ข่าว

จี้รัฐน้อมนำกระแสพระราชดำริมาปฏิบัติตาม

จี้รัฐน้อมนำกระแสพระราชดำริมาปฏิบัติตาม

02 ก.พ. 2555

"ปราโมทย์" จี้ "รัฐบาล" น้อมนำกระแสพระราชดำริมาปฏิบัติตาม แนะ 3 ข้อ แก้ปัญหาอุทกภัย เผย หลักสำคัญสู้น้ำ นำภัยธรรมชาติมาเป็นครู ชี้ รัฐชอบผลาญงบแต่ไม่ลงมือทำ

          วันที่ 2 ก.พ.55  เวลา 10.30 น. ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และสำนักงานปฏิรูป (สปร.) พร้อมภาคีเครือข่ายสมัชชาสุขภาพกว่า 200 องค์กรทั่วประเทศ ร่วมเปิดการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 4 พ.ศ.2554 ระหว่างวันที่ 2-4 ก.พ.2555 เพื่อพิจารณา 6 ร่างมติ และตดตาม 8 มติขาเคลื่อน โนเน้นการจัดการภัยพิบัติธรรมชาติท้องถิ่นเป็นฐาน ทั้งนี้ภายในงานมีการจัดงานเสวนาในหัวข้อ "ศาสตร์พระราชากับการกู้วิกฤติชาติ" เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีนายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานมูลนิธิกสิกรรมมาบเอื้อง และนายยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ สถาปนิกอาวุโส ร่วมเสวนา ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ
 
          โดยนายปราโมทย์ กล่าวเล่าประสบการณ์ในสมัยที่เคยติดตามทำงานกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า ศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ การที่ในหลวงทรงเห็นปัญหาจนเกิดเป็นองค์ความรู้ โดยพระราชทานหลักคิดหลักทำตามแนวทางพระราชดำริ ดังนั้นเจ้าหน้าที่หรือผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองควรนำมาทำตาม ตลอดเวลาที่ท่านทรงทำงานมา 60 ปี ทั้งหมดที่ท่านทำมาจึงเกิดเป็นศาสตร์ พระองค์ไม่ได้ทรงมองเพดาน แล้วคิดแผนมาทำ เหมือนที่ทุกวันนี้ที่คนในบ้านเมืองกำลังมองเพดานและมาทำ แต่พระองค์ท่านทรงลงมือทำจริง โดยลงไปรับรู้ปัญหาจริง ทั้งนี้พระองค์ทรงมอบหลักคิดไว้ว่า "น้ำคือชีวิต ต้องมีไว้ใช้อย่างพอเพียง" ซึ่งถือเป็นหลักสำคัญ หากไม่มีน้ำคนก็อยู่ไม่ได้ นี่คือหลักคิดสำคัญ ที่พระองค์ท่านทรงมอบหลักคิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องไว้ รวมถึงยังรับสั่งว่าจะทำอะไรต้องสอดคล้องกับภูมิศาสตร์กับภูมิประเทศ ต้องสอดคล้องกับภูมิสังคมด้วย งานของพระองค์ทรงไม่ทำในสิ่งที่ใหญ่โต แต่ทำให้พื้นที่ท้องถิ่นแร้นแค้น ที่ทางรัฐบาลเข้าไม่ถึง ทำงานเสริมการทำงานของรัฐบาล
 
          นายปราโมทย์ ยังกล่าวต่อว่า ระบบราชการเป็นการแก้ไขปัญหาเพื่อให้หมดงบประมาณ แต่ไม่ค่อยน้อมนำกระแสพระราชดำริของในหลวงมาขับเคลื่อน ทั้งนี้หลักคิดหลักทำของในหลวงมีการแก้ไขอย่างเป็นระบบขั้นตอน  ซึ่งไม่ได้ยากแต่รัฐบาลไม่คิดที่จะทำ ทั้งนี้หลักคิดหลักทำในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยของในหลวงมี 3 ข้อด้วยกัน คือ 1.การสู้ภัย โดยเมื่อน้ำมาเราต้องเร่งนำน้ำออกทะเลอย่างเร็วที่สุด แต่ขณะนี้รัฐบาลมีแต่แผนแต่ไม่ทำ  2.การปรับตัว เพื่อให้อยู่ร่วมกับภัยธรรมชาติได้  3.การหนี หากน้ำป่าไหลหลากมาก็ต้องหนี หนีในที่นี้คือการย้ายถิ่นฐาน เพื่อไปอยู่ที่ใหม่ที่สูงกว่าและดีกว่าเดิม อย่างไรก็ตามยุทธศาสตร์ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ง่ายและสามารถทำได้จริง
 
