ข่าว

'ประยุทธ์'รับเครียดหลังชาวใต้ดับ4ศพ

'ประยุทธ์'รับเครียดหลังชาวใต้ดับ4ศพ

02 ก.พ. 2555

“ประยุทธ์” รับเครียดชาวใต้ดับ 4 ศพ ลั่นทหารไม่ใจไม้ไส้ระกำฆ่าปชช. เอ่ยขอโทษญาติเหยื่อใต้ มั่นใจทหารไม่เสียขวัญ พร้อมเดินหน้าดับไฟใต้ต่อ ยันทหารจริงใจไม่โกหก ส่งมทภ.4 แจง เชื่อชาวใต้เข้าใจทหาร วอนอย่าดึงโยงเรื่องอื่น ยันกองทัพแก้ไฟใต้มาถูกทาง หวั่นใต้สูญเส

             เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 ก.พ.ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานปิดล้อมรถกะบะยิงปะทะกับผู้ต้องสงสัยจนมีประชาชนถูกยิงเสียชีวิต 4 ศพ ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานีว่า คิดว่า ผู้ก่อความไม่สงบคงไม่ได้ใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ต้องแยกแยะกันให้ออกในแต่ละเหตุการณ์ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า มีการยิงจากกลุ่มคนดังกล่าวมายังเจ้าหน้าที่หรือไม่

             ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบสวนต้องให้ความเป็นธรรม หากยังพิสูจน์ไม่ได้กลุ่มคนกลุ่มนั้นก็ถือเป็นผู้บริสุทธิ์ และเจ้าหน้าที่ต้องเข้ารับการสืบสวนตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ตนได้รับรายงานจากแม่ทัพภาคที่ 4 ว่า ได้พูดคุยกับทางจังหวัด ประธานอิสลามประจำจังหวัด ชาวบ้าน ขณะนี้ประชาชนเข้าใจถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่อาจจะมีข้อบกพร่อง น่าเสียใจที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยเฉพาะผู้บริสุทธิ์ ตนในฐานะผู้นำกองทัพบกต้องขอโทษกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บด้วยใจจริง และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมถึงจะช่วยเหลือเยียวยาตามกระบวนการกลไกของรัฐ
 
             “ยอมรับว่า เงินเท่าไรก็ไม่สามารถซื้อชีวิตคนได้ ผมเข้าใจดี เพราะผมและทหารทุกคนเป็นมนุษย์ที่มีหัวจิตหัวใจ และทำด้วยใจทั้งสิ้น ที่ทำทุกวันนี้ทำด้วยความอดทน ถึงใครจะว่าอะไร ก็อดทนมาทั้งสิ้น แต่ยอมรับว่า บางครั้งมีอารมณ์บ้าง แต่ผมอยากให้สังคมเข้าใจว่า ทหารไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ ไม่ใช่อยู่ดีๆนึกอยากยิงใครก็ยิงหรืออยากฆ่าใครก็ฆ่า ประชาชนไม่ว่ากลุ่มใดก็ตามคือ คนไทยทั้งสิ้น ต้องเห็นใจทหาร เพราะเขามีอันตรายทุกวันอยู่ท่ามกลางคนที่จะรบทำร้ายเมื่อไรก็ไม่รู้ และถ้าเขาผิดก็ต้องยอมรับผิด เขาสุภาพบุรุษ ลูกผู้ชายอยุ่แล้ว ไม่มีโกหก ผมพูดด้วยความจริงใจทุกอย่าง มันเครียดนะ ทุกวันนี้เครียด ลูกน้องทำงาน 24 ชม.ไม่ใช่ว่า สั่งแล้วปล่อยเลยตามเลย เขาจะตายอย่างไรก็ช่าง ผู้บังคับบัญชาต้องไม่ใช่คนแบบนั้น และย้ำว่า ผบ.ทบ.ไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาไม่มีวิธีการอื่น ถ้ามีวิธีอื่นก็เสนอมา แต่ถ้าไม่มีก็ให้ผมแก้ไป และไม่ใช่ผมคนเดียวต้องมีตำรวจ พลเรือน ทหาร กระทรวง ทบวง กรม ศูนย์อำนวยการบริหารจัดการจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) ไม่ใช่ทหารคนเดียว ขอให้ไปถามศอ.บต.ด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

             พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เชื่อว่ากำลังพลยังมีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานอยู่ เพราะจะไปเกร็งหรือเสียขวัญคงไม่ได้ เพราะทหารฝึกเอาไว้รบ จะท้อแท้ต่อปัญหาไม่ได้ต้องเดินหน้าต่อไป คนที่ลงไปทำงานในภาคใต้ต้องได้รับการฝึก และเรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณี ทั้งนี้ในจ .ปัตตานียังมีการเคลื่อนไหวของขบวนการพวกนี้มาก และเป็นพิเศษ อาจมีแกนนำเข้ามาเคลื่อนไหวจนทำให้เกิดการปะทะบ่อยครั้ง เจ้าหน้าที่ต้องแสดงความพร้อมในการปฏิบัติงาน ประเด็นสำคัญอาจเกิดความเข้าใจผิดเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดในช่วงกลางคืน การแก้ปัญหาภาคใต้ไม่ได้ง่ายเหมือนที่บางคนคิดออกมาในด้านเดียว และมองว่า สิ่งที่ทำมาทั้งหมดล้มเหลวนั้น ไม่น่าจะใช่ ทหารที่ลงไปในพื้นที่ภาคใต้เครียดพอสมควรเพราะเขาทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ระมัดระวังตัวตลอดเวลา โดยฝ่ายตรงข้ามพยายามใช้จุดอ่อนของเรามาทำให้เกิดปัญหาระหว่างประชาชนกับทหาร เพราะเขาไม่ต้องการให้มีเจ้าหน้าที่อยู่ เขาจึงพยายามทำทุกอย่าง เพื่อให้ประชาชนกับทหารเข้าใจผิดกัน

             พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอให้แยกแยะเรื่องนี้ออกจากเรื่องอื่น อย่าเอามาพันกัน ส่วนกรณีที่มองว่า ทำไมไม่ใช้ทหารหลักแทนทหารพราน เขาก็คิดกันมาก่อนหน้านี้แล้ว เราแก้ไขปัญหาภาคใต้ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงขณะนี้เป็นเวลา 7 ปี สาเหตุที่ยังไม่จบเพราะมีคนที่มีหัวคิดที่รุนแรง และเรายังไม่สามารถจับกุมได้ทั้งหมด ซึ่งเขาหนีเข้าออกนอกประเทศ จึงยังมีการสั่งการและดำเนินการอยู่ แต่เราพยายามลดทอนขนาดลงไปเรื่อยๆ แต่คนพวกนี้เป็นบุคคลที่ใช้ยุทธวิธีในการก่อการร้ายเข้ามาดำเนินการ ไม่ใช่โจรธรรมดา เขาก็มีวิธีการของเขา และถ้าไม่มีการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือกฎอัยการศึกเราก็จะจับคนพวกนี้ไม่ได้ และถ้าดำเนินการนอกเหนือจากนั้นจะมองว่าเราไปละเมิดสิทธิมนุษยชน ตนเคยพูดว่า มีคนที่คิดไม่ดีอยู่ และโยงใยไปถึงผลประโยชน์ อิทธิพล ของเถื่อน ยาเสพติด การกระทำที่ผิดกฎหมายที่พัวพันกันอยู่จึงต้องค่อยๆแกะและสางมันออกมา ซึ่งเขาอาจนำเรื่องยาเสพติดมาเป็นเครื่องมือให้คนเหล่านี้สร้างความรุนแรง ถ้าไปฟังคนในพื้นที่เขาขอร้องให้ทหารอยู่เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย

