
จับ"ส.ต.อ."อุ้มรีดเรียกเงินชาวบ้านหลายราย
ชาวบ้านสุดทนแจ้งตำรวจจับ"ส.ต.อ."สืบสวนสภ.คลองหลวง พร้อมพวก ดักตรวจค้นกระเป๋าชาวบ้าน หน้ารพ.ภัทรธนบุรี ก่อนฉกเงินกว่า 4 พันบาท พร้อมทั้งข่มขู่รีดเงินเด็กอายุ17ปี เหยื่อโผล่ชี้ตัวเพียบเคยจับคนเรียกค่าไถ่มาหลายราย "รองผู้การปทุม"รุดสอบด้วยตัวเอง เจ้าตัวยังปฏ
ช่วงดึกวันที่ 1 ก.พ. ศูนย์วิทยุปทุมธานี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีเหตุผู้แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกชาวบ้านที่ผ่านไปมาตรวจค้นหน้าโรงพยาบาลภัทรธนบุรี ริมถนนพหลโยธินขาเข้ารังสิต ม.6 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงแจ้งให้ พ.ต.ท.เกียรติศักดิ์ มิตรประสาท สว.สส.สภ.คลองหลวง พร้อมกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจของสภ.คลองหลวง ทราบชื่อ ส.ต.อ.สมยศ ผิวขำ อายุ 38 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และพึ่งจะย้ายมาช่วยที่ สภ.คลองหลวง และได้ลาป่วยอยู่ในขณะนี้พกพาอาวุธปืนขนาด.38 พร้อมกระสุน และนายกล้าณรงค์ ยุทธเมฆ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/35 ม.4 ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา พกพาอาวุธมีดพก ขณะที่นั่งอยู่ในรถกระบะฟอร์ดสีเขียวหมายเลขทะเบียน บต 6977 พระนครศรีอยุธยา พร้อมเงินของกลาง 4,500 บาท และผู้เสียหายทราบชื่อนายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.คลองหลวง
ต่อมา พ.ต.อ.วิสูตร ฉัตรชัยเดช รอง ผบก.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.เพิ่มเกียรติ สุริยวงศ์ ผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.จีรวัฒน์ แนวจำปา รอง ผกก.ปป.ได้มาสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาคือ ส.ต.อ.สมยศ ผิวขำ พร้อมกับนายกล้าณรงค์ ยุทธเมฆ และนายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี โดยมีนายฉัตรเนตร ก้อนแก้ว อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81/2 ถ.ภาษีเจริญ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ทำงานอยู่ร้านเชียงกงใกล้ที่เกิดเหตุ มาชี้ตัวผู้แอบอ้างว่าเป็นตำรวจว่าได้ถูกชาย 2 คนนี้เอาปืนจี้ขอตรวจค้นในตัวลวงกระเป๋าพบเงินเกือบห้าพันบาทถูกชายสองคนนี้เอาเงินซึ่งเหตุเกิดเมื่อเวลา 22.23 น.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ชายทั้ง2คนจับนายเอ ตรวจค้นอีกแต่ยังไม่ทันค้นตัวมีพลเมืองดีแจ้ง 191 ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบเสียก่อน และได้มีนายรอมาดี อาดำ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 ม.5 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้มาชี้ตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนเคยจับหลานไปโทรมาเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 4 หมื่นบาท แล้วต่อรองลดลงเหลือ 3 พันบาทเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา ก็เลยเกิดความสงสัยว่าเป็นตำรวจจริงหรือไม่เพราะช่วงนั้นชายทั้งสองคนนั่งรถแท็กชี่มารับเงินตาม ซึ่งมีการแจ้งความและลงประจำวันไว้คืนนี้เมื่อรู้ข่าวจึงมาดูตัวพบว่าเป็นชายที่จับหลานตนไปเรียกค่าไถ่จริง
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ปฏิเสธอ้างว่าถูกเจ้าทุกข์ปรักปรำซึ่ง พ.ต.อ.วิสูตร สั่งสอบผู้ต้องหาตลอดคืนนี้ให้ได้ความจริงพร้อมทั้งสั่งให้พ.ต.อ.เพิ่มเกียรติ สุริยวงศ์ ผกก.สภ.คลองหลวง ให้ทำเรื่องส.ต.อ.สมยศ ผิวขำ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมทั้งสั่งให้ขยายผลผู้ร่วมขบวนการต่อไป



