
'เฉลิม'ยันกรุงฯไม่มีบ่อนถาวร
ตร.นครบาล 1 เผยบ่อนมักกะสันข้อมูลของ 'ชูวิทย์' อยู่ในเขตรับผิดชอบ ตร.รถไฟ ประสานให้ตรวจสอบแล้ว 'เฉลิม' ตัดตอน กรุงเทพฯ-ปริมณฑล บ่อนใหญ่ถาวรไม่มีแล้วเหลือแค่บ่อนวิ่ง รับเขตบางซื่อมีบ่อนอิทธิพลจับกุมยาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 55 ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่องบ่อนพนันผิดกฎหมายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 22 บ่อน และ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งให้มีการสอบสวน ว่า บ่อนหรือการพนันกลายเป็นของคู่กับคนไทยไปแล้วในเวลานี้ ปราบปรามเท่าไหร่ก็ไม่หมด สำหรับสิ่งที่นายชูวิทย์ออกมาแฉว่ามีบ่อนตรงนั้นตรงนี้ เราก็รับฟังแต่ตำรวจไม่ได้ปล่อยปละละเลย ยังคงมีการปราบปรามจับกุมต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ต้องเข้าใจว่าบ่อนการพนันที่สามารถจับกุมดำเนินคดีถึงที่สุดได้นั้น ต้องมีการเปิดให้คนเข้าไปเล่นการพนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้ถือว่าผิดและเป็นบ่อน แต่เมื่อใดมีการเตรียมสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่งเตรียมที่จะเปิดเป็นบ่อนหรือเคยเปิดแล้วปล่อยทิ้งไว้อันนี้ถือเป็นบ่อนไม่ได้ เพราะหากมีการจับกุมแล้วเรื่องไปถึงชั้นศาลก็ถูกยกฟ้อง เพราะไม่มีความผิดเนื่องจากยังไม่ได้เปิดให้ผู้คนเข้าไปเล่นเอาทรัพย์สิน
"ยอมรับว่าตอนนี้ ก็ยังมีบ่อนขนาดเล็ก หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นบ่อนวิ่ง อันนี้เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมยาก เพราะจะเปลี่ยนสถานที่เคลื่อนย้ายไปเรื่อยๆ เมื่อเข้าไปตรวจสอบก็พบเพียงห้องว่างเปล่า บ่อนใหญ่ๆ ที่ตั้งมาต่อเนื่องยาวนานไม่มีแล้ว ในตำรวจยุคนี้ เพราะตำรวจยุคนี้ไม่ได้รับสินบนจากบ่อนและอบายมุข แต่ตอนนี้ยังมีบ่อนใหญ่ในพื้นที่บางซื่อที่ยังจับกุมไม่ได้ เพราะเข้าถึงยากเนื่องจากเจ้าของบ่อนมีอิทธิพลกับสื่อและนักการเมือง ซึ่งตำรวจท้องที่ก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลยพยายามวางแผนจับกุมตลอด เป็นสถานที่เข้าถึงยากเพราะมีประตูหลายชั้น ทั้งประตูเหล็กและประตูโบกปูน"
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานสืบสวนสอบข้อเท็จจริงบ่อนการพนันในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่เข้าตรวจสอบเรื่องบ่อนในพื้นที่ สน.ต่างๆ หากมีการรายงานผลการตรวจสอบและพบว่ามีบ่อนจะมีการเอาผิดโยกย้ายนายตำรวจในพื้นที่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ต้องดูสถานที่และสถานการณ์ว่าตำรวจท้องที่นั้นๆ มีการปล่อยปละละเลยต่อเนื่องยาวนาน อันนี้จะมีการพิจารณาโทษ แต่ถ้าหากเป็นบ่อนวิ่งบ่อนชั่วคราวทั่วไปก็ไม่จำเป็นจะไปสั่งย้ายในทุกเรื่อง ไม่ได้เดี๋ยวจะไม่มีตำรวจทำงานเพราะตอนนี้ตำรวจก็ตั้งใจทำงานดีอยู่แล้ว บ่อนที่มีอยู่ก็เป็นบ่อนวิ่งเท่านั้น
เมื่อถามว่า จะมีการตั้งชุดเฉพาะกิจปราบปรามบ่อนการพนันหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ไม่จำเป็น เดี๋ยวตั้งไปแล้วจะกลายเป็นชุดเฉพาะเก็บ เนื่องจากตอนนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้มงวดปราบปรามอบายมุขอยู่แล้ว แต่ถึงแม้จะปราบปรามเยอะและต่อเนื่องเท่าไหร่ การลักลอบเปิดบ่อนก็คงไม่หมด และสำหรับเรื่องที่นายชูวิทย์ออกมาแฉว่าตำรวจปล่อยปละละเลยปล่อยให้มีบ่อนจำนวนมากก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจแต่อย่างใด ยังคงมีขวัญและกำลังใจในการทำงานดีอยู่
พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ รักษาการ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) เปิดเผยถึงการตรวจสอบบ่อนพนันในพื้นที่รับผิดชอบของกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ประกอบด้วย สน.สามเสน สน.ดุสิต สน.ชนะสงคราม สน.มักกะสัน สน.พญาไท สน.ห้วยขวาง สน.นางเลิ้ง และ สน.บางโพ ไม่ปรากฏข้อมูลบ่อนในพื้นที่ตามที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ออกมาเปิดเผย ซึ่งคณะของจเรตำรวจแห่งชาติคงจะไม่มาตรวจสอบ
