
โจรใต้จ่อยิงคนขับรถสิบล้อดับสยอง
คนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนจ่อยิงหนุ่มขับรถสิบล้อเสียชีวิตคาร้านน้ำชาในหมู่บ้านเมืองปัตตานี
เมื่อเวลา 10.20 น.วันที่ 4 ก.พ. ร.ต.ท.ฟาฮามี เฮงปียา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันตายในร้านน้ำชาไม่มีชื่อในหมู่บ้าน เลขที่ 80/10 ม.1 บ้านสุไหงปาแน ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี จึงพร้อมด้วยกำลังตำรวจ ทหาร ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.ปัตตานี รุดไปที่เกิดเหตุ
ทั้งนี้ พบประชาชนกำลังมุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือให้ถอยห่างจากจุดเกิดเหตุ และเข้าตรวจสอบพบศพชายนอนเสียชีวิตอยู่ ภายในมือกำโทรศัพท์มือถือเอาไว้ ทราบชื่อคือ นายมาหามะ ยากี อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 ม.1 ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 ที่บริเวณกกหูขวาทะลุกกหูซ้าย
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นพนักงานขับรถสิบล้อส่งสินค้าจากชายแดนใต้เข้าสู่กรุงเทพฯ และกำลังจะเดินทางไปส่งสินค้าที่กรุงเทพฯ จึงได้นัดเจอกับเพื่อนและนั่งพูดคุยกันที่หน้าร้านแห่งนี้ เนื่องจากทางร้านดังกล่าวยังไม่เปิดขาย ซึ่งในขณะที่พูดคุยกับเพื่อนอยู่ ก็ได้มีคนร้าย 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน เข้ามาจอดหน้าร้าน จากนั้น 1 ใน 4 คนร้าย ได้ลงจากรถจักรยานยนต์เดินเข้าไปหา พร้อมสอบถามว่า ร้านเปิดขายหรือยัง และทันทีที่สอบถามเสร็จ คนร้ายก็ชักอาวุธปืนออกมาจ่อยิงผู้ตายที่ศีรษะทันที 1 นัด จากนั้นหันปากกระบอกปืนไปที่เพื่อนผู้ตาย แต่ไม่ยิง และเดินขึ้นรถที่คนร้ายอีกคนรออยู่หลบหนีไป
เบื้องต้น อยู่ในระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้หรือไม่
3 ผู้บาดเจ็บเหตุทหารยิงชาวบ้านตาย 4 พ้นขีดอันตราย แล้ว
คืบหน้าคดียิงชาวบ้าน 4 ศพและเจ็บ 4 ที่ ต.ปูโละปูโย อ.หนองจิกจ.ปัตตานี ล่าสุดยังเหลืออีก 3 คนที่ยังพักรักษาคัวที่โรงพยาบาลปัตตานี โดยอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว และย้ายไปอยู่ห้องพิเศษ 2 คน ส่วนอีกคนยังอยู่ห้องไอซียู โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมีนายตำรวจมาตรวจสอบทุกชั่วโมง เนื่องจากผู้บาดเจ็บ ทั้ง 3 คน เป็นพยานสำคัญในคดี ขณะนี้ยังไม่สรุปว่า เป็นเหตุเจ้าหน้าที่ยิงชาวบ้าน หรือ คนร้ายแอบแฝงกับชาวบ้านยิงเจ้าหน้าที่ก่อน ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน
พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐ์พันธุ์ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนได้กำชับ ผกก.สภ.หนองจิก และพนักงานสอบสวนในวันเกิดเหตุ ให้ดำเนินการอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมและเป็นธรรมที่สุด เพราะเป็นคดีที่ทุกฝ่ายสนใจและให้ความสำคัญคดีนี้มาก ตลอดจนผู้บังคับบัญชา ได้กำชับให้ตนติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิดที่สุด ซึ่งตนได้สั่งให้ ผกก.สภ.หนองจิก ตั้งชุดเฉพาะกิจในการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงในคดีนี้ และให้มีการประชุมเวลา 16.00 น.สรุปความคืบหน้าของคดีทุกวัน จากนั้นตนได้สั่งให้ส่งรายงานให้ตนทราบทุกวันเช่นกัน
ขณะเดียวกันได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐานเขต 12 จ.ยะลา โดยขอความร่วมมือช่วยเร่งตรวจสอบอาวุธปืนสงครามทั้ง 2 กระบอก ที่พบในรถของชาวบ้านว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับตดีนี้หรือไม่ เพราะเป็นจุดทีส่วนหนึ่งจะสามารถคลี่คลายคดีนี้ และหายความเคลือบแคลงใจของสังคม ซึ่งตนต้องให้ความเป็นธรรมตามพยานหลักฐาน คาดว่าประมาณ 1 อาทิคย์คงทราบผล
ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานอีกว่าส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บนั้นประกอบด้วย ด.ช มะรูดิง แวกาจิ อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนแสงประทีปวิทยามูลนิธิ มีบาดแผลถูกยิงที่แขนขวาหัก อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว ได้ย้ายมาพักที่ห้องพิเศษ นายซอบรี บือราเฮง อายุ 20 ปี เป็นหลานชายของ นายมะแอ ดอเลาะ ซึ่งเป็นนักศึกษาปีที่ 1 เอกคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ยังต้องใช้เครื่องออกซิเจนช่วยในการหายใจ ตาซ้ายรอยช้ำแดง มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่หน้าท้องทะลุกระเพาะ และขาหักทั้ง 2 ข้าง ซึ่งหมอได้มีการผ่าตัดเย็บแผลกระเพาะเแล้ว ส่วนขาทั้ง 2 ข้างต้องมีการปลูกเนื้อเยื่อกระดูก เนื่องจากกระดูกแตกจากแรงอัดของกระสุนปืนสงครามพักรักษาอยู่ห้องไอซียู
ส่วนนายมะแอ ดอเลาะ อายุ 74 ปี มีบาดแผลถูกยิงที่ขาซ้ายหักกระดูกแตก หมอได้ผ่าตัดดามเหล็ก และมีบาดแผลถูกยิงที่เท้าขวาอีก 1 นัด พักห้องพิเศษเช่นกัน และนายยา ดือราแม มีบาดแผลกระสุนปืนเฉี่ยวบริเวณหลังไหล่ซ้าย แพทย์ได้ให้กลับบ้านแล้ว โดยให้ล้างแผลที่รงพยาบาลชุมชนในพื้นที่ โดยทั้ง 3 คน อาการพ้นขีดอันตราย เพียงแต่แพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด กรณีของนายซอบรี บือราเฮง เพราะห่วงอาการติดเชื้อ ส่วนนายมะแอ อายุมากต้องดูแลเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานวันที่ 4 ก.พ. ที่โรงพยาบาลปัตตานี พล.ต.โชค เพิกโสภณ รองแม่ทัพภาค 4 พร้อมคณะ นำกระเช้าของขัวญ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อเป็นขัวญกำลังใจให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บที่นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลปัตตานีจำนวน 3 ราย
พล.ต.โชค เพิกโสพณ รอง แม่ทัพภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวภายหลังเนีย่มผู้ได้รับบาดเจ็บว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 29 มกราคมที่ ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที่ 4 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 4 ราย โดยทางราชการและจังหวัดปัตตานีโดย ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 และ ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้สั่งการให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ตามหลักเกณฑ์ของแต่ละหน่วยงาน ส่วนในระยะยาว ได้มีการประชุมแล้ว จะมีการดูแลให้ความช่วยเหลือทั้งในระดับตัวบุคคล ครอบครัว และหมู่บ้าน จะเข้าไปดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ร่วมทั้งเรื่องของการศึกษา และสภาพร่างกายและพร้อมจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่



