
'บช.น.'กวาดล้างยาเสพติด18ชุมชน
'บช.น.' แถลงข่าวปิดล้อมตรวจค้นยาเสพติด 18 ชุมชนเป้าหมาย รวบผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 60 ราย พร้อมยึดของกลางอื้อ ลั่นเดินหน้ามาตรการเชิงรุก สืบสวนปราบปรามอาชญากรรม-ยาเสพติด-การบังคับใช้กฎหมาย
3 ก.พ.55 พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.มานิตย์ วงศ์สมบูรณ์ พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รรท.รองผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ อรัญวัฒน์ รองผบก.น.3 ร่วมกันแถลงข่าวผลการปิดล้อมตรวจค้นชุมชนเป้าหมาย เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ในพื้นที่บก.น.1-9 จำนวน 18 แห่ง ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร
พล.ต.ท.วินัย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 3 ก.พ. ตนได้สั่งการให้พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รรท.รองผบช.น. ควบคุมการปฏิบัติรับผิดชอบในการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการที่บช.น. ระดมปิดล้อมตรวจค้นชุมชนในพื้นที่บก.น.1-9 จำนวน 18 แห่ง เพื่อป้องกันและปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งผลการตรวจค้นสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดได้ทั้งสิ้น 60 คน แบ่งเป็นคดีจำหน่ายยาเสพติดจำนวน 14 คน ครอบครองเพื่อจำหน่าย 12 คน เสพยาเสพติด 31 คน จับกุมตามหมายจับยาเสพติดค้างเก่า 3 คน ผู้ต้องหาครอบครองอาวุธปืน 9 คน นอกจากนี้ยังตรวจยึดของกลางเป็นยาบ้าได้ 1,472 เม็ด ยาไอซ์ 39 กรัม กัญชา 2 ห่อ อาวุธปืน 6 กระบอก และเครื่องกระสุน 178 นัด
พล.ต.ท.วินัย กล่าวอีกว่า สำหรับคดีที่น่าสนใจเป็นผลงานการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.หนองจอก พื้นที่บก.น.3 ซึ่งสามารถจับกุมตัวนายกิตติพันธ์ แป้นอ้อย อายุ 25 ปี และนายฐานันดร คงจันทร์ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาลักลอบจำหน่ายยาเสพติดและมีอาวุธปืนอาก้าไว้ในความครอบครอง โดยขยายผลมาจากการจับกุมผู้เสพรายย่อย การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ต้องหาในคดียาเสพติดมีอาวุธที่ร้ายแรงพร้อมที่จะใช้ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา หลังจากนี้จะส่งอาวุธปืนไปทำการตรวจสอบที่กองพิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบว่าเคยนำไปใช้ก่อคดีมาก่อนหรือไม่
พล.ต.ท.วินัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ประชาชื่นและสน.ทุ่งสองห้อง ยังได้ร่วมกันทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุปล้นทรัพย์ต่อเนื่องได้ 3 ราย ประกอบด้วยนายเบ็นซ์(นามสมมติ)อายุ 16 ปี นายเพชร(นามสมมติ) อายุ 16 ปี และนายนิว(นามสมมติ)อายุ 17 ปี ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายร่วมกันก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งทั้งในท้องที่สน.ทุ่งสองห้อง สน.ประชื่น สน.ทองหล่อ และสน.บุคคโล ก่อนหน้านี้ได้รับการประกันตัวออกมา แต่ก็กลับมาก่อเหตุซ้ำอีก นอกจากนี้แนวทางการสืบสวนยังทราบว่าน่าจะอยู่ในแก็งเดียวกันกับผู้ต้องหาที่ชิงทรัพย์ลูกชายของพ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.3 และลูกชายนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ หลังจากนี้จะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนในท้องที่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
'นครบาล'พร้อมเดินหน้ามาตรการเชิงรุก
พ.ต.อ.ปรีดา สถาวร โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การปราบปรามปัญหาอาชญากรรมและการจัดระเบียบสังคมว่า สืบเนื่องจากวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. ได้เรียกประชุมระดับ รองผบช.น. ที่ดูแลงานด้านสืบสวนและฝ่ายป้องกันปราบปราม รองผู้บังคับการ รองผกก.ฝ่ายป้องกันปราบปราม ฝ่ายสืบสวนทุกสถานีตำรวจ และหน่วยสนับสนุนอย่างกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(บก.สปพ.) วางกรอบการทำงานปราบปรามปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นวาระแห่งขาติที่สำคัญของรัฐบาล รวมทั้งปัญหาอบายมุขและอาชญากรรมที่เกิดขึ้นทั้งหมด
" ตำรวจนครบาลได้กำหนดกรอบการทำงานเป็น 4 ด้าน ด้านแรกเป็นการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมพื้นฐาน รวมทั้งงานสืบสวน จะเน้นงานอาชญากรรมที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ด้านที่2เป็นนโยบายที่เน้นการปราบปรามยาเสพติด ด้านที่3 คือเรื่องการจัดระเบียบสังคมและ ด้านที่4 คืองานตำรวจชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ โดยสาเหตุที่ต้องแบ่งออกเป็น 4 ด้านเพราะที่ผ่านมามีผลการจับกุมและขยายผลผู้ต้องหาได้หลายราย ปรากฏว่าคดีอาชญากรรมมีความเกี่ยวเนื่องกันกับยาเสพติด รวมทั้งเรื่องการจัดระเบียบสังคมโดยเน้นสถานบริการ และบ่อนการพนันต่างๆ จึงมีการกำหนดนโยบายเพื่อให้ดำเนินการควบคู่ไปพร้อมๆกัน " พ.ต.อ.ปรีดา กล่าวและว่า
ส่วนเรื่องชุมชนและมวลชนสัมพันธ์เป็นการแสวงหาความร่วมมือกับภาคประชาชน โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติดหากได้รับการแจ้งเบาะแสก็จะทำให้การปราบปรามมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมพื้นฐาน ผบช.น.มอบหมายให้ พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ รองผบช.น.รับผิดชอบดูแล และให้ พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผบช.น.ดูแลงานด้านสืบสวนสอบสวน ส่วนเรื่องการควบคุมระบบสายตรวจได้มอบหมายให้รองผกก.ป.ลงไปควบคุมดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สายตรวจ ทุกสถานีต้องมีการระดมกำลังสายตรวจในโรงพัก ระดับกองบังคับการ ผบก.จะต้องพิจารณาว่ามีเหตุอาชญากรรมเกิดขึ้นน้อย แต่มีกำลังพลมากจะต้องจัดกำลังไปดูแลโรงพักที่มีอาชญากรรมมาก แต่มีกำลังพลน้อย
ด้าน พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. เน้นย้ำให้ทุกโรงพักไปฝึกกำลังพลทบทวนด้านยุทธวิถีและการก้าวสกัดจับ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดขณะปฏิบัติหน้าที่ การแสวงหาความร่วมมือจากพนักงานรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะหมู่บ้านจัดสรร อย่างกรณีที่เกิดขึ้นที่ย่านสายไหม ก็ได้เข้าไปประชุมชี้แจงกับรปภ.ให้เข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย
โฆษกนครบาล กล่าวต่อว่า งานด้านสืบสวนที่มี พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ เป็นผู้รับผิดชอบ ได้เน้นย้ำ ทุกพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนรับผิดชอบจะต้องทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข ให้เกิดความปลอดภัยจากคดีต่างๆ ฝ่ายสืบสวนได้เน้นให้ทุกสถานีตำรวจเก็บรวมรวมข้อมูล CCTV ให้เป็นข้อมูลท้องถิ่นของสถานีตำรวจ เพราะผลการจับกุมคดีสำคัญส่วนใหญ่ได้มากล้องวงจรปิด และเน้นย้ำให้แต่ละสถานีเก็บรวบรวมข้อมูลว่าแต่ละจุดมีการติดกล้อง CCTV ของสถานที่ราชการ กรุงเทพมหานคร หรือภาคเอกชน กี่กล้อง ตรวจสอบว่าใช้ได้หรือไม่ เมื่อเกิดคดีจะสามารถนำมาตรวจสอบได้ทันที รวมทั้งเร่งรัดการจับกุมหมายจับคดีค้างเก่า ด้านที่ 2 ด้านการปราบปรามยาเสพติด
" จุดที่เน้นคือการจับกุมผู้ค้ารายย่อย โดยสืบสวนขยายผลจากผู้เสพ ถึงแม้จะมีผู้ค้ารายใหญ่แต่เพราะถ้าไม่มีผู้ค้ารายย่อยคอยกระจายยาเสพติดในชุขนต่างๆปัญหายาเสพติดก็จะลดลงไปได้ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งที่ผ่านมาทางบช.น.ก็ไดมีการสุ่มตรวจปัสสาวะเจ้าหนาที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง และตำรวจที่อาจจะไปเอื้ออำนวยกับขบวนการยาเสพติด ให้มีการตรวจสอบและดำเนินการอย่างเด็ดขาด และการขอความร่วมมือจากอพาร์ทเม้นท์หรือห้องเช่าต่างๆ ให้ช่วยแจ้งเบาะแส หากพบสิ่งผิดปกติ " โฆษกนครบาล กล่าวและว่า
งานด้านการบังคับใช้กฎหมายได้เน้นย้ำเรื่องกฎหมายการยึดทรัพย์ เพื่อถอนรากถอนโคนขบวนการค้ายาเสพติด เรื่องที่ 3 การจัดระเบียงสังคม มีพื้นที่เป้าหมายที่ทางบช.น.กำหนด 8 ประเภท ที่เน้นย้ำคือเรื่องสถานบริการและสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายกัน ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการ โดยบช.น.จะกำหนดให้มีการปิดล้อมตรวจค้นบก.น.1-9 สัปดาห์ละ 1 ครั้ง สถานบริการก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นใน 1 สัปดาห์ก็จะมีการตรวจค้นจุดใหญ่ๆในกรุงเทพมหานครประมาณ 20 แห่ง
เรื่องสุดท้ายคือเรื่องงานตำรวจชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ พล.ต.ท.วินัย ได้มีโครงการ “1ตำรวจ 4 อาสา” เพื่อแสวงหาความร่วมมือจากประชาชนในการปราบปรามยาเสพติด โดยเน้นย้ำให้ตำรวจชุมชนสัมพันธ์มีส่วนสนับสนุนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด สำหรับการดำเนินงานทั้ง 4 กรอบ พล.ต.ท.วินัย ได้มอบหมายให้รองผบช.น. ลงไปดูแลในแต่ละบก.ที่รับผิดชอบ และได้มอบนโยบายให้กับตำรวจทุกหน่วย ปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตสำนึก ไม่ใช่ทำเพราะถูกบังคับเพื่อประคับประคองสังคมให้อยู่ได้ต่อไป
(ภาพ : จากแฟ้มข่าว)