ส่วนข้อมูลที่นายชูวิทย์อ้างว่ามีบ่อนพนันลักลอบเปิดในท้องที่ สน.มักกะสัน นั้น พล.ต.ต.พชรกล่าวว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบแล้วพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตความรับผิดชอบของตำรวจรถไฟจึงประสานข้อมูลไปแล้วให้เข้าไปดูแล แต่หากไม่มีการจัดการใดๆ ตำรวจนครบาล 1 จะลงไปตรวจสอบเองเพราะถือว่ายังอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมกำชับสั่งการให้ทุก สน.ระมัดระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษด้วย
พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 (ผบก.น.2) เปิดเผยว่า จากการสอบสวนบ่อนการพนันในพื้นที่ ไม่พบร่องรอยของบ่อนแต่อย่างใด อาจเนื่องมาจากผู้ประกอบการรู้ตัวหลังจากเป็นข่าว แต่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีบ่อนหรือไม่ เชื่อว่าน่าจะเป็นข้อมูลเก่าก่อนน้ำท่วม เนื่องจากในพื้นที่ที่มีข่าวว่ามีการพบบ่อนในพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 นั้น ถูกน้ำท่วมทั้งหมด ซึ่งในส่วนของการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่นั้น ได้มีการสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งเจ้าหน้าที่ที่มีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจแล้ว
นอกจากนี้ พล.ต.ท.สถาพร หลาวทอง จเรตำรวจแห่งชาติและคณะทำงาน เดินทางมาที่ สน.บางเขน มารับฟังรายงายผลการตรวจสอบบ่อนการพนันในพื้นที่ บก.น.2 และ บก.น.5 พร้อมประชุมในภาพรวมหลังจากได้รับข้อมูลบ่อนการพนันในพื้นที่จาก บช.น. ซึ่งยืนยันว่า หลังจากมีข่าวเรื่องบ่อนออกมาอย่างต่อเนื่อง พบว่าบรรดาบ่อนต่างๆ ได้สลายตัวไป เมื่อไปตรวจสอบไม่พบร่องรอยหลงเหลืออยู่เพราะรู้ตัวหลังเป็นข่าวครึกโครม ขณะที่ตนเพิ่งมารับตำแหน่งใหม่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าก่อนหน้านี้มีบ่อนในพื้นที่รับผิดชอบหรือไม่ และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ระดมกวดขันปราบปรามจับกุมอย่างต่อเนื่องแล้ว ซึ่งไม่รู้สึกกังวลหรือหนักใจแต่อย่างใดหากมีการตรวจสอบในพื้นที่
พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผู้กำกับการ สน.บางเขน ยืนยันเช่นกันว่า ไม่มีบ่อนการพนันแต่อย่างใด โดยเชื่อว่าข้อมูลที่เปิดเผยมานั้นเป็นเพียงข้อมูลเก่า ส่วนบ่อนการพนันในซอยพหลโยธิน 52 ที่มีข้อมูลว่ามีการเปิดบ่อน แต่จากการตรวจสอบแล้วไม่มีเช่นกัน
ด้าน พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีบ่อนพนันในพื้นที่ กทม.ตามที่นายชูวิทย์กล่าวอ้าง เปิดเผยว่า ได้เรียกประชุมคณะกรรมการทั้งหมดวางแนวทางในการสอบสวนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันพร้อมแบ่งงานหน้าที่ความรับผิดชอบโดยจะดำเนินการตามนโยบายของ ผบ.ตร. โดยจะลงพื้นที่สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและประชุมติดตามความคืบหน้าทุก 10 วันเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป ใช้เวลาในการตรวจสอบและสรุปให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน ส่วนการป้องกันและปราบปรามบ่อนพนันจะมีการทำรายงานเสนอให้แก่ตำรวจนครบาลว่าแต่ละพื้นที่ที่รับผิดชอบมีการดำเนินการอย่างไรบ้าง ส่วนข้อมูลที่นายชูวิทย์ออกมาระบุนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบในรายละเอียดและยังไม่มีการเชิญตัวนายชูวิทย์มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม
วันเดียวกัน ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการสัมมนา แสวงหาความร่วมมือภาคประชาชนในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาลระหว่างตำรวจ 88 สน. และคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ ทุกระดับ ประกอบด้วย ตัวแทนภาคประชาชน และภาคเอกชน บริษัทห้างร้านต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมรับฟังความคิดเห็นการเสนอแนะแนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินประชาชนและการลดปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ โดย พล.ต.อ.ปานศิริ และ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวในการสัมมนา ได้สั่งการให้สืบสวนจับกุมคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญต่างๆ รวมถึงการปราบปรามอบายมุข บ่อนการพนัน และยาเสพติด ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดข้างต้นลำพังกำลังตำรวจเองอาจไม่เพียงพอจึงต้องประสานความร่วมมือจากภาคประชาชนในการเป็นหู้เป็นตาและแจ้งเบาะแสข้อมูลต่างๆ ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย



