็อาจถูกมองเป็นข้อด้อยได้ เช่นไม่กล้าแสดงออก กลัวที่จะแสดงความคิดเห็น สุดท้ายกลายเป็นยอมให้ผู้ชายข่ม
 
          “ในภาพรวมของหลายๆ ประเทศที่มีผู้หญิงเป็นนักการเมืองเพิ่มขึ้น เช่น ติมอร์เลสเต้ โครเอเชีย โมรอคโค รวันดา แอฟริกาใต้ พบว่า มีการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและความรุนแรงในครอบครัว การคุ้มครองสิทธิเด็ก การส่งเสริมความเสมอภาคหญิง-ชายเพิ่มขึ้น ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งที่มีนักการเมืองหญิงจำนวนมาก เช่น อินเดียและประเทศในทวีปแอฟริกามักจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษามากว่าด้านโครงสร้างพื้นฐาน” ดร.รัชดากล่าวในท้ายสุด