ข่าว

ปราชญ์สยามนาม'คึกฤทธิ์'

ปราชญ์สยามนาม'คึกฤทธิ์'

06 ก.พ. 2555

ปราชญ์สยามนาม'คึกฤทธิ์'

          เนื่องในชาตกาล 100 ปีของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งนับเป็นคนไทยคนแรกที่ยูเนสโกรับรองให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกใน 4 สาขาคือ การศึกษา วัฒนธรรม สังคมศาสตร์ และสื่อสารมวลชน และเพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสดังกล่าว กระทรวงวัฒนธรรม ได้ร่วมกับ สถาบันคึกฤทธิ์ และสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย จัดสัมมนาแห่งศตวรรษ ปราชญ์สยามนาม "คึกฤทธิ์" โดยจัดงานแถลงข่าวบอกกล่าวกิจกรรมที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์
 
          ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ประธานกรรมการมูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เผยว่า ในโอกาสชาตกาล 100 ปีของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ทางมูลนิธิฯ ได้จัดกิจกรรมมากมายเพื่อเผยแพร่เกียรติคุณ อาทิ การเปิดสถาบันคึกฤทธิ์เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2554 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มาทรงเป็นประธานเปิดงาน
 
          "นอกจากนี้มีการเสวนา การแสดง และการจัดนิทรรศการ โดยได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานในการร่วมเฉลิมฉลอง อาทิ ร่วมกับ ม.แม่ฟ้าหลวงจัดสัมนาในหัวข้อ "ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ กับศิลปวัฒนธรรมและสัมพันธไมตรีไทย-จีน" , ร่วมกับ ม.สุโขทัยธรรมมาธิราช จัดเสวนาเน้นเรื่องความสำเร็จด้านการเมือง, ร่วมกับ ม.สงขลานครินทร์ หาดใหญ่ จัดเสวนาโดยเน้นเรื่อง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ กับศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่วนการสัมมนาในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ เป็นกิจกรรมครั้งสำคัญที่สุดเพื่อยกย่องอัจฉริยภาพของท่านใน 4 สาขา คือ คึกฤทธิ์กับการเมืองระหว่างประเทศ คึกฤทธิ์กับสื่อมวลชน คึกฤทธิ์กับศิลปะการแสดง และคึกฤทธิ์กับสถาบันพระมหากษัตริย์" ประธานกรรมการมูลนิธิฯ แจง
 
          ด้าน เขมชาติ เทพชัย หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะตัวแทนกระทรวงฯ กล่าวว่า ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เป็นปูชนียบุคคลในหลายด้าน กระทรวงฯ จึงเข้ามามีบทบาทในการนำเสนอต่อยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญเมื่อปี 2552 จนมีมติเป็นเอกฉันท์ร่วมกันว่าเป็นบุคคลที่ควรเฉลิมฉลองวาระชาตกาล เพื่อเผยแพร่ชื่อเสียงให้ประชาชนได้รับรู้ โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมและจัดแสดงผลงานตลอด 84 ปีที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ดำรงชีพ ดำรงค์ประโยชน์ในทุกสาขาวิชา และเป็นแบบอย่างที่แท้จริงแก่ประชาชนชาวไทย
 
          ขณะที่ ชวรงค์ ลิมปัทอารีย์ นายกสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังพ้นตำแหน่งทางการเมือง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ มีบทบาทอย่างมากทางสื่อมวลชน ราวปี 2525 ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เป็นคอลัมนิสต์ และเป็นเจ้าของนสพ.สยามรัฐ ที่มีบทบาทและได้รับความเชื่อถือ ข้อเขียนบางชิ้นในนสพ.ทำให้การเมืองสะเทือนได้ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เป็นแบบอย่างคอลัมนิสต์ที่มีข้อมูลความรู้ จนกลายเป็นแบบอย่างให้นักหนังสือพิมพ์ในปัจจุบันหลายคนปฏิบัติสืบต่อมา สอดคล้องกับความเห็นของ อัศศิริ ธรรมโชติ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ที่บอกว่า ในสมัยนั้น นสพ.สยามรัฐ มีบทบาทอย่างมากในการสร้างนักหนังสือพิมพ์และนักเขียนให้แพร่หลายออกไป และไม่เฉพาะเป็นเวทีนักเขียนทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีให้นักเขียนทางด้านวรรณกรรมไทยด้วย
 
          ปิดท้ายที่ ผศ.ดร.สุวรรณา เกรียงไกรเพ็ชร์ กรรมการมูลนิธิฯ และผอ.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ผู้ดำเนินรายการในการเสวนาในหัวข้อ "คึกฤทธิ์กับสถาบันพระมหากษัตริย์" กล่าวว่า คนทั่วไปจะชินกับบทบาทของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ในบทบาทของนักการเมือง นายกรัฐมนตรี นักหนังสือพิมพ์ คอลัมนิสต์ เป็นต้น แต่ในด้านที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ หลายคนอาจไม่รู้ว่า ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เป็นผู้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสังคมไทย คนไทย กับสถาบันพระมหากษัตริย์ ชัดเจนขึ้นในเชิงวิชาการ