
สลด!รถไฟชนกระบะแม่ลูก8ขวบดับ
รถไฟดีเซล พุ่งชน รถกระบะกลางคัน แม่-ลูกสาววัย 8 ขวบดับคาที่ ลูกสาวอีกคนวัย 8 เดือนรอด สามีเป็นคนขับอาการสาหัส คนงานลาวนั่งกระบะโดดหนีทันรอดหวุดหวิดเจ็บเล็กน้อย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 3 ก.พ. 55 พ.ต.ท.มนัสชัย วีระภักดี สารวัตรเวร สภ.มะเริง อ.เมือง จ.นครราชสีมา รับแจ้งเกิดเหตุรถไฟดีเซลราง เดินทางจากจังหวัดสุรินทร์ มุ่งหน้าสู่ กรุงเทพฯ พุ่งชนรถกระบะที่บริเวณทางข้ามทางรถไฟ บ้านสารพี หมู่ที่ 3 ต.มะเริง อ.เมือง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทันที 2 ราย บาดเจ็บอีก 3 ราย จึงรายงาน พ.ต.ท.สรวิศ เพ็ชรคำ สารวัตรใหญ่ สภ.มะเริง จากนั้นจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถาน เพื่อเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ และเคลื่อนย้ายรถกระบะที่จอดขวางรางรถไฟ เพื่อให้รถไฟขบวนดังกล่าวสามารถเดินทางไปยังจุดหมายต่อไปได้ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง รถไฟจึงสามารถเดินทางต่อไปยังกรุงเทพฯ ได้
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ แคป สีเขียว หมายเลขทะเบียน ถล 7522 กทม. สภาพถูกรถไฟดีเซลราง ขบวนที่ 234 สุรินทร์ - กทม. ชนเข้ากลางคันรถด้านซ้าย แรงกระแทกทำให้ตัวรถพับไปครึ่งคันกระเด็นตกอยู่ด้านข้างรางรถไฟ มีผู้โดยสารที่เดินทางมากับรถกระบะเสียชีวิตทันที 2 ราย ประกอบด้วยนางสกาวรัตน์ จันสถิ อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 2 หมู่ที่ 9 ต.แหลมกลัด อ.เมืองตราด จ.ตราด และเด็กหญิงแม็กกี้ อายุ 8 ขวบ บุตรสาวของนางสกาวรัตน์
นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย ประกอบด้วย นายแอ ครโสภา อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 452 หมู่ที่ 2 ต.ธาตุพนมเหนือ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม คนขับและเป็นสามีของนางสกาวรัตน์ ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก และอวัยวะหลายส่วนได้รับแรงกระแทกเป็นรอยช้ำเขียว , เด็กหญิงแพม อายุ 8 เดือน บุตรสาวของนางสกาวรัตน์ ได้รับบาดเจ็บศรีษะแตก และนายสม บุตรทวงศ์ อายุ 29 ปี แรงงานต่างด้าวชาวลาว ซึ่งนั่งมาหลังกระบะได้รับบาดเจ็บเป็นแผลถลอกบริเวณแขนและขาเล็กน้อย เนื่องจากกระโดดลงจากกระบะรถก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถานเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราช
สอบถามนายสม บุรทวงศ์ แรงงานต่างด้าวชาวลาว ที่กระโดดลงจากรถกระบะก่อนที่จะเกิดเหตุให้การว่า นั่งรถยนต์กระบะมากับครอบครัวของนายแอ รวม 5 คน ทั้งหมดเพิ่งย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านสารพี เพื่อรับเหมาก่อสร้างต่อเติม โรงพยาบาล ป.แพทย์ ภายในตัวเมืองนครราชสีมา เพื่อเดินทางไปทำงานที่โรงพยาบาล โดยครอบครัวของนายแอ ทั้งหมดนั่งอยู่ภายในรถ ส่วนตนนั่งอยู่ที่กระบะด้านหลัง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางข้ามทางรถไฟ นายแอ ได้ขับรถข้ามทางรถไฟโดยไม่ทันเห็นขบวนรถไฟที่กำลังวิ่งผ่านมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งตนเห็นดังนั้นก็ได้ร้องตะโกนบอกให้ระวังรถไฟพร้อมกับกระโดดหนีลงจากรถกระบะอย่างรวดเร็วทำให้รอดชีวิตอย่างหวุดหวิด ก่อนที่ขบวนรถไฟจะพุ่งเข้าชนรถกระบะอย่างจังจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ด้าน พ.ต.ท.สรวิศ เปิดเผยว่า สันนิษฐานในช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงเช้าตรู่ และมีหมอกลงทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นของคนขับรถไม่ชัดเจน ประกอบกับคนขับเป็นคนต่างถิ่นไม่รู้เวลาที่รถไฟจะผ่านมา อีกทั้งทางข้ามทางรถไฟดังกล่าวไม่มีสัญญาณเตือนและคนขับเร่งรีบที่จะเดินทางไปทำงานจึงเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุน่าสลดขึ้น



