
ใน'คำถาม'มี'คำตอบ'
วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : ใน 'คำถาม' มี 'คำตอบ' โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]
ผ่านไป 2 สัปดาห์แล้วหลังจากที่ “วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน” เปิดโอกาสให้ผู้อ่าน “คม ชัด ลึก” ส่งปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ ของคุณ มาเพื่อร่วมลุ้นรับหนังสือ 3 เล่มจากบริษัท ไพลินบุ๊คเน็ต จำกัด (มหาชน) ได้แก่ หนังสือเรื่องคนรวยรู้ก่อน บริหารเงินสิบให้เป็นเงินแสน และสอนคนสอนสร้างธุรกิจ
หนังสือที่จะจัดส่งให้คุณผู้อ่านมีเพียง 10 เล่ม แต่มีอีเมล์ที่ส่งเข้ามามากถึงเกือบ 50 ท่าน!! ปัญหาที่ส่งเข้ามาก็มีทั้งที่คล้ายๆ กัน หรือบางท่านก็มีปัญหาเฉพาะของตัวเอง และกรุณาเล่ารายละเอียดเพื่อร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้านการเงิน ยอมรับตรงๆว่า ลำบากใจ เพราะหากว่า มีหนังสือครบจำนวน คงส่งให้ทุกท่านอย่างแน่นอน แต่เมื่อหนังสือมีเพียงเท่านั้น จึงขออนุญาตคัดเลือกผู้ที่จะได้รับหนังสือจำนวน 12 ท่าน (หมายถึงดิฉันต้องยอมสละหนังสือในส่วนของตัวเองเพื่อให้ผู้รับมีจำนวนมากขึ้นด้วย)
ก่อนที่จะเลือกว่า จะมอบหนังสือให้กับผู้อ่านท่านใด ดิฉันอ่านอีเมล์ทุกฉบับที่ส่งเข้ามาหลายรอบมาก และยอมรับว่า ปัญหาของบางท่านก็สร้างความเหนื่อยให้กับตัวเองไม่น้อย โดยเฉพาะกับหลายท่านที่ปล่อยให้เวลาและปัญหาล่วงเลยมาจนใกล้วัยเกษียณ ซึ่งโอกาสที่จะเริ่มใหม่เหลือน้อยลงทุกที สิ่งเดียวที่ทำให้คือ ต้องลดค่าใช้จ่ายให้ได้ แล้วก็ต้องมีวินัยกับการใช้จ่ายของตัวเอง การไม่มีบ้าน ไม่มีรถ ทั้งๆ ที่ทำงานมาทั้งชีวิต ก็ไม่ใช่ปัญหาค่ะ เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีหรือต้องมี เพียงแต่นาทีนี้สิ่งที่ต้องทำคือ ทำอย่างไรก็ตามให้แต่ละเดือนมีเงินเหลือ เพราะอย่าลืมค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่ตามมาเป็นเงาตามตัวเมื่อเราอายุมากขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนท่านที่อายุยังน้อย อยู่ในวัยเริ่มทำงานหรือทำงานมาแล้วระยะหนึ่ง ก็อย่าประมาทว่าเรายังเหลือเวลาอีกยาวไกล เพราะเริ่มก่อน ก็มีโอกาสห่างไกลจากปัญหาทางการเงินได้มากกว่า ยังไม่ต้องพูดถึงขั้นจะพ้นอิสรภาพทางการเงิน เอาแค่ไม่มีปัญหาการเงินพัวพัน ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว
ขณะที่ “ข้อควรระวัง” สำหรับหลายท่านที่ส่งคำถามเข้ามา คือ หลายคนอยากทำธุรกิจ หลายคนอยากลงทุน นอกจากจะไม่มีเงิน (ซึ่งก็ไม่รู้ว่า จะทำธุรกิจหรือลงทุนเยี่ยงไร) หนักกว่านั้น คือ “ไม่มีความรู้ความเข้าใจ” เลย ชีวิตอาจจะเลียนแบบกันไม่ได้หรือไม่ต้องเลียนแบบกัน แต่ลองกลับไปดูเบื้องหลังความสำเร็จของคนที่ทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ นอกจากต้องมีเงินทุนที่เพียงพอแล้ว สำคัญกว่านั้น คือ ต้องมีความรู้ความเข้าใจในธุรกิจที่ตัวเองจะลงทุนด้วย ไม่นับรวม “ความรักความชอบ” หรือ “ความสนใจ” ในสิ่งที่เราทำ เพราะอารมณ์รักของคุณจะทำให้คุณใส่ใจกับธุรกิจ มีความสุขกับการแสวงหาความรู้เพิ่มเติม มี “ความอยาก” หรือ “กระหาย” ที่จะเรียนรู้
การเข้าถึงข้อมูลของคนในอดีตยากเย็นกว่านี้มาก ทุกวันนี้การเข้าถึงข้อมูลทำได้ง่ายๆ แต่ถ้าเริ่มต้นบอกว่า ไม่มีความรู้ ไม่มีความเข้าใจ และไม่รู้จะหาข้อมูลจากไหน คุณก็ไม่สามารถเริ่มอะไรได้เลย และนั่งมองอนาคตตัวเองแบบไม่มีอนาคตต่อไป