             “ผู้ก่อเหตุพยายามให้รัฐขัดแย้งกับประชาชนให้มากขึ้น เพื่อให้องค์กรต่างๆเข้ามาเกี่ยบวข้อง ซึ่งมีบทเรียนมาจากต่างประเทศอยู่แล้ว การพูดในสิ่งต่างๆต้องระวัง ผมไม่สามารถปิดบังสื่อทุกเรื่องได้อยู่แล้ว และเจ้าหน้าที่รัฐก็โกหกไม่ได้ ต้องพูดความจริง ทุกคนเหน็ดเหนื่อยทำหน้าที่ ไม่ว่า ผมอยู่ที่ไหนต้องสามารถสั่งการได้ บางคนกล่าวหาว่า รัฐไม่ทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ ต้องดูว่า ประเทศชาติมีปัญหาเยอะแยะ ต้องค่อยๆแก้กันไป แต่ปัญหาภาคใต้เราให้ความสำคัญเป็นลำดับหนึ่ง คล้ายเป็นสูญเสียอธิปไตยเหมือนกันถ้าเราไม่ระวัง ดังนั้นการแสดงความคิดเห็นอะไรต้องระวัง พูดอะไรออกมาต้องรับผิดชอบคำพูด การดำเนินการของเราอยู่ภายใต้กฎหมายและกฎหมายพิเศษ ถ้าฝ่ายตรงข้ามไม่ใช้อาวุธ เจ้าหน้าที่ก็ใช้อาวุธไม่ได้ แต่ในกรณีนี้มีการใช้อาวุธในช่วงเวลาใกล้เคียงกันหรืออาจเป็นเสียงปืนบริเวณใกล้เคียงต้องสอบสวนกันไป สถานการณ์ในภาคใต้ไม่มีคำว่า สูญเสียดินแดน ถ้าไม่นำเข้าสู่สากล ” ผบ.ทบ. กล่าว

ชาวบ้านร้องขอทนายมุสลิมช่วยเหลือเสนอตั้งกรรมการอิสสระตรวจสอบข้อเท็จจริง

             เมื่อเวลา 11.30 น. นายอนุกูล อาแวปูเต๊ะ ประธานมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดปัตตานี พร้อมทีมทนายความได้เดินทางมาพบกับชาวบ้านหมู่บ้านตันหยงปูโล๊ะ ม.1 ต.ปูโล๊ะปูโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา  โดยชาวบ้านได้ขอให้มูลมูลนิธิฯเข้าไปเพื่อช่วยเหลือ เนื่องจากชาวบ้านไม่มีความรู้ ซึ่งทางมูลนิธิฯพร้อมที่จะให้แนวทางการช่วยเหลือ
  
             นายอนุกูล  กล่าวว่า  ชาวบ้านมีความรู้สึกความแคลงใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชาวบ้านอ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปืนที่อยู่ในรถ เป็นประเด็นต้องหาข้อเท็จจริงพิสูจน์ ลักษณะคดีตำรวจไต่สวนความตาย เป็นขบวนการตอบโต้กัน ข้อเท็จจริงจากชาวบ้านคือจะไปละหมาด เขาไม่รู้เรื่องปืน ถ้าไม่มีข้อยุติเรื่องนี้ กระบวนการกฎหมายจะหาความเป็นธรรมยาก

              "คนที่รอดชีวิตต้องให้ข้อเท็จจริงที่เกิดขี้น  ส่วนข้อเท็จจริงที่เจ้าหน้าที่กล่าวอ้างชาวบ้านก่อเหตุ เพื่อความเป็นธรรมให้กับเจ้าหน้าที่ก็ต้องตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาเพื่อสอบสวนเรื่องให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องให้ความกระจ่างต่อสังคมในเรื่องข้อเท็จจริง และเป็นแนวทางหนึ่งในการที่หาความสงบสันติสุขให้เกิดขึ้นในชายแดนใต้" ประธานมูลนิธิฯ กล่าว

