ข่าว

แฟนบอลอียิปต์ปะทะเดือดตาย74เจ็บพันคน

แฟนบอลอียิปต์ปะทะเดือดตาย74เจ็บพันคน

02 ก.พ. 2555

แฟนบอลเลือดร้อนปะทะกันในอียิปต์ มีผู้เสียชีวิต 74 คน บาดเจ็บ 1,000 คน

          มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 74 คน และบาดเจ็บราว 1,000 พันคน จากการที่แฟนบอลเลือดร้อน พากันกรูลงไปในสนามแข่งขันที่พอร์ต ซาอิด เมืองท่าติดชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อวันพุธ หลังจากทีมมาสรี ซึ่งเป็นทีมเจ้าบ้านเอาชนะทีมเยือน อัล อาห์ลี จากไคโร ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมที่ได้รับความนิยมสูงสุดของอียิปต์ ด้วยสกอร์ 3-1

          เหตุสลดใจในวางการลูกหนังครั้งนี้ เกิดขึ้นในทันทีที่จบการแข่งขัน เมื่อแฟนบอลของทีมอัล มาสรีที่กรูลงไปในสนามบางส่วน เข้าไปล้อมกรอบนักเตะของทีม อัล อาห์ ลี จนกระทั่งเหตุการณ์บานปลาย เมื่อแฟนบอลทั้งสองฝ่ายได้ตะลุมบอนเข้าใส่กัน ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากขาดอากาศหายใจ และมีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะ ขณะที่ตำรวจปราจลาจลไม่สามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ จนกลายเป็นเหตุเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการลูกหนังอียิปต์และนองเลือดที่สุดในโลก นับตั้งแต่ปี 2539 เป็นต้นมา

          เหตุจลาจลครั้งนี้ ยังเตือนให้ตระหนักถึงการรักษาความปลอดภัยที่เสื่อมสภาพในประเทศ ที่ได้ชื่อว่ามีประชากรมากที่สุดในโลกอาหรับ ท่ามกลางภาวะไร้เสถียรภาพอย่างต่อเนื่องมาเกือบปี หลังจากอดีตประธานาธิบดีฮอสนีย์ มูบารัค ถูกโค่นอำนาจในเหตุลุกฮือขึ้นประท้วงต่อต้านเขา อันเป็นผลพวงมาจากเหตุการณ์ " อาหรับสปริง "

          จากการสันนิษฐานในเบื้องต้น คาดว่าสาเหตุของการจลาจลมาจากการที่ทั้งสองทีม ต่างก็เป็นทีมดังของอิยิปต์และแฟนบอลต่างก็เป็นศัตรูคู่อริกันมายาวนาน รวมถึงกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในสนามมีน้อยเกินไป ไม่อาจรับมือกับแฟนบอลที่บุกลงไปในสนาม ขว้างปาก้อนหินพลุไฟและขวดเข้าใส่กัน

          มีรายงานด้วยว่า การแข่งขันของคู่สุดท้าย ระหว่างทีม อัล อิสไมย์ลี กับทีมซามาเล็ค ถูกระงับไป เพื่อไว้อาลัยให้กับเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ทำให้แฟนบอลในกรุงไคโร ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแข่งขันเกิดความไม่พอใจ และก่อเหตุรุนแรงด้วยการจุดไฟเผาสนามหญ้า ภายในสนามกีฬา เพื่อประท้วง แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ดับไฟได้ก่อนจะเกิดความเสียหายมากขึ้น

          เหตุจลาจลที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความผันผวนทางการเมือง แต่ก็นำมาซึ่งความวิตกต่อศักยภาพของตำรวจ ในการรับมือกับฝูงชน ตำรวจปราบจลาจลในเครื่องแบบสีดำ พร้อมโล่ห์และหมวกส่วนใหญ่ในจำนวนหลายร้อยนายที่ยืนเรียงแถวกันอยู่ ไม่ได้ทำอะไรตอนที่แฟนบอลเข้าปะทะกันซึ่งบางคงกวัดแกว่งของมีคมเข้าใส่กัน ที่เหลือขว้างปาไม้และก้อนหิน

          ภาพที่เผยแพร่ทางโทรทัศน์ ได้แสดงให้เห็นนักเตะของทีม อัลอาห์ลี ต้องวิ่งหนีตายเข้าไปยังห้องพักนักกีฬา ในขณะที่แฟนบอลหลายร้อยคนวิ่งเข้าตะลุมบอนแลกหมัดกัน มีผู้ชายหลายคน ได้เข้าไปช่วยผู้จัดการทีมที่กำลังโดยรุมสกรัม โดยที่ตำรวจไม่ได้ทำอะไร สถานีโทรทัศน์ของทางการได้ขอรับบริจาคเลือดเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ กองทัพส่งเครื่องบินไปอพยพคนที่อาการหนักไปรักษาที่กรุงไคโร

