ข่าว

เขื่อนในจีน กับวิถีน้ำโขง

เขื่อนในจีน กับวิถีน้ำโขง

06 ก.พ. 2555

ลุ่มแม่น้ำโขง ทั้งพม่า ลาว ไทย กัมพูชาและเวียดนาม เพิ่งจะผ่านพ้นจากมหาอุทกภัยมาอย่างหมาดๆ ก็ตาม แต่ในเวลานี้ก็มีทีท่าว่าจะต้องมาเผชิญกับภัยแห้งแล้ง

แม้ว่าประเทศที่อยู่ตอนล่างของลุ่มแม่น้ำโขง ทั้งพม่า ลาว ไทย กัมพูชาและเวียดนาม เพิ่งจะผ่านพ้นจากมหาอุทกภัยมาอย่างหมาดๆ ก็ตาม แต่ในเวลานี้ก็มีทีท่าว่าจะต้องมาเผชิญกับภัยแห้งแล้งที่น่าจะมีระดับของความรุนแรงไม่ด้อยไปกว่าที่เคยเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2010 ที่ผ่านมา


 เนื่องจากสถานการณ์ของระดับน้ำในแนวแม่น้ำโขงในเวลานี้ ได้ลดต่ำลงอย่างรวดเร็วเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน ที่ยังผลทำให้ชาวนครเวียงจันทน์ต้องประสบกับความเดือดร้อนอย่างถ้วนหน้า


 ทั้งนี้ ก็เนื่องจากกลุ่มองค์การอนุรักษ์ฯ ทั้งในไทยและพันธมิตรที่อยู่ในต่างประเทศ ต่างเชื่อว่าสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดต่ำลงอย่างมากจนผิดปกติเช่นนี้ ก็เป็นเพราะว่าเขื่อนขนาดใหญ่ 4 แห่งบนแนวแม่น้ำโขงในเขตมณฑลหยุนหนาน กล่าวก็คือเขื่อนมันวาน เขื่อนต้าเฉาซาน เขื่อนเชียงรุ่งและเขื่อนเสี่ยววานนั้น ได้ปิดประตูเขื่อนเพื่อกักเก็บน้ำไว้สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าและสนองน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรในมณฑลหยุนหนานเป็นสำคัญ


 โดยเขื่อนขนาดใหญ่ทั้งสี่แห่งนี้จะต้องกักเก็บน้ำไว้ในปริมาตรรวมกันมากกว่า 17,600 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งก็ถือว่าไม่มากเลยถ้าหากเป็นในช่วงฤดูน้ำหลาก แต่ปัญหาสำหรับในช่วงเวลานี้ก็อยู่ที่ว่าน้ำที่หล่อเลี้ยงแม่น้ำโขงส่วนใหญ่นั้นมาจากการละลายของหิมะจากเทือกเขาทิเบตเท่านั้น ครั้นเมื่อมีเขื่อนขนาดใหญ่ถึง 4 แห่งมาขวางกั้นเพื่อกักเก็บน้ำไว้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า และเพื่อสนองน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรในจีนเป็นด้านหลัก รวมทั้งยังต้องมีการกักเก็บน้ำไว้เพื่อหล่อเลี้ยงตัวเขื่อนไม่ให้เกิดการแตกร้าวด้วยนั้น จึงทำให้การไหลของน้ำที่มาจากการละลายของหิมะดังกล่าวจะสามารถไหลลงมาสู่เขตตอนล่างได้ก็ต่อเมื่อมีการปล่อยน้ำออกจากเขื่อนในจีนเท่านั้น


 แต่ถึงกระนั้น ทางการจีนก็ได้ตอบโต้การกล่าวหาดังกล่าวมาโดยตลอดว่าไม่เป็นความจริงเลยที่เขื่อนขนาดใหญ่ของจีนคือต้นเหตุของภัยแห้งแล้งในเขตตอนล่างของแม่น้ำโขง เพราะปริมาตรน้ำที่ไหลจากเขตจีนลงสู่แม่น้ำโขงทั้งสาย คิดเป็นสัดส่วนเพียง 16% ของปริมาตรน้ำทั้งหมดตลอดปีเท่านั้น
 ยิ่งไปกว่านั้น ทางการจีนก็ยังได้เน้นย้ำด้วยว่า เขื่อนในจีนสามารถที่จะช่วยบรรเทาภัยแห้งแล้งและภัยน้ำท่วมให้กับเขตตอนล่างอีกต่างหาก เพราะเขื่อนในจีนสามารถที่จะกักเก็บน้ำไว้ได้ในปริมาตรมากๆ โดยไม่ปล่อยน้ำลงมายังเขตตอนล่างในฤดูน้ำหลาก ส่วนในช่วงหน้าแล้งก็ยังจะสามารถปล่อยน้ำลงมาสู่เขตตอนล่างได้อีกต่างหาก เพราะฉะนั้นเขื่อนในเขตจีนจึงมีผลประโยชน์ต่อเขตตอนล่าง มากกว่าผลกระทบในด้านลบนั่นเอง


 อย่างไรก็ตาม สภาพของระดับน้ำที่ลดต่ำลงอย่างมากในเขตตอนล่างของแม่น้ำโขงในเวลานี้ ก็น่าจะสามารถลบล้างการกล่าวอ้างถึงสรรพคุณดังกล่าวของเขื่อนในเขตจีนได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าจนถึงทุกวันนี้จะยังคงไม่มีใครหรือฝ่ายใดได้ทำการศึกษาหาความจริงที่โต้เถียงไม่ได้ก็ตาม


 นอกจากนี้ จะต้องไม่ลืมด้วยว่า ทางการจีนไม่ได้มีเพียงเขื่อนขนาดใหญ่ 4 แห่งที่ว่านี้เท่านั้น หากยังได้วางเป้าหมายที่จะก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่บนแนวแม่น้ำโขงในเขตจีนเพิ่มขึ้นอีก 4 โครงการเป็นอย่างน้อย เพื่อทำให้สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าให้ได้รวมกันทั้งสิ้นถึง 25,000 เมกะวัตต์อีกด้วย


 ประเด็นก็คือ หากจีนยังคงมีอิสระที่จะสร้างเขื่อนและกักเก็บน้ำได้ตามใจชอบเช่นนี้ต่อไปย่อมหมายถึงการกักเก็บน้ำไว้ในปริมาณมากในช่วงหน้าแล้ง อันจะทำให้แม่น้ำโขงกลับกลายเป็นเพียงร่องน้ำอันตื้นเขินเท่านั้น แต่ในทางตรงกันข้าม เขื่อนยักษ์เหล่านี้ของจีนกลับจะยังผลให้เกิดน้ำท่วมที่หนักมากขึ้นในช่วงหน้าฝน เนื่องเพราะจะต้องมีการปล่อยมวลน้ำอย่างมหาศาลลงมาในเขตตอนล่างนั่นเอง!!!