
ข้อจำกัดของตำรวจไทย
ข้อจำกัดของตำรวจไทย : เลียบค่าย โดย คมพิทักษ์ราษฎร์
ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ หน้าที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม สืบสวนจับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ที่มีโทษทางอาญาทั้งปวง
แต่การกระทำผิดกฎหมายที่มีโทษทางอาญานั้น ตำรวจที่มีอำนาจหน้าที่ยังคง ประสบความล้มเหลว ในเรื่อง ยาเสพติด, การพนัน, การค้าประเวณี สถานบริการผิดกฎหมาย ตลอดมา จนมีคำเหน็บแนมจากสื่อบางประเภทว่า ตำรวจไทย ปราบไม่ได้อยู่ 4 อย่าง คือ
ปราบยา, ปราบบ่อน, ปราบซ่อง, ปราบเมีย
ในยุคสมัยของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เป็น ผบ.ตร.ค่อยเห็นผลสัมฤทธิ์ในการปราบปรามยาเสพติดให้โทษ ปรากฏออกมาชัดเจน ไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง แต่ยังต้องออกแรงอีกยาวนาน และต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องจริงจัง เพราะคาดกันว่าที่จับกุมมาได้นั้น เป็นเพียงส่วนน้อยของที่ผลิตและส่งมาจำหน่ายในพื้นที่ประเทศไทย รวมทั้งผ่านออกไปยังต่างประเทศ สรุปกันว่าที่ผ่านๆ มาที่มีผลการจับกุมน้อย เนื่องจากมีเม็ดเงินตกเรี่ยราดอยู่ตลอดทาง ที่ยาเสพติดผ่าน เพราะ พวกเจ้าหน้าที่เลวๆ เห็นแก่เงินบาป ไม่ทำหน้าที่ ไม่มีความรับผิดชอบต่อประเทศชาติและประชาชน นับว่าเลวบริสุทธิ์จริงๆ
ส่วนเรื่อง ปราบบ่อน, ปราบซ่อง (สถานบริการแอบแฝงค้าประเวณี ประเภทอาบอบนวด) นั้น ถือเป็นเรื่อง เพ้อฝัน หากจะคาดหวังผลสัมฤทธิ์ เพราะรายได้จากการส่งส่วย ถือ เป็นเส้นเลือดสำคัญของตำรวจที่มีความโลภ ไม่รู้จักพอ มิฉะนั้นแล้ว จะวิ่งเต้นกันไปอยู่ในพื้นที่ ซึ่งอุดมไปด้วย สถานบริการ และบ่อนอมตะชั่วนิรันดร์กาล กันทำไม?
ภาพที่ปรากฏในข่าวสถานีโทรทัศน์ ที่นายชูวิทย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ยื่นเรื่องราวเกี่ยวกับบ่อนการพนันในกทม.ให้นายตำรวจใหญ่ของ บช.น. คนที่ดูไม่ว่าจะเป็นตำรวจนครบาล, เจ้าของบ่อน, นักเล่นการพนันอาชีพ หัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง เออ! มันเป็นไปได้นะนี่ ตลกสิ้นดี
ส่วนเรื่อง ปราบเมีย? โน่นชาติหน้าตอนบ่ายๆ นั่นแหละ



