
เจ้าชายอังกฤษร่วมภารกิจกองทัพ!
เจ้าชายวิลเลียม แห่งราชวงศ์อังกฤษ ทรงร่วมปฏิบัติภารกิจกับกองทัพ ที่หมู่เกาะฟอล์คแลนด์ ท่ามกลางความตึงเครียดกับอาร์เจนติน่า หลังอังกฤษส่งเรือพิฆาตมูลค่า 5 หมื่นล.มาประจำการณ์ก่อนหน้านี้
3 ก.พ. 55 กระทรวงกลาโหมของอังกฤษ แถลงว่า การส่งเจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ พระชนมายุ 29 ชันษาไปยังหมู่เกาะที่เป็นข้อพิพาทในเซาท์ แอตแลนติกแห่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติภารกิจปกติ ในฐานะนักบินค้นหาและกู้ภัยของกองทัพอากาศ แต่กำหนดเวลาของภารกิจได้ก่อให้เกิดความตึงเครียดยิ่งขึ้น เนื่องจากกำลังจะครบรอบ 30 ปี ของสงครามชิงหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ ระหว่างอังกฤษกับอาร์เจนติน่า ซึ่งปัจจุบันหมู่เกาะแห่งนี้อยู่ในความควบคุมของอังกฤษ แต่อาร์เจนติน่าอ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะแห่งนี้
โฆษกกระทรวงกลาโหมของอังกฤษ ได้ยืนยันว่า เรืออากาศเอกเวลส์ ซึ่งหมายถึงเจ้าชายวิลเลียม ทรงร่วมทีมค้นหาและกู้ภัย หรือ เอสเออาร์จำนวน 4 นาย ได้เดินทางถึงหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ เพื่อเข้าประจำการและปฏิบัติภารกิจในช่วงเวลาอันสั้น ตอนที่อังกฤษประกาศเรื่องนี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน อาร์เจนติน่าได้ตอบโต้ทันทีว่าเป็นการกระทำที่ยั่วยุ และกระทรวงต่างประเทศ ได้กล่าวเสียดสีในสัปดาห์นี้ว่า เจ้าชายวิเลียมเสด็จยังเกาะหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ในคราบของผู้พิชิต
ความตึงเครียดยิ่งเพิ่มสูงขึ้น เมื่ออังกฤษประกาศส่งเรือพิฆาต เอชเอ็มเอส ดอนท์เลสส์ ที่ได้ชื่อว่าใช้เท็คโนโลยีล้ำสมัย เข้าไปประจำการใกล้กับหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ แม้เจ้าหน้าที่ทางทหารจะยืนยันว่าเป็นการเข้าไปประจำการตามปกติก็ตาม แต่รองประธานาธิบดี อามาโด้ บูดู ของอาร์เจนติน่า ระบุว่า อังกฤษใช้เรื่องหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ มาดึงดูดความสนใจของสาธารณชนจากปัญหาการว่างงานที่สูงจนเข้าขั้นวิกฤติ ซึ่งถือเป็นการเล่นการเมืองภายใน เพื่อปกปิดผลงานที่ด้อยประสิทธิภาพของรัฐบาล
หมู่เกาะฟอล์คแลนด์ ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่ประมาณ 3 พันคน อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ มาตั้งแต่ปี 2376 แต่เมื่อวันที่ 2 เมษายน ปี 2525 รัฐบาลทหารของอาร์เจนติน่า ในสมัยนั้น ได้ส่งกำลังเข้าบุกหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ ที่อาร์เจนติน่า เรียกว่า มัลวินัส ทำให้เกิดสงคราม 74 วัน ที่ทำให้อังกฤษสูญเสียทหาร 255 นาย อาร์เจนติน่า 255 นาย และชาวเกาะอีก 3 คน
