
ดักทางเกม 'กลุ่มต้านแม้ว'
ในที่สุด ความเคลื่อนไหวของกลุ่มนิติราษฎร์ ก็กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองขึ้นมาทันควัน
ในที่สุด ความเคลื่อนไหวของกลุ่มนิติราษฎร์ ก็กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองขึ้นมาทันควัน
เมื่อกลุ่มนิติราษฎร์ ไม่ได้แตะเฉพาะ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพื่อไม่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนำเอามาเป็นเครื่องมือทางการเมืองได้ง่าย อย่างที่หลายคนคิดและเฝ้าติดตามสถานการณ์เท่านั้น
หากแต่ยังมีความพยายามที่จะเสนอแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 หมวดที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ อีกถึง 7 ประเด็น ซึ่งเป็นเรื่องมิบังควรมาแต่ไหนแต่ไร นี่ต่างหากที่ทำให้กระแสต่อต้านลุกฮืออยู่ในเวลานี้
จริงอยู่, แม้ที่มาของการปลุกเร้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง จะมาจากพรรคฝ่ายค้าน อย่าง ประชาธิปัตย์ และกลุ่มการเมืองขาประจำ หรือกลุ่มที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทย และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่แล้วก็ตาม
แต่ว่าประเด็นอันล่อแหลมต่อการละเมิดสถาบันเบื้องสูงเช่นนี้ ต่อให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่เล่นด้วย ก็ยังจะมีคนออกมาลุกฮือต่อต้านไม่ต่างกัน เรื่องนี้ถ้าใครไม่หลับหูหลับตาอยู่ในสังคมไทยก็จะรู้ดี
เพียงแต่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์ ไวต่อกระแสและความอ่อนไหวในเรื่องทำนองนี้อยู่แล้ว จึงขี่กระแสได้อย่างทันท่วงที โดยที่ไม่ต้องรีรออะไรเลยก็ว่าได้
จึงไม่แปลก ที่เมื่อวันที่ 31 มกราคม 'ตู่' จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดง จะออกมาแสดงความเห็นให้กลุ่มนิติราษฎร์ยุติเคลื่อนไหว
โดยเริ่มจากชี้ประเด็นเพื่อหาเหตุผลว่า กลุ่มที่สูญเสียอำนาจ อาจจะหยิบยกเอามาตรา 112 มาใช้เป็นเหตุกระทำการรัฐประหาร เห็นได้จากมีความพยายามโยงเอารัฐบาล กลุ่มนิติราษฎร์ พรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดง เข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ ยังกล่าวด้วยว่า ตนไม่อยู่ในสถานะที่จะบอกว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ตนขอเสนอในฐานะคนไทยคนหนึ่งต่อกลุ่มนิติราษฎร์ว่า ข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์ทั้งหมดนั้น สังคมได้รับทราบแล้ว แต่ตนเห็นว่า หากยังคงเดินในแนวทางนี้ต่อไป อาจจะเป็นเหตุให้กลุ่มผู้ที่สูญเสียอำนาจนั้น ใช้เป็นเหตุในการโค่นล้มระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง ดังนั้น ตนจึงอยากขอให้ทบทวน และเรื่องนี้จะไม่มี ส.ส. หรือ ส.ว.แม้แต่คนเดียวที่จะกล้ายกมือให้
"ถ้าภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ที่ศาลโลกจะตัดสินกรณีชายแดนไทย-กัมพูชา แล้วหากปรากฏว่าประเทศไทยแพ้ จะมีการนำเรื่องนี้ไปรวมกับกรณีการแก้ไขมาตรา 112 จนนำพาไปสู่การโค่นล้มระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น เมื่อเส้นทางแห่งความเป็นจริงเป็นเช่นนั้น ก็รู้สึกเห็นใจที่กลุ่มนิติราษฎร์ไม่ควรที่จะเดินหน้าต่อไป แต่สุดท้ายแล้วจะใช้ดุลยพินิจอย่างไรนั้น ถือเป็นเรื่องของกลุ่มนิติราษฎร์"