การคัดเลือกผู้ได้รับหนังสือนั้น นอกจากจะพิจารณาจากคำถามแล้ว ยังขออนุญาตพิจารณาจากความสามารถในการหาข้อมูลด้วยนะคะ เพราะบางท่านที่ส่งคำถามเข้ามา มีความรู้ความเข้าใจด้านการลงทุน และสามารถบริหารจัดการเงินของคุณได้เป็นอย่างดี ทำให้คิดว่าหนังสือที่เนื้อหาสำหรับผู้เริ่มต้นคงไม่เหมาะกับคุณ ขณะที่อีกหลายท่านมีหน้าที่การงานมั่นคง มีรายได้ไม่น้อย ก็น่าจะมีความสามารถในการซื้อหนังสือได้ ไม่ใช่เฉพาะ 3 เล่มนี้ (ซึ่งสามารถซื้อจากได้จากชั้นหนังสือไพลินบุ๊คเน็ตในร้านสะดวกซื้อเซเว่น-อีเลฟเว่น และห้างโมเดิร์นเทรด) แต่น่าจะมีกำลังทรัพย์พอที่จะซื้อหาหนังสือดีๆ เล่มอื่นที่เหมาะกับคุณได้
สำหรับผู้ที่จะได้รับหนังสือ 12 ท่าน ได้แก่ 1.คุณปฐมาภรณ์ สงขลา 2. คุณภคณี กรุงเทพฯ 3.คุณอำพล กาฬสินธุ์ 4.คุณภาวิณี กาญจนบุรี 5.คุณรักสงบ นนทบุรี 6.คุณศรัณย์ กรุงเทพฯ 7.คุณพรนภา กรุงเทพฯ 8.คุณวิศรุต ภูเก็ต 9.คุณวรชพร นนทบุรี 10.คุณปัญญารัตน์ กรุงเทพฯ 11.คุณเค กรุงเทพฯ และ 12.คุณวนิสรา กรุงเทพฯ
สัปดาห์นี้ขออนุญาตยกเรื่องราวของคุณรักสงบและคุณพรนภามาแบ่งปันนะคะ ทั้งสองท่านนี้มีปัญหาคล้ายกัน นั่นคือ เป็นสาวนักช็อปทั้งคู่ แต่มีรายละเอียดแตกต่างกัน คุณรักสงบนี่น่ารักมาก เพราะเธอจัดสรรการเงินของเธอเสร็จสรรพตามหลักที่ถูกต้องแบบเป๊ะมาก ทันทีที่เงินเดือนออกก็จะโอนเงินบางส่วนเข้า 3 บัญชีที่เปิดไว้ ได้แก่ บัญชีเงินออมที่ไม่แตะต้องเลย ที่เหลืออยู่ในบัญชีออมเพื่อจ่าย ออมไว้ซื้อของที่อยากได้หรือสำหรับการท่องเที่ยว และบัญชีที่ 3 ออมเพื่อการเกษียณ เห็นแบบนี้แล้วต้องบอกว่าชื่นใจ แต่กลายเป็นว่า ต่อมสาวนักช็อปทำงานตลอด เพราะหลายครั้งที่เงินสดในหมวดช็อปปิ้งที่กันไว้ ถูกใช้จนหมดตั้งแต่กลางเดือน
แต่พอมาเห็นของไหนที่ถูกใจ แถมลดราคาอีก ก็อดใจไม่ได้ เลยรูดบัตรเครดิตสนองความต้องการของตัวเองและสุดท้ายก็ต้องมาถอนเงินจากบัญชีออมเพื่อจ่าย ไปจ่ายบัตรเครดิตทุกที ที่ฝันไว้ก็เลยไม่ถึงฝัน อยากเที่ยวก็ไม่ได้เที่ยว คำถามคือ “ดิฉันจะทำอย่างไรถึงจะมีวินัย”
ส่วนคุณพรนภา บอกว่า ตัวเองเป็นคนชอบทำงาน ถ้างานไม่เสร็จจะไม่ใช้เงินเป็นเดือนๆ แต่พองานเสร็จ.. ก็มีความต้องการตอบสนองให้รางวัลแก่ตัวเองทุกเรื่องเช่น ให้ของขวัญตัวเอง สิ่งของดีๆ อาหารดีๆ ที่ต้องการ และค่อนข้างใจง่ายที่จะให้กับคนที่อ่อนแอกว่าด้วย คำถามของเธอคือ “ดิฉันอยากรู้จักลด หรือรู้จักความพอดีบ้าง”
ในคำถามของทั้งสองท่านต่างมีคำตอบของตัวเองแล้วทั้งสิ้น คุณรักสงบรู้ว่าตัวเองขาดวินัยอย่างรุนแรง แม้จะปูทางมาดีแล้วก็ตาม ขณะที่คุณพรนภาก็ตึงเกินไปในเรื่องการทำงาน และหย่อนเกินไปเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น ไม่มีตรงกลาง ไม่มีพอดี กลายเป็นทุกข์ทั้งคู่ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วน่าจะมีความสุขกว่าคนอื่น
คุณสองคนรู้คำตอบดีอยู่แล้วค่ะว่า จะทำอย่างไร คนหนึ่งต้องมี “วินัย” ขณะที่อีกคนหนึ่งต้องรู้จัก “ถัวเฉลี่ยความสุขความทุกข์ให้กับตัวเอง” คุณเห็นปัญหาแล้ว เห็นทางแก้ปัญหาแล้ว แต่จะทำได้หรือไม่ได้ ทุกอย่างล้วนอยู่ที่ตัวเองทั้งนั้น
..........................................
(วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : ใน 'คำถาม' มี 'คำตอบ' โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected] )