อังกฤษยังคงยืนยันการอ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะแห่งนี้ และประกาศจะปกป้องไปจนตราบนานเท่าที่ประชาชนบนเกาะยังต้องการเป็นส่วนหนึ่งของอังกฤษ ขณะที่กระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า เจ้าชายวิลเลียมเพียงแต่เข้าร่วมภารกิจของกองทัพอากาศ และไม่ได้เสด็จอย่างเป็นทางการในฐานะดยุคแห่งเคมบริดจ์แต่อย่างใด แต่เป็นในฐานะนักบินของทีมเอสเออาร์ล้วน ๆ
เจ้าชายวิลเลียมทรงสอบผ่านการเป็นนักบินค้นหาและกู้ภัยของกองทัพอากาศ เมื่อเดือนกันยายน ปี 2553 และทรงเริ่มปฏิบัติงานที่ฐานทัพในแคว้นเวลส์ โดยทรงขับเฮลิคอปเตอร์ไปทรงช่วยทหารเรือที่ตกอยู่ในอันตราย หรือนักเดินทางที่ติดอยู่บนภูเขา ส่วนเจ้าหญิงแคทเธอรีน พระชายา ซึ่งทรงเสกสมรสด้วยอย่างยิ่งใหญ่เมื่อปีที่แล้ว จะทรงออกงานสาธารณะเพียงลำพังในระหว่างที่พระสวามีอยู่ที่หมู่เกาะฟอล์คแลนด์
เจ้าหญิงแคทเธอรีน พระชนมายุ 30 ชันษา จะเสด็จร่วมงานนิทรรศการภาพของลูเซียน ฟรอยด์ ศิลปินร่วมสมัยผู้ล่วงลับ ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งรายได้และชื่อเสียง ที่เนชั่นแนลแกลอรี่ ในกรุงลอนดอน วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ก่อนจะเสด็จเยี่ยมโรงพยาบาลเด็กในเมืองลิเวอร์พูล วันที่ 14 กุมภาพันธ์
ก่อนหน้านี้ ทั้งสองพระองค์ทรงได้รับสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ เป็นสุนัขพันธุ์คอกเกอร์ สแปเนียล เพื่อเอาไว้เป็นเพื่อนเจ้าหญิงแคทเธอรีน ที่สถานที่ประทับใกล้กับฐานทัพอากาศในแองเจิลซีย์ ทางเหนือของเวลส์ ในยามที่เจ้าชายวิลเลียมทรงติดภารกิจ
การปฏิบัติภารกิจของเจ้าชายวิลเลียมทั้งในกองทัพอากาศ มีขึ้นหลังจากทรงร่วมปฏิบัติภารกิจในกองทัพบก และกองทัพเรือ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนจะทรงเป็นองค์ประมุขแห่งราชอาณาจักรและกองทัพ ขณะที่เจ้าชายวิลเลียม พระอนุชา ทรงเคยร่วมปฏิบัติภารกิจกับกองทัพบกในอัฟกานิสถาน เป็นเวลา 10 สัปดาห์ ระหว่างปี 2550-2551 โดยที่สื่อมวลชนไม่ได้ระแคะระคาย อย่างไรก็ตาม กฎมณเฑียรบาลของอังกฤษ ไม่อนุญาตให้เจ้าชายวิลเลียมไปเสี่ยงในอันตรายในสมรภูมิสงครามได้
เมื่อเดือนที่แล้ว อาร์เจนติน่า ได้โน้มน้าวให้บราซิล อุรุกวัย และชิลี เข้าร่วมกลุ่ม " เมอร์โคซูร์ " ที่มีนโยบายไม่ต้อนรับเรือทุกลำที่ติดธงฟอล์คแลนด์ ที่เป็นรูปเกาะและเรืออยู่กับธงยูเนียนแจ็ค สีแดง ขาว น้ำเงิน ของสหราชอาณาจักร ทำให้นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ไม่พอใจ และกล่าวหาประธานาธิบดีคริสติน่า เฟอร์นานเดซ เคอร์ชเนอร์ ของอาร์เจนติน่าว่า มีเป้าหมายที่จะล่าอาณานิคม เพื่อครอบครองหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ ที่ประชาชนต้องการอยู่กับอังกฤษ ซึ่งผู้นำอาร์เจนติน่าได้ตอบโต้ผู้นำอังกฤษว่า เป็นสามัญชนผู้ยึดติดอยู่กับความโง่เขลา
----------
(หมายเหตุ : ปิยรมณ์ : ที่มา - agencies , AP , AFP , EPA)
----------