              ด้านนายหามะ บือราเฮง โต๊ะอีหม่ามประจำมัสยิดบ้านตันหยงปูโล๊ะ ต.ปูโล๊ะปูโย และเป็นพ่อของลูกที่ถูกยิงเสีนชีวิตด้วย กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ชาวบ้านไม่ชอบ ไม่เอา แต่ต้องให้จบเป็นครั้งนี้ครั้งสุดท้าย อยากให้หมดสิ้นอย่าให้เกิดที่ไหนอีกเลย  ตนเป็นพ่อผู้ตายทนได้  ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ทุกวันทุกเดือน ชาวบ้านเดือดร้อนหมด ขณะนี้ชาวบ้าน กลัวหมด ไปมัสยิดก็กลัวไปที่ไหนๆก็กลัวหมด

              "ตอนนี้ชาวบ้านอยากได้ความสงบสุข  อยากได้ความเป็นธรรมตามที่รัฐพูดมา ตามที่รัฐบอกว่าให้ความสงบสบายดีเกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตนขอให้สิ่งที่รัฐพูดให้เกิดเป็นจริง  พวกเราชายแดนใต้ จะได้สงบจริงๆ"นายหามะ กล่าว

             นายหามะ กล่าวอีกว่า อยากให้พื้นที่ๆเกิดเหตุการร์ตรงนี้ เป็นพื้นที่สุดท้าย อย่าให้เกิดที่อื่นอีกเลย เพราะถ้าที่นี่แก้ปัญหาไม่ได้ ปัญหาต่างๆก็ไม่จบ  แต่ถ้าการดำเนินการตรงนี้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรมและเป็นธรรมเชื่อและเป็นดีตัวอย่าง เชื่อว่าสถานการณ์ภาคใต้จะต้องเกิดความสงบสุขอย่างแน่นอน

             ขณะเดียวกันทางสำนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี ได้ติดต่อ ผู้บาดเจ็บที่รอดชีวิตประกอบด้าย นายยา ดือราแม กัย นายอับดุลเลาะ นิ เดินทางไปให้ปากคำกับอัยการที่ปัตตานี ในฐานะเป็นผู้กล่าวหาว่าถูกเจ้าหน้าที่กระทำอีกด้วย ซึ่งเพิ่งเริ่มมีการสอบปากคำเป็นครั้งแรก  ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำ เริ่มตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ และช่วงเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ

             สำหรับการตั้งคณะกรรมการเพื่อให้ความเป็นธรรมในเรื่องนี้ ขณะนี้ยังไม่ได้มีการดำเนินการตั้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งชาวบ้านได้รับการประสานงานให้แต่งตั้งภาคประชาชน ซึ่งชาวบ้านกำลังหาบุคคลที่เหมาะสมในการเสนอชื่อ  และนอกเหนือจากตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองแล้ว ควรมีตัวแทนจากทนายความ  ตัวแทนสื่อมวลชน ตัวแทนภาคประชาสังคม โดยเฉพาะคนที่รู้ทางด้านกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หมู่บ้านตันหยงปูโล๊ะ ม.1 ต.ปูโล๊ะปูโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่ชาวบ้านเสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว  ยังคงมีประชาชนชาวไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส เดินทางมาเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจกับชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง และนำขนมปัง น้ำตาล และครื่องอุปโภค บริโภค รวมทั้งเงินมาบริจาคกันตลอดจากวันเหตุการณ์ที่ผ่านมา จากนั้นร่วมฟังตัวแทนในหมู่บ้านได้อธิบายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้มาเยี่ยมต่างเห็นอกเห็นใจกัน และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยให้กำลังต่อสู้ในทางประชาธิปไตย เพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์ พร้อมทั้งอยากให้ผู้รับผิดชอบให้ความเป็นธรรมต่อชาวบ้านที่บริสุทธิ์ด้วย