
'ผบ.ทบ.'สั่งมทภ.3สอบคดี'พ.ต.ปิยะณัฐ'
'ประยุทธ์' สั่งแม่ทัพภาค 3 สอบหาข้อเท็จจริงคดี 'พ.ต.ปิยะณัฐ' พัวพันยาเสพติด หลังโดนอายัดเงินตั้งแต่ปี 52 ทำไมต้นสั่งกัดไม่สอบสวน ขู่หากเกิดเรื่องซ้ำผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบ
1 ก.พ.55 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้สั่งการให้ พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 สืบสวนข้อเท็จจริงในคดียาเสพติดที่พัวพัน พ.ต.ปิยะณัฐ เจตน์จำรัส นายทหารจากกรมทหารช่างที่ 3 กองพลพัฒนาที่ 3 ค่ายสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ จ.พิษณุโลก เพราะเคยถูกเจ้าหน้าตำรวจปราบปรามยาเสพติดอายัดทรัพย์ไว้กว่า 3 ล้านบาท เมื่อปี 2552 ซึ่งทางต้นสังกัดได้อ้างว่าไม่มีการแจ้งมาที่หน่วย ทำให้สามารถมาทำงานได้ตามปกติจนกระทั่งมาก่อคดียาเสพติดครั้งนี้ โดยให้แม่ทัพภาคที่ 3 ไปสอบสวนข้อเท็จจริงถึงสาเหตุทำไมต้นสังกัดถึงไม่ดำเนินการ
"ผบ.ทบ.สงสัยทำไมหน่วยต้นสังกัดไม่สอบสวนภายหลัง พ.ต.ปิยะณัฐ ถูกอายัดทรัพย์เมื่อปี 2552 จึงให้แม่ทัพภาคที่ 3 ไปสอบสวนว่าผู้พันทหารช่างย้อนหลังเมื่อปี 2551 - 2552 ว่าเป็นใครทำไมไม่สอบสวน พ.ต.ปิยะณัฐ และตอนนั้นมีเอกสารจากตำรวจแจ้งมาที่ต้นสังกัดหรือไม่หรือมีโทรศัพท์บอกกล่าวอย่างไรก็ต้องไล่สืบสวนข้อเท็จจริงมาให้ได้เพราะเรื่องนี้ถือว่าเป็นการปล่อยปะละเลยกำลังพลทำให้กองทัพบกเสียชื่อเสียง ทั้งนี้ ผบ.ทบ.ยังได้กล่าวตักเตือนกำลังพลทั้งหมดในที่ประชุม นขต.ว่าอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบ"แหล่งข่าว ทบ.ระบุ
รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังเกิดคดียาเสพติดดังกล่าวขึ้นที่เกี่ยวโยงกับกองพลพัฒนาที่ 3 พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงขึ้น และได้เชิญ ผบ.พล.พัฒนาที่ 3และผู้บังคับหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูลในคดีดังกล่าว
'ผบ.ทบ.'สั่งทหารศึกษาแนวนโยบายรมว.กลาโหม
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก แถลงผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ประจำเดือนกุมภาพันธ์ว่าผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานศึกษาแนวนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไปศึกษา และนำไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนโยบายด้านการพัฒนากำลังพล การพัฒนาการฝึก การจัดพื้นที่ฝึกร่วมระหว่างเหล่าทัพ การปรับปรุงการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงการให้ความสำคัญกับโครงสร้างของหน่วยงาน และการบริหารจัดการงบประมาณ ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทั้งนี้เนื่องจากในปีนี้ กองทัพบกได้ประกาศให้เป็นปีแห่งการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ดังนั้นเพื่อให้นโยบายดังกล่าวปรากฏผลเป็นรูปธรรม ผู้บัญชาการทหารบกจึงได้กำชับในที่ประชุมให้ผู้บังคับหน่วยพัฒนาองค์ความรู้ของตนเอง ทั้งความรู้ในงานที่รับผิดชอบ และความรอบรู้ในสถานการณ์โลกในทุกมิติ พร้อมติดตามความก้าวหน้า และเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม
“ผบ.ทบ.ได้ย้ำเตือนให้ผู้บังคับหน่วยกำกับดูแล กวดขันเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ มีความรับผิดชอบในหน้าที่ โดยไม่สร้างความเสื่อมเสียให้กับกองทัพบกในทุกๆ เรื่อง" พ.อ.วินธัยกล่าว
'ผบ.ทบ.'สั่งตั้งคกก.เฉพาะสนับสนุนงานพระศพ'เจ้าฟ้าเพชรรัตน์ฯ'
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ประจำเดือนกุมภาพันธ์ว่า เนื่องจากระหว่าง 8-12 เมษายนนี้ เป็นหมายกำหนดการพระราชพิธี พระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี โดยรัฐบาลได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องในพระราชพิธี สำหรับกองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 1 ได้รับมอบหมายให้เป็นคณะอนุกรรมการฝ่ายปฏิบัติการ และดำเนินการจัดริ้วขบวนพระอิสริยยศ ในงานพระพระราชพิธี พระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี
ซึ่งมีการจัดริ้วขบวนพระอิสริยยศ จำนวน 6 ริ้วขบวน ในวันประกอบราชพิธีคือการเชิญพระศพออกพระเมรุ การเก็บพระอัฐิ และการเชิญพระโกศพระอัฐิขึ้นประดิษฐาน และบรรจุพระสรีรางคาร ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งการให้ทุกหน่วยทหารที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุน และเตรียมความพร้อมในการจัดริ้วขบวนพระอิสริยยศ ทั้งเรื่องการคัดเลือกกำลังพลที่มีคุณสมบัติ เครื่องแต่งกาย การเตรียมการฝึกซ้อม การประสานกับองค์กรต่างๆ ที่จะต้องเข้าร่วมในริ้วขบวน พร้อมทั้งได้สั่งการให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพิ่มเติมเฉพาะในส่วนของกองทัพบก เพื่ออำนวยการ ประสานงาน และให้การสนับสนุนทุกภาคส่วน ในการจัดเตรียมและดำเนินพระราชพิธี พระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้องตามราชประเพณี และสมพระเกียรติ