          นายโมฮัมเหม็ด อิบราฮิม รัฐมนตรีมหาดไทย เปิดเผยว่า แฟนบอลของทีม อัล มารีย์ ที่กรูลงไปในสนามมีมากถึง 13,000 คน พวกเขากระโดดข้ามแนวกั้น และทำร้ายแฟนบอลของทีมอัลอาห์ลี ที่มีราว 1,200 คน ชารีฟ อิครามี ผู้รักษาประตูของทีมอัล อาห์ลี ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุรุนแรงครั้งนี้ เปิดเผยต่อสถานีโทรทัศน์  โอเอ็นทีวี ของเอกชนว่า ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บถูกพาเข้าไปในห้องพักนักกีฬา นักเตะต่างเห็นคนกำลังจะตายต่อหน้าต่อตา หลายคนตัดสินใจที่จะเลิกเล่นฟุตบอล พวกเขาไม่มีกำลังใจที่จะเล่นอีกต่อไปเมื่อพบว่ามีคนเสียชีวิตถึง 70 คน ส่วนโมฮัมหมัด อาบู ไทรก้า นักเตะของทีมอัล อาห์ลี เช่นกัน ระบุว่า ตำรวจได้ยืนอยู่เฉย ๆ ไม่ได้
เข้าแทรกแซง ผู้คนกำลังจะตาย โดยมีใครทำอะไรเลย มันเหมือนสงครามไม่มีผิด ชีวิตคนราคาถูกขนาดนี้เลยหรือ

          เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอ้างว่า กระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งไม่ให้ตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพลเรือนอีก หลังจากเกิดการปะทะกันระหว่างตำรวจและผู้ประท้วงเมื่อเดือนพฤศจิกายน ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 40 คน นอกจากนี้ เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น ยังได้เน้นถึงบทบาทของแฟนบอลในอิยิปต์ต่อการประท้วงทางการเมือง จากการที่กลุ่มที่รู้จักกันในชื่อ อุลทรัส มีบทบาทสำคัญในการปฏิวัติ
และชุมนุมต่อต้านการปกครองของทหาร บทเพลงร้องต่อต้านตำรวจ ถ้อยคำสาปแช่ง เป็นตัวแทนแห่งความเกลียดชังของชาวอียิปต์ที่มีต่อกองกำลังรักษาความมั่นคง ที่พวกเขามองว่าใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่มิชอบและแพร่หลายอย่างมากในยุคของอดีตประธานาธิบดีมูบารัค

          อียิปต์ ได้ชื่อว่า ไม่มีภูมิคุ้มกันเหตุรุนแรงในกีฬาฟุตบอล เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์อัปยศ เมื่อตำรวจที่ไร้ประสิทธิภาพ ยืนรักษาการณ์อยู่ในสนามไคโร อินเตอร์เนชั่นแนล สเตเดี้ยม ไม่ได้เข้าระงับเหตุตอนที่แฟนบอลชาวอียิปต์กรูลงไปในสนาม และทำร้ายแฟนบอลชาวตูนิเซีย ระหว่างเกมการแข่งขันคู่ของทีมซามาเล็ค และทีมจากตูนิเซีย ในศึกฟุตบอลแอฟริกัน แชมเปี้ยนลีค ที่กรุงไคโร ส่วนเหตุรุนแรงล่าสุด ได้มีนักเคลื่อนไหวจำนวนมากเตรียมจะไปชุมนุมกันที่หน้ากระทรวงมหาดไทยในกรุงไคโร เพื่อประท้วงที่ตำรวจไร้ความสามารถ ไม่อาจยับยั้งเหตุนองเลือดได้ รายงานระบุว่า ในจำนวนผู้บาดเจ็บมีผู้ที่อาการสาหัส 40 คน

          นายเซปป์ บลัตเตอร์ ประธานฟีฟ่า กล่าวว่า เขารู้สึกช็อคและสลดใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นวันที่มืดมนของวงการฟุตบอล นับเป็นหายนะที่ยากจะจินตนาการและไม่ควรจะเกิดขึ้น

 

................

 

(หมายเหตุ : คลิปโดย Euronews http://www.youtube.com/watch?v=6OUGdjU6hlE&feature=g-all-u&context=G27ba77dFAAAAAPAAUAA)