
'มาร์ค'ชี้สร้างคุกใหม่ดูความจำเป็น
'ผู้นำฝ่ายค้าน' เตือน สร้าง 'คุกซุปเปอร์แม๊กซ์' ต้องดูความจำเป็น ย้ำเงินแก้ปัญหาไม่ได้ พร้อม จี้รัฐบาลหาแนวทางแก้ปัญหานำ ไม่ใช่เอาแต่หาเงินมากอง
2 ก.พ.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีที่กระทรวงยุติธรรมเตรียมเสนอของบประมาณ 3.5 พันล้านบาท จากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม.) เพื่อสร้างเรือนจำใหม่ "ซุปเปอร์แม็กซ์" รองรับนักโทษคดียาเสพติดว่า ต้องดูตามความจำเป็น ซึ่งตนเข้าใจว่า เรื่องของเรือนจำก็มีข้อจำกัดอยู่แต่ต้องดูด้วยว่ารายละเอียดโครงการจะเป็นอย่างไร เพราะปัญหาในเรื่องนี้ไม่ได้มีเรื่องของสถานที่เพียงอย่างเดียว แต่ตัวเจ้าหน้าที่ที่เขาไปเกี่ยวข้อง ก็ต้องดำเนินการอย่างจริงจังและเด็ดขาด ดังนั้นการคิดถึงแต่เรื่องเงินเป็นตัวตั้งจัดสรรงบประมาณ อย่างเดียวแก้ปัญหาไม่ได้
“นี่คือสิ่งที่เรากังวล ถ้ารัฐบาลมองทุกอย่างว่าเงินเป็นตัวตั้งแล้วจะแก้ปัญหาได้มันไม่ใช่ การแก้ปัญหายาเสพติดถ้ามุ่งเฉพาะการปราบปรามเพียงอย่างเดียว จะไม่สามารถแก้ปัญหาอย่างครบวงจรได้ ถ้าจะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนการทำงานในชุมชนต้องทำอย่างต่อเนื่องด้วย " นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวงหรือไม่เพราะขณะนี้เริ่มมีกระแสข่าวว่าจะมีการวิสามัญ เพื่อสะสมแต้มในการสร้างผลงาน ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ต้องออกมาส่งสัญญาณให้ชัดเพื่อลดความรุนแรงและความขัดแย้งในสังคม ผมเป็นห่วงในเรื่องนี้เพราะรู้ว่านักการเมืองบางคนคิดว่าวิธีนี้หาเสียงง่าย เล่นกับความสะใจกับอารมณ์ของประชาชน
“รัฐบาลชุดนี้ควรใช้ความผิดพลาดในยุคที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มาเป็นบทเรียน เพราะ พ.ต.ท.ทักฺษิณ เองก็ยอมรับว่า นโยบายทำสงครามกับยาเสพติดที่ผ่านมาเป็นความผิดพลาดรัฐบาลจึงตองเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ด้วย” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
"มาร์ค" จี้รัฐบาลหาแนวทางแก้ปัญหานำ ไม่ใช่เอาแต่หาเงินมากอง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี ระบุว่า นักลงทุนครึ่งต่อครึ่ง ลังเลที่จะลงทุนในประเทศไทยว่า เป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ได้สะท้อนปัญหาไปยังรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง เพราะจากการที่ตนได้สัมผัสกับนักลงทุนเขาไม่ได้ไม่มั่นใจในเรื่องเงินงบประมาณ แต่ไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะทำอะไร และจะปรับปรุงระบบการบริหารจัดการจากความผิดพลาดในปีที่แล้วได้หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นคำตอบให้รัฐบาลแล้วว่า รัฐบาลแก้ปัญหาโดยทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลลงไปนั้นไม่ใช่คำตอบ เพราะแก้ปัญหาไม่ตรงจุด นักลงทุนต้องการความชัดเจนว่ารัฐบาลจะทำอะไรมากกวาเรื่องเงิน ตนจึงอยากให้รัฐบาลตั้งหลักใหม่เร่งแก้ปัญหาอย่าคิดแต่จะหาเงินมากองในมือตัวเองเพียงอย่างเดียว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการทำ ฟลัดเวย์ หรือ พื้นที่รับน้ำที่จะกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้างจำเป็นต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 ในการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพหรือ ต้องดูรายละเอียดของโครงการและสภาพพื้นที่ว่า จะต้องเปลี่ยนแปลงอย่างไร แต่สิ่งสำคัญคือ การทำความเข้าใจ กับ ประชาชนในพื้นที่ กรณีที่ต้องมีการใช้เป็นพื้นที่รับน้ำจริง ๆจะมีการชดเชยอย่างไรให้สมเหตุสมผลหรือทำเป็นกรณีพิเศษ รัฐบาลไม่ควรปล่อยเวลาผ่านไปโดยไม่เร่งดำเนินการให้แผนงานเป็นรูปธรรม หวังว่าการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13-17 ก.พ.นี้ เพื่อตรวจความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำจะเป็นการแก้ปัญหาและสร้างความชัดเจนจริง ๆ ที่ผ่านมาหลายครั้งที่นายกรัฐมนตรี ไปลงพื้นที่กลับไม่มีการแก้ปัญหาตามมา