          "ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองขณะนี้ ในหลวงทรงได้พระราชทานหลักคิดหลักทำไว้หมดแล้ว แต่ขึ้นอยู่ที่ว่ารัฐบาลจะน้อมนำหลักคิดหลักทำของในหลวงมาปฏิบัติตามหรือไม่ ผมไม่ได้ว่ารัฐบาลชุดนี้ แต่มันเป็นมาหลายชุดแล้ว อุทกภัยในปีที่ผ่านมาหนักสาหัสมาก น้ำท่วมทุ่ง น้ำท่วมกรุงเทพฯ สิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาคือ ต้องเข้าใจธรรมชาติ ต้องเข้าใจสภาพภูมิสังคม และนำภัยธรรมชาติมาเป็นครูที่จะสอนเรา ซึ่งพวกผมคิดมาตลอดในระดับกรม แต่รัฐบาลไม่ปฏิบัติตาม" นายปราโมทย์ กล่าว
 
          ขณะที่นายวิวัฒน์ กล่าวว่า ในหลวงทรงประกาศไว้ว่าการให้ไปเท่าไหร่ก็จะได้กลับมาเท่านั้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าไม่มีรัฐบาลใดที่เชื่อกระแสรับสั่งของในหลวง ประเทศนี้อกตัญญูต่อความดีที่ในหลวงทรงทำให้กับคนไทย  ตนเป็นคนพูดแรงแต่ก็ดีกว่าบางคนที่พูดว่าทรงพระเจริญแต่พอกลับไปบ้านก็โกงกินเหมือนเดิม หากระบบยังเป็นเช่นนี้อยู่ประเทศไทยก็จะวิกฤติที่สุดในโลก ในหลวงทรงรับสั่งถึงวิถีชีวิตที่พอเพียง คือ ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง คือ 1.ต้องรู้ให้จริง รอบรู้รอบครอบ  2.ต้องมีคุณธรรม 3.ความเพียร ความขยัน ส่วนสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์คือ การนำของป่ามากินเป็นอาหาร ทำเป็นยา นำมาทดแทนพลังงาน ทั้งหมดนี้คือพื้นฐานแห่งความพอเพียง อย่างไรก็ตามสิ่งที่ในหลวงทรงเตือนประชาชน เพราะว่าบรรพบุรุษของท่านอยู่มาเป็นพันปี รู้ว่าอะไรควรไม่ควร แต่ปัญหาในประเทศขณะนี้ของรัฐบาล คือภัยพิบัติ ปัญหาเศรษฐกิจ และความขัดแย้งของคนในประเทศ ซึ่งประชาชนต้องร่วมกันแก้ไขปัญหานี้โดยการนำศาสตร์ของในหลวงมาขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหา และประเทศเราจะผ่านพ้นวิกฤติไปได้

 

 "ดร.สุเมธ"แนะพร่องน้ำสองเขื่อนใหญ่ระวังท่วมท้ายเขื่อน
 
          ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวถึงตำแหน่งที่ปรึกษาในคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ หรือ กยน. ว่าไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษากยน. ก็มีการพูดคุยกันเรื่อย ๆ แต่ระยะหลัง อาจไม่ได้เข้าร่วมประชุมเนื่องจากมีงานอย่างที่ต้องทำ อย่าไปเน้นความสำคัญกับตำแหน่งที่ปรึกษาให้มากนัก
 
          ส่วนแนวคิดในการทำงานที่สื่อระบุว่าไม่ตรงกัน เรื่องนี้สื่อเข้าใจอะไรไม่ตรงกับความเป็นจริง ตนเองเป็นที่ปรึกษาไม่ใช่ตัวหลักและไม่ได้รับผิดชอบในเรื่องแผน แต่ให้คำแนะนำในฐานะที่ปรึกษาถามอะไรมาก็ตอบไป อะไรแนะได้ก็แนะและที่ภารกิจของที่ปรึกษาก็ไม่ต้องลงไปทำงาน แต่มีหน้าที่ในการปรึกษา ส่วนจะลากออกหรือไม่ไม่รู้แต่ชื่อก็ยังเป็นอยู่  
 
          ดร.สุเมธ กล่าวถึงมาตรการพร้องน้ำของเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติติ์ว่าเป็นการบริหารจัดการน้ำโดยปกติเพื่อเตรียมพื้นที่รองรับน้ำใหม่ที่กำลังจะมาซึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อนไปเขื่อนภูมิพลมาก็ทราบว่ากำลังพร่องน้ำเต็มที่ แต่ก็ให้คำแนนำไปว่าจะพร่องน้ำไปเท่าไหร่ก็ต้องระวังจะไม่ให้ท่วมพื้นที่ท้ายเขื่อนด้วย ต้องทยอยปล่อยเท่าที่ทำได้ ต้องมีการคำนวนให้ถูกต้องว่าต้องเปิดเท่าไหร่ ระบายเท่าไหร่ รักษาท้องน้ำไว้เท่าไหร่