
'กิตติรัตน์'ฟุ้งแนวโน้มการลงทุนสดใส
'กิตติรัตน์' เปิดงานมหกรรมการลงทุนเชียงใหม่ 2012 ฟุ้งแนวโน้มการลงทุนสดใส นักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นศักยภาพเศรษฐกิจไทยหลังฟื้นตัวจากน้ำท่วม ชี้ไทยยังเป็นฐานการลงทุนที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
3 ก.พ.55 นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยหลังเป็นประธานพิธีเปิดการจัดงานมหกรรมการลงทุนเชียงใหม่ Chiangmai Invest Fair 2012 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ว่า แนวโน้มการลงทุนในปี 2555 ได้มีโอกาสได้สนทนากับผู้ลงทุนไทยและต่างประเทศโดยเฉพาะสถาบัน จะเห็นได้ชัดว่าขณะนี้ผู้จัดการกองทุนระดับโลกเดินทางมาเมืองไทยมากเป็นพิเศษ จากการพูดคุยจะเห็นได้ชัดว่ามีความเชื่อมั่นในศักยภาพของเศรษฐกิจไทยหลังจากไทยฟื้นตัวจากอุทกภัย หลังจากที่ได้เห็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยแล้วมั่นใจมาก
"ผมกล้าพูดว่าที่เค้าให้ข้อมูลกับเรา ผู้ลงทุนทั่วไปในการหาฐานการลงทุนเป็นเรื่องสำคัญ ประเทศไทยยังคงเป็นฐานการลงทุนที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน ทรัพยากรบุคคล แรงงานที่มีความสามารถ ดังนั้น สิ่งที่ขอเพียงเรื่องเดียวคือให้เราลงทุนเรื่องการป้องกันอุทกภัยจริงจังเพื่อไม่ให้ปัญหาเกิดซ้ำ ส่วนเรื่องหนี้สาธารณะหรือเสถียรภาพทางเศรษฐกิจชัดเจนว่าเราอยูในภาวะที่ดีมาก " นายกิตติรัตน์ กล่าว
สำหรับกรณีเชียงใหม่จะเห็นได้ว่าธุรกิจมีความคึกคัก โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ทุกคนรู้ดีว่าตั้งแต่เดือนธันวาคมจนถึงตอนนี้ห้องพักมีอัตราการเข้าพักสูงเป็นพิเศษ ดังนั้น ศักยภาพเชียงใหม่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวการเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกฯ ที่ยังเปิดให้เที่ยวชมอยู่ รวมทั้งการจัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับที่จัดขึ้นจะทำให้บรรยากาศการลงทุน การท่องเที่ยวจะคึกคักมาขึ้น โดยภาพรวมแล้วเชียงใหม่ยังสดใส
ด้านนายชาญชัย สงวนวงศ บรรณาธิการอำนวยการหนังสือพิมพ์ ข่าวหุ้นธุรกิจ กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมการลงทุนเชียงใหม่แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นพื้นที่การขายและแสดงสินค้า มีกลุ่มพันธมิตร 2 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย สถาบันการเงินและรัฐวิสาหกิจที่นำเสนอบริการทางการเงินที่มีเงื่อนไขพิเศษ และการเสนอเงื่อนไขขายสินค้าเพื่อผู้บริโภคในราคาประหยัด สนองนโยบายรัฐบาลในการลดค่าครองชีพ เพื่อให้ประชาชนชาวเชียงใหม่และใกล้เคียงได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเข้าชม
โดยจะมีทั้งสถาบันการเงินจำนวน 12 ราย ที่มีแคมเปญอย่างหลากหลสบ ทั้งบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด บริษัท กรุงไทย-แอกซ่าประกันชีวิต จำกัด ธนาคารออมสิน ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย รวมถึงกลุ่มบริษัทมหาชนจดทะเบียนและบริษัทชั้นนำ จำหน่ายสินค้าในราคาและเงื่อนไขสุดพิเศษ เช่น กลุ่มสหพัฒน์ฯ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ) เครือมติชน-ข่าวสด โครงการธงฟ้า กรมธนารักษ์ ฯลฯ
นอกจากนี้ ยังมีการปาฐกถาพิเศษ บรรยาย และสัมมนา ที่สนับสนุนโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เอ็ม เอ ไอ หัวข้อที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนและบุคคลทั่วไปที่สนใจติดตามความก้าวหน้าของธุรกิจ
คาด พรก.อีก2ฉบับ จะสรุปผลได้อีกไม่กี่สัปดาห์
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เปิดเผยหลังเป็นประธานพิธีเปิดการจัดงานมหกรรมการลงทุนเชียงใหม่ Chiangmai Invest Fair 2012 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ว่า ผมรู้สึกว่าพรก. 4 ฉบับที่ได้เสนอ จากการอภิปรายทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเห็นตรงกันว่า 2 ฉบับที่ผ่านไปแล้ว มีความจำเป็นเร่งด่วน ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ขณะเดียวกันลักษณะการอภิปรายที่พูดไปอย่างไรก็แล้วแต่ต้องไปวนเวียนเกี่ยวข้องกับอีก 2 ฉบับด้วย เชื่อว่าด้วยภาระกิจทางการเมืองที่ต้องแสดงความห่วงใยและให้ข้อสังเกตรัฐบาล แต่ผมว่าท่านที่ติดตามจะเห็นได้ชัดว่าเป็นที่ยอมรับว่าพรก.ทั้ง 4 ฉบับเกี่ยวข้องกัน
ดังนั้น ในกระบวนการอีก 2 ฉบับที่กำลังดำเนินการอยู่ในขั้นการพิจารณาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ดีหรือการนำไปสู่ผลในทางปฏิบัติ ผมมั่นใจว่าทุกฝ่ายเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
"ผมขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่าในกระบวนการของประเทศเราที่จะเดินต่อไปในการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะ การเตรียมการระดมเงินเพื่อลงทุนระบบอุทกภัย 3.5 แสนล้าน หรือการจัดตั้งกองทุนประกันภัย 5 หมื่นล้าน รวมทั้งการจัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมจะเป็นก้าวสำคัญน่าจะสรุปผลในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ของให้ทุกฝ่ายมั่นใจ" นายกิตติรัตน์ กล่าว



