ข่าว

ผอ.เขื่อนเผยแผนป้องน้ำท่วม

ผอ.เขื่อนเผยแผนป้องน้ำท่วม

01 ก.พ. 2555

แผนป้องน้ำท่วมปี 55 เขื่อนภูมิพลพร่องน้ำเพิ่มเป็น 60 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ระบายที่ 49 ล้าน ลบ.ม. วางเป้าเหลือน้ำในอ่างแค่ 45% รองรับหน้าฝน มั่นใจไม่กระทบพื้นที่ท้ายเขื่อน แต่ส่งผลดีต่อเกษตรกร

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 55  นายณรงค์ ไทยประยูร ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล จ.ตาก กล่าวว่า เขื่อนได้ปรับแผนในการระบายน้ำสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนเป็น 60 ล้าน ลบ.ม. จากเดิมที่มีการระบายน้ำอยู่ที่ 58 ล้าน ลบ.ม. ตามนโยบายของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) จะไม่กระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำปิงสามารถรองรับการไหลของน้ำได้มากกว่า 1,200 ลบ.ม.ต่อวินาที แต่เขื่อนปล่อยน้ำให้ไหลเพียง 700 ลบ.ม.ต่อวินาที อย่างไรก็ตาม พื้นที่ลุ่มน้ำในบริเวณต่ำอาจได้รับผลกระทบระดับน้ำอาจจะปริ่มตลิ่ง แต่ยังไม่ล้นตลิ่ง

          ขณะที่เขื่อนมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 11,322 ล้าน ลบ.ม. จากความจุที่ 13,462 ล้าน ลบ.ม. จึงสามารถรองรับน้ำได้อีก 2,140 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 15.09% มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง 1.85 ล้าน ลบ.ม. นอกจากนี้กรมชลประทานสั่งการให้เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ระบายน้ำในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 2,842 ล้าน ลบ.ม. เดือนมีนาคม 3,038 ล้าน ลบ.ม. เดือนเมษายน 3,099 ล้าน ลบ.ม. และเมื่อสิ้นฤดูแล้ง เขื่อนภูมิพลจะมีปริมาณน้ำเหลือ 6,044 ล้าน ลบ.ม. หรือ 45% ของความจุเขื่อน และเขื่อนสิริกิติ์จะมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 4,242 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 45% ของความจุเขื่อน

          "การพร่องน้ำถือเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับพื้นที่ท้ายเขื่อนว่าในปีนี้เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนภูมิพล จะสามารถรองรับน้ำในช่วงฤดูฝนได้ จะช่วยลดและบรรเทาสถานการณ์อุทกภัยในปีนี้ได้เช่นกัน ขณะเดียวกันการระบายน้ำเพิ่มของทางเขื่อนกลับส่งผลดีกับพื้นที่ทางการเกษตรที่ต้องการใช้น้ำ ซึ่งจะทำให้มีปริมาณน้ำที่เพียงพอและลดปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ได้"

          ด้าน นายธนะรัชต์ ภูมิมะกสิกร ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ตามที่ กยน.สั่งการให้กรมชลประทานปรับแผนการระบายน้ำของเขื่อนในพื้นที่ภาคเหนือ ดังนั้น เขื่อนสิริกิติ์จึงปรับการระบายน้ำจาก 45 ล้าน ลบ.ม. เป็น 49 ล้าน ลบ.ม. การระบายน้ำดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนอย่างแน่นอน เนื่องจากเขื่อนสิริกิติ์ในช่วงอุทกภัยได้ระบายน้ำมากถึง 50-60 ล้าน ลบ.ม. ในทางตรงกันข้ามจะส่งผลดีต่อเกษตรกรที่ทำการเพาะปลูกในระยะนี้ เนื่องจากจะมีน้ำใช้ในการทำการเกษตรนอกช่วงฤดู

          ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์กล่าวอีกว่า ปัจจุบันปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างมีเพียง 6.8 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลให้เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำในอ่างอยู่ที่ประมาณ 7,700 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 81% ของความจุอ่าง สามารถรองรับน้ำได้อีกว่า 19% โดยการเพิ่มการระบายน้ำในครั้งนี้จะมีผลไปจนกว่าจะได้รับคำสั่งการเปลี่ยนแปลง หรือจะต้องระบายน้ำให้เหลือ 45% ของความจุอ่าง หรือ 4,242 ล้าน ลบ.ม. เพื่อรองรับน้ำในช่วงฤดูฝนที่จะมาถึง อีกทั้งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน หากเกิดอุทกภัย อย่างไรก็ตามเขื่อนยังคงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

          ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ประกาศเตือนในพื้นที่ภาคเหนือว่า ในระยะนี้คลื่นกระแสตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือตอนบน ทำให้บริเวณภาคเหนือจะมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก แต่จะไม่มีผลต่อการระบายน้ำของทางเขื่อนอย่างแน่นอน

          หลังมีกระแสข่าวรัฐบาลเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม โดยกำหนดพื้นที่รับน้ำ หรือหน่วงน้ำให้น้ำนองตามธรรมชาติเพื่อชะลอน้ำไว้ตามธรรมชาติจำนวน 2 ล้านไร่ ซึ่ง จ.พิษณุโลก เป็นหนึ่งในจังหวัดเป้าหมายนั้น นายบรรดิษฐ์  อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ในพื้นที่พิษณุโลกมีพื้นที่แก้มลิงธรรมชาติหลายแห่ง แต่ถ้ารัฐบาลต้องการพื้นที่ 2 ล้านไร่ เวลานี้พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นของเอกชน ถ้ารัฐบาลต้องการนำพื้นที่ไว้เป็นพื้นที่เก็บกักน้ำต้องชัดเจนว่าประชาชนในพื้นที่เก็บกักน้ำจะได้ประโยชน์อะไร

          ล่าสุด ชลประทานได้สำรวจพื้นที่ 5 หมื่นไร่ ในพื้นที่ ต.ท่านางงาม ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก และติดต่อกับ อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย เป็นพื้นที่น้ำท่วมที่สามารถเก็บกักน้ำในลักษณะแก้มลิง เพื่อเป็นพื้นที่ดึงน้ำให้อยู่ในพื้นที่ยาวนานขึ้น ตามนโยบายรัฐบาล นอกจากนี้ยังมีพื้นที่แก้มลิงธรรมชาติแบบนี้ในพื้นที่ อ.บางกระทุ่ม และ อ.พรหมพิราม

          ส่วนการแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ภายใต้แผนงานบางระกำโมเดล ระยะเร่งด่วนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงข่ายแก้มลิงฝั่งขวาของแม่น้ำยม 3 แห่ง ได้แก่ แก้มลิงบึงตะเคร็ง แก้มลิงบึงขี้แร้ง และแก้มลิงบึงระมาณ พร้อมอาคารประกอบและคันคลองเชื่อมทั้ง 3 แก้มลิง จะเก็บกักน้ำได้รวมประมาณ 32 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 4.4 หมื่นไร่ ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี (2555-2557) งบประมาณรวม 925 ล้านบาท