ข่าว

ครูตชต.ภารกิจ'หมอดอยสูง'

ครูตชต.ภารกิจ'หมอดอยสูง'

04 ก.พ. 2555

ครูตชต.ภารกิจ'หมอดอยสูง' : สารพันตำรวจ โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ

            "...บ้านบนดอยบ่มีแสงสี บ่มีทีวี บ่มีน้ำประปา บ่มีโฮงหนัง โฮงนวด คลับบาร์..." เสียงเพลง "บ้านบนดอย" ของจรัล มโนเพ็ชร แว่วดังขึ้นมาในความคิด ระหว่างนั่งรถโฟร์วีลส์ผ่านทางที่ลาดชันและขรุขระ เพื่อขึ้นไปยังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนชมรมอนุรักษ์พุทธศิลปไทยอนุสรณ์ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านแสนคำลือ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน...ชุมชนที่ถูกโอบล้อมด้วยหุบเขา ไอเย็น และม่านหมอก
 
              โรงเรียนเล็กๆ แห่งนี้ มีนักเรียน 122 ชีวิต และมีครูอยู่ 5 คน เปิดสอนตั้งแต่ ป.1-ป.6 ในวิชาภาษาไทยและคณิตศาสตร์ รวมถึงนำโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทั้ง 8 โครงการมาทำการเรียนการสอนด้วย 
 
              สำหรับครู ตชด.ทั้ง 5 คน มีครู 2 คน ซึ่งเป็น "ครูคุรุทายาท" ที่เคยเรียนในโรงเรียน ตชด.แล้วมาสมัครเป็น "ครูตชด." การทำงานของครู ตชด. แม้หน้าที่หลักในการเป็น "ครู" แต่ก็ยังคงความเป็น "ตำรวจ" ไว้ด้วย ต้องคอยสอดส่องหาข่าวที่เกี่ยวกับความมั่นคง แล้วแจ้งกลับไปที่ต้นสังกัด ซึ่ง "ครูบนดอย" แห่งนี้ ไม่ได้มีหน้าที่แค่สอนนักเรียนวันละ 8 ชั่วโมง แต่ต้องควบรวมทุกหน้าที่ไว้ด้วยกัน
 
              "ครู ตชด.ไม่ใช่แค่ครู และตำรวจเท่านั้น ตอนเช้าสอนหนังสือ กลางวันก็เข้าครัวทำอาหารให้เด็ก บางครั้งก็ต้องเป็นช่างตัดผมให้เด็กๆ เวลาชาวบ้านทะเลาะกันก็ต้องช่วยไกล่เกลี่ย หรือบ้านไหนไม่มีทะเบียนก็ช่วยแจ้งไปที่อำเภอ บางครั้งก็ต้องเป็นหมอทำคลอด เย็บแผล รักษาไข้" ร.ต.ท.สุรัตน์ ศรีเพ็ง ครูใหญ่โรงเรียนตชด.แจงถึงภารกิจครู ตชด.
 
              จากชีวิตตำรวจตระเวนชายแดน ถือปืนสะพายเป้ออกไปตามท้องถิ่นทุรกันดาร และอาสาเป็นหน่วยคุ้มกันหมอในหน่วยแพทย์พระราชทานที่ไปตามโรงเรียนต่างๆ ทำให้ ร.ต.ท.สุรัตน์ เกิดมุมมองว่าการได้ไปอยู่ในโรงเรียนนั้น สามารถทำอะไรให้สังคมได้มากกว่า จึงสมัครเป็นครูสอนเด็กชาวเขาเมื่อปี 2538 ที่โรงเรียน ตชด.บ้านปุงยาม อ.ปางมะผ้า ได้ 1 ปี ก่อนจะย้ายมาที่นี่ตั้งแต่ปี 2539 จนขยับขึ้นเป็นครูใหญ่เมื่อปี 2544
 
              ระหว่างที่เป็นครู ร.ต.ท.สุรัตน์ ก็ต้องเป็นหมอด้วย ตามโครงการครูพยาบาล เพื่อช่วยเหลือบรรเทาปัญหาความเจ็บไข้ของชาวบ้าน ซึ่งต้องผ่านการอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการทำคลอดฉุกเฉินด้วย เนื่องจากชุมชนแห่งนี้ไม่มีโรงพยาบาล หากต้องไปโรงพยาบาลต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง จึงไม่แปลกที่ครู ตชด.ก็ต้องทำหน้าที่เป็นหมอด้วย
 
              "ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ก็ช่วยทำคลอดฉุกเฉินไป 2-3 รายแล้ว เคยมีอยู่กรณีหนึ่งต้องพาหญิงท้องแก่ลงไปส่งที่โรงพยาบาล แต่เกิดปวดท้องระหว่างทางลงเขา ซึ่งตอนนั้นฝนก็เริ่มตกเลยต้องทำคลอดระหว่างทาง แรกๆ ก็ตื่นเต้นและตกใจนิดหน่อย แต่ได้เตรียมอุปกรณ์ทำคลอดไปด้วย จึงพยายามทบทวนถึงการอบรมการทำคลอดที่ผ่านมา ก็สามารถช่วยทำคลอดได้สำเร็จ แล้วพาแม่และเด็กไปส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย" ร.ต.ท.สุรัตน์เล่าถึงความประทับใจ
 
              กว่า 16 ปีแล้วที่ ร.ต.ท.สุรัตน์ ทิ้งปืนมาจับชอล์กเขียนกระดานดำสอนเด็กชาวเขาได้บอกถึงอนาคตครู ตชด.ที่เหลืออยู่อีก 10 ปีว่า ถ้าไม่ถูกย้ายไปไหน ก็จะอยู่ที่นี่จนเกษียณ แม้ว่าจะไม่ค่อยชอบอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปีแบบนี้ อย่างเช้าวันนี้อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส แค่การผิงไฟมันก็ช่วยได้แค่แป๊บเดียว แต่เพื่ออนาคตของชาติ แค่ได้เห็นเด็กๆ ชาวเขาอ่านออกเขียนได้ ก็รู้สึกภูมิใจมากแล้ว แม้จะคิดถึงบ้านเกิดที่ จ.นครปฐม ก็พยายามเจียดเวลากลับไปเยี่ยมพ่อแม่นานๆ ครั้ง
     
              "แต่ละปีได้เห็นพัฒนาของเด็กชาวเขาที่เราสอน จากพูดอ่านเขียนภาษาไทยไม่ได้ เขาก็อ่านออกเขียนได้ เวลาเห็นเด็กๆ จบไป มีงานทำแล้วเรารู้สึกว่าดีใจ เราสอนไปให้เขาประสบความสำเร็จ ไม่ไปสร้างความเดือดร้อน เป็นคนดีของสังคม ไม่ยุ่งกับยาเสพติด" ร.ต.ท.สุรัตน์บอกความตั้งใจ

 

..................

(หมายเหตุ :  ครูตชต. ภารกิจ'หมอดอยสูง'  :  สารพันตำรวจ โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ)