
'เขมร'ทะลักไทยหวั่นกระทบมั่นคง
'เขมร'ทะลักไทยหวั่นกระทบความมั่นคง : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ
ปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง ยังเป็นปัญหาโลกแตกที่รัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้หมดไปได้ ล่าสุดกองบัญชาการกองทัพไทยลงพื้นที่เยี่ยมการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องตามแนวชายแดนไทยด้าน จ.สระแก้ว และรับทราบถึงปัญหาการหลบหนีเข้าเมืองของชาวกัมพูชายังเป็นปัญหาอันดับต้นๆ ที่น่าปวดหัวที่สุด ซึ่งต้องเร่งแก้ไขก่อนจะกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
พ.อ.ม.ล.ประวีร์ จักรพันธุ์ ผบ.ฉก.ทพ.12 กกล.บูรพา อรัญประเทศ จ.สระแก้ว รับผิดชอบดูแลพื้นที่ อ.ตาพระยา และอ.โคกสูง มีภารกิจหลักในการป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยของกองกำลังต่างชาติ การสกัดกั้นปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติดและของหนีภาษี รวมถึงการขจัดปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อประเทศเพื่อนบ้านนั้น ยอมรับว่า ทุกวันนี้ต้องสูญเสียกำลังพลและเสียเวลาไม่น้อยในการจับกุมชาวกัมพูชาที่หลบหนีเข้าเมืองไทย ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สระแก้ว ซึ่งสภาพทางภูมิศาสตร์เป็นที่ราบ ไม่มีสิ่งกีดขวางตามธรรมชาติ ประกอบกับระยะทางติดเขตแดนยาวถึง 165 กม. เจ้าหน้าที่ดูแลได้ไม่ทั่วถึง
ส่วนสาเหตุที่มีผู้หลบหนีเข้าเมืองจำนวนมากนั้น พ.อ.ม.ล.ประวีร์ มองว่า มีต้นตอมาจากความยากจนของประเทศกัมพูชา ประกอบกับระบบเศรษฐกิจในประเทศไทยก็ปั่นป่วน นายทุนต้องการแรงงานราคาถูก เมื่อสองปัจจัยรวมกันจึงเป็นเหตุให้มีการหลบหนีเข้าเมืองอยู่ทุกๆ วัน
ขณะที่ พ.ต.ท.เพิ่มศักดิ์ ตาตะนันท์ รอง ผกก.ตชด.12 ค่ายเจ้าพระยาราชสุภาวดี (สิงห์ สิงหเสนี) อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว กล่าวว่า จากสถิติการจับกุมแรงงานเถื่อนชาวกัมพูชา และมีการผลักดันนำส่งกลับภูมิลำเนาผ่านด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ มีมากถึงเฉลี่ยวันละ 300 คน หรือเดือนละ 9,000 คน นอกจากนี้ยังมีส่วนที่หลบซ่อนอยู่ตามสถานที่ต่างๆ เช่น โรงงาน สถานประกอบการ ร้านอาหาร อาบอบนวด ร้านคาราโอเกะ โรงแรม ร้านค้าทั่วไป และกรรมกรขายแรงงาน ที่หลบซ่อนอยู่ตามสวนไร่นาอีกจำนวนมาก กระจายอยู่ทั่วประเทศไทย
“ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา สามารถจับชาวกัมพูชาที่หลบหนีเข้าเมืองได้กว่า 3,000 คน จับกันทุกวันก็ไม่หมดสักที บางราย 2 อาทิตย์จับได้ถึง 3 ครั้งก็มี พอจับเสร็จก็นำตัวส่ง ตม.เพื่อผลักดันกับประเทศ แต่เขาก็กลับมาใหม่ บอกตามตรง ผมไม่อยากกักตัวเขาไว้นาน เพราะไม่มีงบประมาณพอที่จะเลี้ยงดู แต่พวกเขาไม่กลัวการจับกุมเลยแม้แต่น้อย” พ.ต.ท.เพิ่มศักดิ์ กล่าว
สำหรับเส้นทางลักลอบเข้าเมืองไทยของแรงงานกัมพูชานั้น ไม่ยากและซับซ้อน ยังคงเป็นวิธีและขั้นตอนเดิมๆ โดยชาวกัมพูชาที่อยากเดินทางเข้ามาในประเทศไทยก็เพียงติดต่อนายหน้าชาวกัมพูชาบริเวณชายแดนไทย จ.สระแก้ว ซึ่งมีอยู่กว่า 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นหญิงวัยกลางคน สามารถพูดภาษาไทยได้ชัดเจน มีหนังสือเดินทาง สามารถเข้าเมืองได้ถูกต้องตามกฎหมาย
แล้วนายหน้าชาวกัมพูชาจะพาเดินทางจากปอยเปต อ.โอโจรว จ.บันเตียเมียนเจย ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ เข้ามาในตลาดโรงเกลือ จากนั้น จะติดต่อกลุ่มค้าแรงงานเถื่อนคนไทยว่า ต้องพาแรงงานกี่คนไปส่งที่จุดหมายใด โดยเก็บเงินจากผู้ที่ต้องการเดินทางเบื้องต้นหัวละ 500 บาท หลังจากนั้นพาแรงงานเถื่อนมาหานายหน้าคนไทยที่จุดรับ-ส่ง อาจเป็นโรงแรมข้างทาง หรือตามป่าละเมาะ หลังจากนี้แรงงานที่ต้องการเดินทางจะต้องจ่ายเงินเพิ่มให้นายหน้าคนไทยรายละ 1,500-3,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางที่นำไปส่ง
ส่วนใหญ่ขบวนการนี้จะใช้รถตู้-รถกระบะในการเดินทางบนถนนสายรอง เน้นช่วงเวลากลางคืน ปลอดเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ นายหน้าคนไทยจะมีรายได้เที่ยวละ 1-2 หมื่นบาท เดือนละประมาณ 10 เที่ยว หากอยู่ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยว เช่น สงกรานต์ ตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ จะรับส่งทั้งขึ้นทั้งล่องเพิ่มรายได้เป็นทวีคูณ
จะเห็นได้ว่า การลักลอบหลบหนีเข้าเมืองสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้แก่ขบวนการเหล่านี้ รวมถึงเจ้าหน้าที่นอกรีต อีกทั้งกฎหมายการเอาผิดก็ล้าหลัง จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทุกวันนี้ร้านอาหาร แม่บ้าน สาวโรงงาน จะเป็นแรงงานต่างด้าวล้วนๆ เพียงแค่ระบุสเปก แล้วจ่ายเงินให้นายหน้า...แม่บ้าน เด็กเสิร์ฟ สาวแรงงานต่างด้าวก็ส่งตรงถึงหน้าบ้าน ซึ่งอาจเป็นบ่อเกิดของอาชญากรรม การแย่งงานของคนไทย รวมถึงการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งจะบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติในที่สุด
...........
(หมายเหตุ : 'เขมร'ทะลักไทยหวั่นกระทบความมั่นคง : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)



